เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 28

ความเข้าใจผิดเรื่องจดหมายหย่า

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าคุณไม่เซ็นตอนนี้ ฉันก็จะวางมันไว้ตรงนี้แหละค่ะลู่จั้น ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด และฉันเชื่อว่าการหย่าในครั้งนี้คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งคู่" เสียงของหลินอี้หลานราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านไปด้วยอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ใต้ความสงบนิ่ง เธอวางแผ่นกระดาษที่เขียนด้วยลายมือบรรจงลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวโต๊ะดังชัดเจนราวกับเสียงประทัดในความเงียบงันของห้องโถง ลู่จั้นไม่ได้ก้มมองใบหย่านั้น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของนายทหารหนุ่มกลับจับจ้องเพียงใบหน้าของภรรยา มือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนและจับปืนวางอยู่บนหัวเข่า กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศ กลิ่นอายของเครื่องเทศที่อี้หลานเพิ่งโขลกลงในครกเพื่อเตรียมทำน้ำพริกแกงเมื่อครู่ยังคงลอยอบอวลปนไปกับกลิ่นดินหลังฝนตกนอกบ้าน แต่มันกลับไม่ช่วยลดทอนความตึงเครียดนี้ลงได้เลย "อี้หลาน... คุณคิดเรื่องนี้มาดีแล้วจริงๆ หรือ?" ลู่จั้นเอ่ยปาก น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่าผิดไปจากปกติ "ดีจนไม่รู้จะดียังไงแล้วค่ะ" อี้หลานแค่นยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคู่งามที่เคยฉายแววสดใสยามปรุงอาหารบัดนี้กลับว่างเปล่า "คุณเองก็รู้ว่าแม่ของคุณมองฉันเป็นอย่างไร และตัวคุณ... ที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่จนแทบไม่มีเวลาให้ครอบครัว การที่ฉันเดินออกจากชีวิตคุณไป น่าจะทำให้คุณใช้ชีวิตในกองทัพได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องคอยแก้ต่างหรือมานั่งห่วงหน้าพะวงหลังเพราะสะใภ้ตัวแสบคนนี้อีกต่อไป" ลู่จั้นรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขาไม่ได้ห่วงเรื่องชื่อเสียงหรือหน้าที่การงานอย่างที่เธอประชดประชันเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เขาห่วงคือความโดดเดี่ยวที่อาจจะเกิดขึ้นหากเขาสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปจริงๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของร่างกำยำทาบทับลงบนตัวเธอ อี้หลานไม่ได้ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับความกดดันนั้นอย่างไม่เกรงกลัว ลู่จั้นเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา นิ้วมือที่เคยลั่นไกปืนได้อย่างแม่นยำกลับสั่นเทาเพียงเล็กน้อยขณะที่เขามองเห็นถ้อยคำที่เขียนว่า 'ใบหย่า' ชัดเจน "คุณคิดว่าผมลำบากใจเพราะเรื่องแม่หรือ?" เขาถามพลางก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของหลินอี้หลาน คนที่เปลี่ยนบ้านไม้โกโรโกโสให้กลายเป็นบ้านที่มีชีวิตด้วยจานอาหารและเสียงหัวเราะ "สำหรับฉัน มันไม่สำคัญแล้วค่ะว่าคุณลำบากใจเพราะอะไร ในเมื่อผลลัพธ์มันก็ออกมาเป็นแบบนี้" อี้หลานเอ่ยก่อนจะหันหลังกลับ ตั้งใจจะเดินเลี่ยงไปที่ห้องครัวเพื่อหาทางระบายความอัดอั้นด้วยการทำกับข้าว แต่ทว่า... หมับ! มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่เบาและไม่หนักจนเกินไป แต่มันมีความหมายแฝงบางอย่างที่ทำให้หัวใจของอี้หลานกระตุกวูบ เธอหันกลับมามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ "ฉันไม่เซ็น" ลู่จั้นพูดสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับประกาศิตในสนามรบ "คุณหมายความว่ายังไง?" "ผมบอกว่าผมไม่เซ็น และผมจะไม่หย่า ไม่ว่าแม่จะว่าอย่างไร หรือคุณจะคิดว่าผมเป็นสามีที่แย่แค่ไหนก็ตาม" เขากระชากใบหย่านั้นจนยับยู่ยี่ในมือ ก่อนจะขยำมันจนกลายเป็นก้อนกลมแล้วโยนลงถังขยะข้างประตูอย่างไม่ใยดี อี้หลานเบิกตากว้าง เธอไม่คิดว่าชายผู้ซื่อตรงและอยู่ในกรอบระเบียบอย่างเขาจะแสดงออกถึงความดื้อรั้นแบบไร้เหตุผลเช่นนี้ "ลู่จั้น! นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ! ชีวิตแต่งงานของเรามันมีแต่ความเข้าใจผิดซ้ำซาก คุณคิดว่าความรักหรือความผูกพันมันกินได้หรือยังไง ในเมื่อความจริงเราแทบไม่มีเวลาคุยกันด้วยซ้ำ!" "งั้นเราก็มาคุยกันตอนนี้เลย" ลู่จั้นขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน "คุยให้รู้เรื่องว่าทำไมคุณถึงอยากไปจากผมนัก... หรือว่าที่แท้แล้ว คุณไม่ได้อยากหย่าเพราะเรื่องแม่ แต่เป็นเพราะคุณไปเจอใครอื่นที่ดูแลคุณได้ดีกว่า?" คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความโกรธของอี้หลานพุ่งพล่าน เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อหาความล้อเล่น แต่กลับพบเพียงความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้ ทว่าในจังหวะที่การเผชิญหน้ากำลังถึงจุดเดือด เสียงทุบประตูดังสนั่นจากหน้าบ้านก็ขัดจังหวะลงเสียก่อน พร้อมกับเสียงแหลมสูงของแม่สามีที่ดังทะลุเข้ามาในบ้าน "ไอ้ลู่จั้น! เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่านังตัวดีมันอยู่ในนั้น! แกเอาใบหย่ามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้ ว่าแกจัดการนังเมียที่ทำตัวเป็นนายหญิงในบ้านนี้เรียบร้อยหรือยัง!" อี้หลานชะงัก ลู่จั้นมองภรรยาก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง เขาคว้าเอวเธอเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเสียงต่ำ "ถ้าอยากจบเรื่องนี้... ก็ตามมาทางนี้" เขาไม่ได้เดินไปเปิดประตูหน้า แต่กลับลากเธอไปที่ห้องเก็บของด้านหลัง ซึ่งเป็นที่ที่เขาซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้—กล่องไม้เก่าที่มีกุญแจดอกสำคัญวางอยู่ใต้กองฟาง อี้หลานมองด้วยความงุนงง ลู่จั้นหยิบกล่องนั้นออกมาแล้วยัดใส่มือเธอ "นี่คือเหตุผลที่ผมไม่เซ็น... เพราะถ้าคุณไปตอนนี้ คุณจะเป็นอันตรายเกินกว่าที่จะรับมือไหว" ในจังหวะที่อี้หลานเปิดฝากล่องออกมา สิ่งที่เธอเห็นข้างในกลับไม่ใช่เงินทองหรือของมีค่า แต่เป็นรายชื่อคนในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในสหกรณ์ที่เธอเคยสงสัยมาตลอด และที่สำคัญที่สุด... มีรูปถ่ายของเธอกับชายปริศนาคนหนึ่งที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังยืนคุยกันในตลาดมืด ซึ่งชายคนนั้น... คือคนเดียวกับคนที่เพิ่งแอบส่งข้อความข่มขู่ไว้ในมิติของเธอเมื่อเช้านี้! ครัวคุณยายหวังว่าทุกท่านจะยังไม่ถอดใจจากความสับสนของทั้งคู่ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%