กระดาษแผ่นบางยับยู่ยี่ในซองสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ เสียงกุกกักของชามกระเบื้องที่กระทบกันเบาๆ หยุดชะงักลงทันที บรรยากาศภายในห้องครัวแคบๆ ของบ้านตระกูลลู่พลันอึมครึมลงถนัดตา
หลินอี้หลานก้มมองซองจดหมายฉบับนั้นด้วยหางตา
กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกราคาถูกลอยเข้าจมูกปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของแกงเผ็ดเป็ดย่างที่เธอบรรจงเคี่ยวจนได้ที่ เครื่องแกงโขลกมือหอมฟุ้งด้วยพริกแห้ง ข่า ตะไคร้ และผิวมะกรูด ตัดด้วยความหวานมันของกะทิคั้นสดและเนื้อเป็ดนุ่มละมุนลิ้น เมนูเด็ดจากสูตรลับก้นครัวที่เธอตั้งใจทำเพื่อมัดใจ (และกระเพาะ) คนในบ้าน กลับต้องมาสะดุดลงเพราะกระดาษแผ่นเดียวที่ส่งตรงมาจากหน่วยทหารชายแดน
"อ่านดูสิ" เสียงทุ้มต่ำของลู่จั้นดังขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มจ้องมองภรรยาไม่วางตา
เขารู้ดีว่าที่ผ่านมา หลินอี้หลานผู้นี้สร้างเรื่องปวดหัวไว้มากแค่ไหน ทั้งเกียจคร้าน ชอบหาเรื่องทะเลาะกับเพื่อนบ้าน และที่สำคัญที่สุดคือ... เธอเคยเอ่ยปากขอหย่ากับเขาด้วยซ้ำยามที่เขาต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการลับ แต่นั่นเป็นเรื่องของอดีตเจ้าของร่างเดิม หาใช่ตัวเธอในตอนนี้ไม่
อี้หลานเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นเล็กน้อย มือเรียวยาวที่ถือทัพพีตักข้าวอยู่ค่อยๆ วางลง เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก ร้องไห้ฟูมฟาย หรืออาละวาดบ้านแตกเหมือนที่ลู่จั้นคาดการณ์ไว้แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขบขันและเย้ยหยันในโชคชะตา
"อ๋อ... จดหมายจากสามีในนามผู้แสนดี ที่ร้อนรนอยากจะสลัดภรรยาตัวแสบทิ้งเต็มทีสินะคะ" อี้หลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าหยวน เธอยื่นมือไปหยิบซองจดหมายขึ้นมาคลี่อ่านช้าๆ
ในเนื้อความเต็มไปด้วยถ้อยคำแข็งกระด้างตามสไตล์นายทหารผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัย ลู่จั้นคนเก่า (หรืออาจจะเป็นคนเขียนแทนตามคำสั่งของเขาในอดีต) พรรณนาถึงความอดทนที่สิ้นสุดลง เรียกร้องให้สะใภ้ตระกูลลู่เซ็นชื่อลงในใบหย่าเพื่อที่ต่างคนต่างจะได้เป็นอิสระ โดยเขาจะส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้ก้อนหนึ่งตามสมควร
*ช่างน่าขันสิ้นดี...* อี้หลานแค่นหัวเราะในลำคอ
ในโลกยุค 80 ที่ผู้หญิงต้องพึ่งพาผู้ชายและถูกมองเป็นเพียงเงาตามตัว การหย่าร้างคือตราบาปที่สังคมรังเกียจ แต่สำหรับหลินอี้หลาน เชฟมือทองจากศตวรรษที่ 21 ผู้มีซูเปอร์มาร์เก็ตมิติพิเศษอยู่ในกำมือ... การเป็นหม้ายสาวเนื้อหอมที่อิสระเสรี มีทั้งเงินทองและของกินอร่อยๆ ล้นเหลือ น่าดึงดูดใจเสียยิ่งกว่าการเป็นสะใภ้ที่ต้องทนรองมือรองเท้าใคร
"ยิ้มอะไร?" ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่น ปฏิกิริยาของภรรยาเหนือความคาดหมายของเขาจนน่าประหลาดใจ ปกติแล้วแค่อ่ยถึงเรื่องนี้ หลินอี้หลานคงกรีดร้องบ้านแตกสลายไปแล้ว แต่นี่เธอกลับทำหน้าเหมือนคนกำลังอ่านนิทานตลกเรื่องหนึ่ง
"เปล่าค่ะ ฉันแค่คิดว่า... ลู่จั้นผู้นำกองร้อยผู้เกรียงไกร เหตุใดจึงมีความคิดอ่านเหมือนเด็กอมมือ" อี้หลานวางจดหมายลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตากลมโตพินิจพิเคราะห์ใบหน้าคมเข้มของสามีหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม "อยากหย่ากับฉันนักหรือคะ? กลัวว่าฉันจะไปสร้างความอับอายให้ตระกูลลู่ของนายจนทหารทั้งค่ายหัวเราะเยาะหรืออย่างไร"
ลู่จั้นชะงักไปครู่หนึ่ง กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น เขาไม่ได้อยากหย่า... ไม่สิ ต้องบอกว่าในตอนแรกเขารู้สึกรำคาญผู้หญิงคนนี้จนอยากตัดปัญหา แต่พอได้กลับมาพักผ่อนที่บ้านแล้วพบว่าผู้หญิงตรงหน้าเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ทั้งกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยอบอวลไปทั่วบ้าน ทั้งแววตาเฉลียวฉลาดและท่าทางสู้คนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนายทหารหนุ่มเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา
"ฉันแค่อยากให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น หากเธออยู่ที่นี่แล้วไม่มีความสุข..." ลู่จั้นพยายามหาข้อแก้ตัว น้ำเสียงของเขาติดจะติดขัดเล็กน้อยอย่างไม่คุ้นชิน
"อุ๊ย! อย่ามาทำเป็นพูดจาประเสริฐรักความยุติธรรมเลยค่ะคุณสามี" อี้หลานหัวเราะเสียงใส เธยเอื้อมมือไปตักแกงเป็ดย่างร้อนๆ ราดลงบนข้าวสวยร้อนควันฉุย กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องแกงและเป็ดเนื้อนุ่มเตะจมูกจนลู่จั้นเผลอกลืนน้ำลายลงคอ "ในเมื่อคุณอุตส่าห์ส่งจดหมายฉบับนี้มาเปิดทางให้... ฉันก็ควรจะสนองความต้องการของคุณดีไหมคะ?"
รอยยิ้มของอี้หลานทำให้ลู่จั้นรู้สึกใจหายวาบอย่างประหลาด ราวกับว่าถ้าเขาปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้ไป เขาจะไม่มีวันได้เธอกลับคืนมาอีกชั่วชีวิต
"เธอหมายความว่า..."
"ฉันตกลงหย่าค่ะ!" อี้หลานเอ่ยสวนขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและชัดถ้อยชัดคำ "แต่... มีข้อแม้ว่าคุณต้องจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย และฉันขอแบ่งทรัพย์สินในบ้านหลังนี้ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับที่ดินแปลงเล็กหลังบ้านสำหรับทำแปลงผักสวนครัว... ตกลงตามนี้ไหมคะ?"
ลู่จั้นเบิกตากว้าง เขานิ่งอึ้งไปสนิท ไม่คาดคิดเลยว่าภรรยาจอมตระหนี่ถี่เหนียวจะยอมเซ็นใบหย่าง่ายดายเช่นนี้ แถมยังกล้าต่อรองขอแบ่งสมบัติหน้าตาเฉย!
ทว่า ก่อนที่ลู่จั้นจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือตกลง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงของแม่สามีและบรรดาญาติพี่น้องที่ยกโขยงกันมาพังประตูบ้านราวกับฝูงผีดิบหิวกระหาย
"หลินอี้หลาน! นังสะใภ้ตัวแสบ แกกล้าดีอย่างไรถึงแอบทำอาหารกลิ่นหอมฟุ้งไม่ยอมแบ่งคนบ้านใหญ่ ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
อี้หลานหันไปมองหน้าประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดให้สามีหนุ่มที่กำลังนั่งหน้าเครียดเป็นตูดหม้อ
"ดูท่าทางวันนี้... เราคงยังไม่ได้เซ็นใบหย่ากันง่ายๆ หรอกค่ะคุณสามี เพราะแขกไม่ได้รับเชิญมาเสิร์ฟความบันเทิงให้เราถึงโต๊ะอาหารแล้ว"
อี้หลานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอสะบัดชายเสื้ออย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากฉาบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ในมิติซูเปอร์มาร์เก็ตของเธอยังมีวัตถุดิบชั้นเลิศและอาวุธลับอีกเพียบ วันนี้แหละ... เธอจะสั่งสอนญาติสามีจอมเอาเปรียบพวกนี้ให้เข็ดหลาบ จนลืมทางกลับบ้านไปเลย!
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนเมนูลับฉบับนี้เสมอนะคะ)
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 5
จดหมายขอหย่าจากนายทหารหนุ่ม
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!