เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 27

เผชิญหน้าสามีครั้งแรก

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
เสียงทุบประตูไม้หน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างหนักแน่นและทรงพลัง จนทำให้กรอบหน้าต่างเก่า ๆ สั่นสะเทือน หลินอี้หลานที่กำลังงละมุนมืออยู่กับการเคี่ยวพริกแกงเผ็ดสูตรโบราณในกระทะเหล็กถึงกับชะงัก เปลวไฟสีส้มแดงใต้เตาถ่านสะท้อนลงบนใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้มีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบางเบา กลิ่นหอมของตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด และพริกแห้งคั่วที่โขลกจนละเอียดเข้ากันกำลังส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว ผสมผสานกับกลิ่นหอมมันของกะทิสดที่แตกมันเยิ้มสวยงาม นี่คือเวลาที่เธอรอคอย... หรือพูดให้ถูกคือ เวลาที่เจ้าของร่างเดิมสร้างวีรกรรมเอาไว้สารพัดกำลังจะถูกชำระสะสางแล้วนะคะ อี้หลานวางตะหลิวไม้ลงบนขอบกระทะ ดวงตาคู่คมกวาดมองความเปลี่ยนแปลงของบ้านเรือนที่ครั้งหนึ่งเคยรกเรื้อเต็มไปด้วยหยากไย่และข้าวของระเกะระระกะ บัดนี้ พื้นไม้ขัดจนเป็นเงาไร้ฝุ่นละออง มุมห้องจัดวางสมุนไพรและเครื่องเทศอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั่วทั้งบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นและอาหารรสเลิศ ฝีมือการจัดการบ้านเรือนและมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตในมือ ทำให้เธอยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของยุค 80 แห่งนี้ให้กลายเป็นสวรรค์ย่อม ๆ ได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ "ใครกันนะ มาเคารพประตูเสียงดังปานจะพังบ้านเช่นนี้" อี้หลานพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย เธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำที่จะได้เผชิญหน้ากับ ‘สามี’ ตามพฤตินัยที่ถูกส่งตัวไปประจำการในค่ายทหารชายแดนตั้งแต่วันแต่งงาน—ลู่จั้น นายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งครัด เยชา และไร้ความปรานีต่อภรรยาจอมขี้เกียจ แอ๊ด... เสียงประตูไม้หน้าบ้านถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยผู้มาเยือนที่ไม่คิดจะรอให้เจ้าของบ้านอนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เปรอะเปื้อนฝุ่นควันและหยาดเหงื่อก้าวเข้ามาในตัวบ้าน ไหล่กว้างทั้งสองข้างแผ่ซ่านบรรยากาศกดดันอันน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลักขึ้นมาจากหินผามีรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางคิ้ว ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์หนุ่มกวาดตามองรอบบริเวณบ้านด้วยความระแวดระวัง ทว่า... ทันทีที่สายตาของลู่จั้นปะทะเข้ากับสภาพภายในบ้าน ความนิ่งงันก็ฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของเขา บ้านที่ควรจะสกปรก มีแต่เศษอาหารเน่าเสียและกองเสื้อผ้าส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวตามคำบอกเล่าของคนในตระกูลลู่... บัดนี้กลับสะอาดสะอ้านจนแทบจำไม่ได้ หน้าต่างเปิดรับลมธรรมชาติ ผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดสะอ้านสะطับไหวตามแรงลม และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศนั้น กำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในร่างกายของนายทหารหนุ่มที่เดินทางรอนแรมมาหลายวันจนท้องร้องโครกคราก ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองหาเจ้าของบ้าน ร่างสูงเดินตรงไปยังห้องครัวที่เป็นแหล่งกำเนิดของกลิ่นหอมอันน่าฉงนนั้นทันที และภาพที่ปรากฏตรงหน้า ก็ทำให้ลู่จั้นถึงกับลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ สตรีที่ยืนอยู่หน้าเตาไฟในเวลานี้... ใช่คนเดียวกับภรรยาจอมขี้เกียจ เจ้าอารมณ์ และเกียจคร้านสันหลังยาวที่เขาจำได้แม่นจริงหรือ? หลินอี้หลานในตอนนี้สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีนวลสะอาดตา ผมยาวถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย มีปอยผมคลอเคลียข้างแก้มเนียนนุ่มที่ถูกไอความร้อนจากเตาไฟย้อมจนเป็นสีชมพูเรื่อ ดวงตากลมโตคู่สวยหันกลับมาสบตากับเขาพอดี ไม่มีแววตาหวาดกลัว หลบเลี่ยง หรือเกรี้ยวกราดอย่างไร้เหตุผลเหมือนในความทรงจำ มีเพียงประกายตาพราวระยับที่แฝงความท้าทายและรอยยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น "อ้าว กลับมาแล้วหรือคะ คุณสามี" อี้หลานเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะ และเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย เธอไม่ได้รีิบร้อนลนลานหรือวิ่งเข้าไปหลบหลังเสาบ้านเหมือนหญิงสาวชาวบ้านทั่วไปยามเผชิญหน้ากับสามีทหารผู้ดุดัน ลู่จั้นยืนนิ่งงันราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น รองเท้าคอมแบทเปื้อนโคลนหยุดชะงัก หัวใจที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยความระแวงต่อภรรยาคนนี้กลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ สมองของนายทหารหนุ่มประมวลผลแทบไม่ทัน ภาพลักษณ์ของภรรยาจอมภาระที่เขาเตรียมใจมาหย่าร้างหรือมาจัดการสั่งสอนให้เข็ดหลาบพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่งดงามและน่าเหลือเชื่อตรงหน้า "เธอ..." ลู่จั้นเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและต่ำทุ้ม มือหนาเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว "เธอเป็นใคร?" คำถามนั้นหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ทำให้อี้หลานถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินดังระคนความขบขัน เธอยกมือขึ้นใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดมือเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มทีละก้าว กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศไทยและกลิ่นอายความสะอาดเฉพาะตัวของเธอลอยเข้าแตะจมูกลู่จั้นอย่างจัง จนชายหนุ่มต้องผงถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ "ภรรยาของคุณไงคะ จะเป็นใครไปได้ล่ะคะ หรือว่าจากไปไม่นานจนจำหน้าเมียตัวเองไม่ได้เสียแล้ว?" อี้หลานเอียงคอถาม รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แววตากลับคมกริบราวกับอาบยาพิษ เธอมองสำรวจร่างกายของสามีหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าและคราบฝุ่นผงจากการเดินทางไกล "เดินทางมาเหนื่อย ๆ ไม่คิดจะไปล้างหน้าล้างตาก่อนหรือคะ หรือว่า... กลิ่นพริกแกงของฉันมันดึงดูดใจจนขาของคุณก้าวหนีไม่ไหวกันแน่?" ลู่จั้นจ้องมองใบหน้านวลเนียนที่ไม่มีเครื่องสำอางราคาแพงแต่งแต้ม แต่กลับเปล่งประกายความงดงามตามธรรมชาติจนน่ามอง หัวใจที่แข็งกระด้างของนายทหารหนุ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดเลยว่า... การกลับบ้านครั้งนี้จะทำให้เขาต้องตกตะลึงจนตั้งตัวไม่ติดตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรก บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุด ๆ ของแกงเผ็ดในกระทะและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของลู่จั้นเป็นพยาน ทว่า... ในวินาทีที่ลู่จั้นกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบ เสียงเคาะประตูก็ดังแทรกขึ้นมาอีกครั้งอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของแม่สามีและบรรดาญาติจอมแสบที่ยกพวกมาหวังจะมาดูความพินาศของบ้านหลังนี้เหมือนเช่นเคย! ลู่จั้นหันขวับไปมองทางประตูหน้าบ้านด้วยแววตาดุดัน ทันใดนั้น มือหนากลับเอื้อมคว้าข้อมือเรียวของอี้หลานไว้แน่นราวกับต้องการปกป้อง แต่อี้หลานกลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น เธอสะบัดข้อมือหลุดอย่างนิ่มนวลก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงกระเส่าชวนขนลุก "นั่งลงรอดูฝีมือภรรยาคนนี้จัดการคนพวกนั้นเถอะค่ะ... คุณสามี!" ...ครัวคุณยายหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินและลุ้นระทึกไปกับการเผชิญหน้าอันดุเดือดนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%