"เปร้ง!"
เสียงชามกระเบื้องเคลือบสีหม่นถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เก่าจนเศษอาหารกระเซ็นเลอะขอบโต๊ะ น้ำแกงผักกาดดองรสเค็มปี๋ไหลนองเปื้อนข้อศอกของสะใภ้รองที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม นางแม่สามี ‘จางซิ่ว잉’ ยืนเท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาตี่เล็กจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวผู้ยืนหลังตรงสง่าอยู่กลางห้องโถง
"นังอี้หลาน! แกกล้าดียังไงถึงพูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้ออกมา! อยากแยกบ้านอย่างนั้นเรอะ ฝันไปเถอะ! กินข้าวแดงแกงร้อนในบ้านหลังนี้มาหลายปี ปีกกล้าขาแข็งแล้วรึไงถึงคิดจะไปเกาะลู่จั้นกินสบายใจเฉิบคนเดียว!"
บรรยากาศในห้องโถงคับแคบของตระกูลลู่ยามเย็นอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ซักและกลิ่นเหงื่อไคล สมาชิกในครอบครัวต่างนั่งเงียบกริบ พ่อสามี ‘ลู่ต้าไห่’ นั่งสูไปป์หน้าตาเคร่งเครียด พ่นควันสีเทาโขมงกลบเกลื่อนความละอาย ส่วนพี่ใหญ่และน้องสามต่างหลบสายตา ทำทีเป็นสนใจรอยแตกบนพื้นดิน
หลินอี้หลานเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว นางไม่ได้หวาดกลัวเสียงคำรามของแม่สามีแม้แต่น้อย ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านก้าวเข้าไปยืนประจันหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
"เพ้อเจ้อหรือคะแม่? ลองถามความจริงกับตัวเองดูสิคะว่า ตลอดสามปีที่ฉันแต่งเข้าบ้านนี้มา หยาดเหงื่อแรงงานที่ฉันก้มหน้าก้มตาทำงานในนาตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้นจนค่ำมืด ตลอดจนเงินค่าส่งเสียจากลู่จั้นที่ส่งกลับมาเป็นประจำทุกเดือน... มันไปอยู่ที่ไหนหมด?"
อี้หลานกวาดสายตามองไปที่ลูกชายคนโปรดของบ้านอย่างน้องสาม ที่สวมเสื้อผ้าเนื้อดีรองเท้าหนังขัดมันเงาวับ ซึ่งนั่นคือเงินหยวนที่สามีของนางเสี่ยงชีวิตส่งกลับมาเพื่อสร้างอนาคตครอบครัว มิใช่ให้คนพวกนี้เอาไปปรนเปรอความสุขสบายของตนเองฝ่ายเดียว
"แก... แกมันอีนากอกตัญญู!" จางซิ่วอิ้งหน้าดำคร่ำเครียดพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าผมของสะใภ้ตัวแสบ แต่มีหรือที่เชฟสาวมือทองจากโลกยุคปัจจุบันผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวและชีวิตมาโชกโชนจะยอมตกเป็นเหยื่อ
อี้หลานเอี้ยวตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวยาวคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่นแรง บีบกดจุดชีพจรเบาๆ จนแม่สามีร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดและต้องผงะถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกใจ
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังกังวานก้องไปทั่วห้องโถง "วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ แต่ฉันมาประกาศสิทธิ์! ในเมื่อพวกท่านเห็นฉันกับลู่จั้นเป็นแค่เครื่องมือผลิตเงินและทาสรับใช้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราต้องทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีกต่อไป ฉันขอแยกบ้าน! และทรัพย์สินที่พวกท่านสูบเอาไปจากพวกเรา รวมถึงที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้าน ต้องถูกแบ่งคืนมาให้หมด!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีจากปากของคนในครอบครัว ลู่ต้าไห่สำลักควันไปป์ไอโขลกออกมาหน้าดำหน้าแดง พี่ใหญ่ลุกพรวดขึ้นชี้หน้าด่ากราด
"นังอี้หลาน แกบ้าไปแล้วรึไง! คิดจะล้างผลาญตระกูลลู่หรือวะ ถึงกล้ามาทวงสมบัติ!"
"สมบัติเหรอคะพี่ใหญ่?" อี้หลานหัวเราะในลำคอ แววตาสมเพชระคนเย้ยหยันฉายชัด "เงินหยวนทุกบาททุกสตางค์ที่ลู่จั้นส่งมาจดทะเบียนทหาร มีลายลักษณ์อักษรและสมุดบัญชีธนาคารยืนยันชัดเจน ถ้าพวกท่านไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงมือหัวหน้าหมู่บ้านและกองกำลังทหารเขต ให้ทหารตรวจสอบเส้นทางการเงินของครอบครัวเราจนต้องอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านทั้งอำเภอ... ก็เชิญเก็บข้าวของแล้วเซ็นสัญญาแยกบ้านมาซะดีๆ!"
คำขู่กึ่งจริงกึ่งบังคับนี้ได้ผลชะงัดนัก ตระกูลลู่รักหน้าตามากกว่าสิ่งใด หากเรื่องที่พวกตนอมเงินเดือนทหารของลู่จั้นไปใช้ส่วนตัวแดงขึ้นมา เกียรติยศหน้าตาที่สั่งสมมาคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
จางซิ่วอิ้งหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก นางรู้ดีว่าสะใภ้รองคนนี้ไม่ใช่คนหัวอ่อนเหมือนแต่ก่อน แววตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีเสียยิ่งกว่าอะไร
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นจุลนั้นเอง...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างหนักแน่น ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ทำให้คนในบ้านตระกูลลู่ถึงกับหน้าถอดสี
"เปิดประตู! ทางกองกำลังทหารมารับตัวสหายลู่จั้น และมีราชأการด่วนจากกองทัพมาส่งถึงบ้าน!"
อี้หลานชะงักเล็กน้อย รอยยิ้มปริศนาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คนตระกูลลู่ต่างลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ว่าสสามีของนาง... ลู่จั้น กลับมาแล้ว พร้อมกับอำนาจที่พวกเขาไม่อาจต่อกรได้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับครัวคุณยายนะคะ!
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 9
แผนการแยกบ้านเริ่มขึ้น
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!