เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 22

ลูกค้ารายใหญ่ปรากฏตัว

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
“ถ้าพวกคุณกล้าก้าวเข้ามาเหยียบหน้าร้านฉันอีกก้าวเดียว ข้าวกล่องราคาแปดเหมานี่จะลอยไปประทับบนหน้าผากพวกคุณทีละคน... อยากลองดูก็เชิญค่ะ!” เสียงประกาศกร้าวของหลินอี้หลานดังลั่นทะลุความอึมครึมยามสายของตรอกโรงงานเหล็ก สายตาคมกริบของเธอดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง กวาดมองร่างของป้าสะใภ้จอมเจ้าเล่ห์กับลูกสมุนที่ถอยกรูดลงจากบันไดไม้ด้วยความตกใจกลัว มือเรียวที่ยังคงเปื้อนคราบแป้งสาลีตวัดตะหลิวเหล็กในมือเคาะกับกระทะเสียงดัง ‘กริ๊ง’ เป็นจังหวะเตือนภัยที่ทรงพลัง จนพวกตัวปัญหาต้องรีบหันหลังเผ่นหนีหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบโต๊ะขายอาหารกลับมาเงียบสงบลงอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงเสียงถอนหายใจโล่งอกของชาวบ้านละแวกนั้น มือของอี้หลานชะงักค้างกลางอากาศ สายตาของเธอตวัดไปที่ลู่จั้นที่ขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวล นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... และกลิ่นความวุ่นวายครั้งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามาเร็วกว่าที่คิด ลู่จั้นก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยา ฝ่ามือหนาเอื้อมไปจับข้อมือบางที่ถือตะหลิวไว้เบาๆ ไออุ่นจากฝ่ามือของชายชาติทหารส่งผ่านความห่วงใยมาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคมดุของเขาสำรวจร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าเนียนใสของภรรยา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความดุดัน “ปล่อยให้พวกนั้นจัดการยากเกินไปหรือเปล่า? บอกผมแล้วแท้ๆ ว่าถ้ามีใครมาหาเรื่องอีก ให้รีบส่งข่าวไปที่ค่ายทหาร” อี้หลานอมยิ้มบางๆ เธอสลัดมือเขาออกเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะวางตะหลิวลงแล้วใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม “เรื่องแค่นี้เองค่ะคุณสามี ฉันไม่จำเป็นต้องรบกวนทหารกล้าผู้ยิ่งใหญ่หรอกค่ะ แค่กระทะเหล็กกับฝีปากของฉันก็ไล่พวกปลิงดูดเลือดให้กระเจิงได้สบายๆ แล้ว” แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ลู่จั้นก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน เขายืนคุมเชิงอยู่ข้างกายเธอราวกับภูเขาหินผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน การมีสามีเป็นนายทหารรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายมายืนเฝ้าร้านแบบนี้ นอกจากจะช่วยกันพวกอันธพาลได้ชะงักแล้ว ยังดึงดูดสายตาจากบรรดาคนงานในโรงงานใหญ่ที่เดินผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศย่างไฟก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนคนเดินถนนต้องสูดจมูกฟุดฟิด วันนี้อี้หลานไม่ได้ทำแค่ข้าวผัดธรรมดา แต่เธอรื้อคลังแสงในมิติลับออกมาทำ “หมูปิ้งกะทิสดสูตรโบราณ” ที่หมักด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำโขลกละเอียด ผสมผสานกับหัวกะทิเข้มข้นและน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวเค็มๆ หวานๆ เสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียวอุ่นๆ ร้อนๆ ที่ห่อด้วยใบตองสีเขียวสด และน้ำจิ้มแจ่วรสชาติจัดจ้านถึงใจ เสียงถ่านไม้คุแดงดังเปรี๊ยะๆ ยามเมื่อหยดน้ำกะทิร่วงเผาะลงไปบนเตาถ่าน สร้างควันหอมกรุ่นที่เตะจมูกผู้คนในรัศมีร้อยเมตรอย่างรุนแรง “หอมอะไรวะเนี่ย! หอมจนไส้ในพุงมันร้องประท้วงแล้วนะ” เสียงทุ้มห้าวที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นแหวกฝูงชน ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ใบหน้าคมเข้มผ่านงานหนักมาโชกโชน สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวเข้มของหัวหน้าคนงานโรงงานถลุงเหล็ก เดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าร้าน ดวงตาคมกวาดมองไปที่เตาปิ้งหมูที่มีควันสีขาวพวยพุ่ง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขาคือ “ผู้จัดการจาง” ผู้มีชื่อเสียงในเรื่องความเคี่ยวและปากจัดเป็นที่หนึ่งในย่านนี้ ไม่มีใครในโรงงานกล้าต่อปากต่อคำกับเขาเพราะเขาคือคนตัดสินโควตาอาหารกลางวันของคนงานนับพันชีวิต อี้หลานหรี่ตามองเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มการค้าถูกจุดขึ้นที่มุมปากทันทีอย่างเป็นกันเองแต่ไม่ยอมก้มหัวให้ “ยินดีต้อนรับค่ะผู้จัดการจาง สนใจรับหมูปิ้งกะทิสดสักไม้ไหมคะ? รับรองว่าเนื้อหมูนุ่มละมุนลิ้น ละลายในปาก ไม่เหนียวติดฟันแน่นอนค่ะ” อี้หลานเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อตำแหน่งใหญ่โตของอีกฝ่าย ผู้จัดการจางเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ ปกติแล้วพ่อค้าแม่ขายเห็นหน้าเขาต่างพากันตัวสั่นงันทับถมด้วยความเกรงกลัว แต่นี่... แม่ค้าสาวหน้าตาดุดันคนนี้กลับยิ้มแย้มต้อนรับเขาอย่างไม่สะทกสะท้านแถมยังดูมั่นใจในฝีมือตัวเองเสียเหลือเกิน “เธอคือภรรยาของลู่จั้นสินะ ที่เขาลือกันว่าทำอาหารรสชาติประหลาดแต่ติดปากคนทั้งซอย” ผู้จัดการจางแค่นหัวเราะในลำคอ “ไหนล่ะที่ว่าอร่อยนักหนา เอามาให้ฉันลองชิมดูสักไม้ซิ ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คุย อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องที่เธอมาตั้งแผงขายของขวางทางเข้าโรงงานนะ” ลู่จั้นขยับตัวเตรียมจะก้าวเข้ามาบังหน้าภรรยา แต่ทว่าอี้หลานกลับเอื้อมมือไปแตะแขนสามีไว้เบาๆ พร้อมกับส่งสายตาส่งสัญญาณว่าเธอกล้ารับมือได้สบาย “เชิญพิสูจน์ได้เลยค่ะผู้จัดการจาง ถ้าไม่อร่อยอย่างที่ฉันคุย ยินดีให้ปรับเงินหรือรื้อร้านนี้ทิ้งได้เลยค่ะ” อี้หลานหยิบไม้หมูปิ้งร้อนๆ ที่เพิ่งยกขึ้นจากเตา ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ น้ำมันหมูฉ่ำเยิ้มเคลือบผิวสีน้ำตาลสวยงาม วางลงบนใบตองสะอาด ยื่นส่งให้กับผู้จัดการจางพร้อมกับถ้วยน้ำจิ้มแจ่วพริกคั่วหอมๆ ผู้จัดการจางรับมาด้วยความลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อกลิ่นหอมของกะทิและสมุนไพรเตะเข้าจมูกเต็มๆ เขาก็บดบังความอยากไว้ไม่ไหว กัดเข้าไปคำโต *กร้วม!* เสียงเคี้ยวเนื้อหมูนุ่มชุ่มฉ่ำ น้ำตักหวานเค็มกลมกล่อมแตกซ่านอยู่ในปาก ผสานกับความเผ็ดเปรี้ยวเล็กๆ ของน้ำจิ้มแจ่วที่ตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว ทำให้ดวงตาคมของหัวหน้าคนงานเบิกกว้างขึ้นทันทีโดยไม่รู้ตัว รสชาตินี้... มันไม่ใช่แค่อาหารประทังชีวิต แต่มันคือความสุนทรีย์ที่คนงานใช้แรงงานอย่างเขาไม่ได้สัมผัสมานานแรมปี! ลู่จั้นยืนมองปฏิกิริยาของหัวหน้าคนงานคนนั้นด้วยความลุ้นระทึก แม้เขาจะเชื่อมั่นในฝีมือเมียรักเสมอ แต่คนตรงหน้าคือคนเรื่องมากระดับตำนาน ผู้จัดการจางเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างลืมภาพลักษณ์น่าเกรงขามไปเสียสนิท เขากลืนอาหารลงคออย่างรวดเร็วแล้วรีบหยิบไม้ที่สองเข้าปากทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครถามซ้ำ “อร่อย... อร่อยโว้ย!” ผู้จัดการจางอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนคนงานที่เดินผ่านไปมาสะดุ้ง “นี่มันเนื้อหมูอะไรวะ ทำไมมันนุ่มขนาดนี้ แถมรสชาติยังเข้มข้นเข้าเนื้อสุดๆ!” อี้หลานยิ้มรับอย่างมั่นใจ “เคล็ดลับอยู่ที่การคัดสรรเนื้อสันนอกส่วนที่ดีที่สุด หมักด้วยความใส่ใจและไฟที่พอเหมาะค่ะผู้จัดการ” ผู้จัดการจางสูดปากด้วยความเผ็ดร้อนจากน้ำจิ้มแจ่ว ก่อนจะหันมามองหน้าอี้หลานด้วยแววตาเป็นประกายราวกับเจอขุมทรัพย์ “แม่หนู... ฝีมือเธอแบบนี้ ถ้าเอาไปทำอาหารกล่องส่งให้คนงานในโรงงานฉันกินตอนเที่ยง เธอไหวไหม? ฉันต้องการวันละสามร้อยกล่อง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด!” คำพูดนั้นทำให้ฝูงชนรอบข้างถึงกับสูดปากเฮือกใหญ่ สามร้อยกล่อง! นั่นหมายถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะไหลเข้ากระเป๋าของสองสามีภรรยาในชั่วข้ามคืน อี้หลานชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นที่มุมปาก นี่คือปลาตัวใหญ่ที่เธอดักรอมานาน แต่งานใหญ่มักมาพร้อมกับความท้าทายที่คาดไม่ถึง “สามร้อยกล่องไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉันค่ะผู้จัดการจาง แต่...” อี้หลานเว้นจังหวะ เลิกคิ้วมองชายตรงหน้าอย่างมีชั้นเชิง “เงื่อนไขและราคาเราต้องตกลงกันให้ดีเสียก่อนนะคะ” ผู้จัดการจางหัวเราะรơiด้วยความถูกใจ “ฮ่าๆๆ ยัยหนูนี่แสบใช้ได้เลย สมกับที่เป็นเมียของทหารหนุ่มอนาคตไกล ว่ามา เธอต้องการเงื่อนไขอะไร?” ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะตกลงรายละเอียดสัญญาธุรกิจครั้งใหญ่ ลู่จั้นที่ยืนเงียบมานานก็ขมวดคิ้วมุ่น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่แอบซุ่มมองอยู่หลังเสาโรงงาน ท่าทางลับๆ ล่อๆ นั้นกำลังถือกระดาษบางอย่างในมือ... และทันใดนั้นเอง ผู้จัดการโรงงานใหญ่ระดับสูงที่เดินทางมาตรวจงานกะทันหันก็ก้าวเท้าเดินตรงดิ่งเข้ามาสมทบ พร้อมกับสีหน้าบึ้งตึงที่ประกาศกร้าวว่าความลับเรื่องกำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" มาตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%