เสียงเกรียงเหล็กกระทบปูนฉาบดัง "แกรก ๆ" เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของลู่จั้นที่กำลังช่วยช่างปูนผสมปูนซีเมนต์ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับกล้ามเนื้อเป็นลอนสวย หลินอี้หลานยืนเท้าสะเอวอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นระคนพึงพอใจ เมื่อมองโครงสร้างคร่าว ๆ ของห้องครัวปูนหลังใหม่ที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทีละน้อย
เงินเก็บก้อนโตจากการค้าขายในตลาดมืดและการต้มตุ๋นบรรดาญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อในตระกูลลู่เมื่อหลายวันก่อน บัดนี้ได้ถูกแปลงโฉมมาเป็นอิฐ หิน ปูน และทราย เพื่อเนรมิต "ห้องครัวในฝัน" ที่เธอโหยหามาตลอดตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาในยุค 80 แห่งนี้
"พี่จั้นคะ ตรงเคาน์เตอร์ปูนก่ออ่างล้างจาน ขอให้ช่างทำช่องด้านล่างให้กว้างหน่อยนะคะ ดิฉันจะเอาไว้เก็บไหหมักซอสและเครื่องเทศตัวเก่งค่ะ" อี้หลานเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมยื่นผ้าเย็นส่งให้ชายหนุ่มที่เดินเช็ดเหงื่อเข้ามาหา
ลู่จั้นรับผ้ามาซับใบหน้าคมคาย ดวงตาคมปลาบมองภรรยาตัวน้อยด้วยแววตาอ่อนโยนจนแทบจะหยาดเยิ้ม แม้ภายนอกเขาจะเป็นนายทหารผู้เคร่งขรึมและเด็ดขาด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอี้หลาน เขากลับยอมสยบให้ทุกอย่าง "ตามใจน้องทุกอย่างครับ... เอ๊ย ตามใจน้องทุกอย่างค่ะ" ลู่จั้นเกือบหลุดปากคำผู้ชายออกมาตามความเคยชินของทหารหน่วยรบพิเศษ แต่รีบเปลี่ยนคำลงท้ายแทบไม่ทันเมื่อเห็นดวงตากลมโตค้อนขวิดส่งมาให้
อี้หลานหัวเราะคิกคักกับความซุ่มซ่ามแต่น่ารักของสามี "ดีมากค่ะท่านรองผู้กอง ถ้าพูดผิดอีก ดิฉันจะงดทำหมูสามชั้นพะโล้สูตรพิเศษให้กินสามวันติดเลยนะคะ"
"พี่ไม่กล้าแล้วครับ เอ๊ย ไม่กล้าแล้วค่ะคุณภรรยา" ลู่จั้นรีบยกมือยอมจำนนทันที เรียเสียงหัวเราะจากช่างปูนเฒ่าประจำหมู่บ้านที่กำลังฉาบปูนอยู่ใกล้ ๆ ให้แอบอมยิ้มตามความรักความเอาใจใส่ที่นายทหารหนุ่มมีให้ภรรยา
ผ่านไปสามวันเต็ม ๆ ด้วยความช่วยเหลือของลู่จั้นและช่างฝีมือดี ห้องครัวปูนสไตล์โมเดิร์นผสมกลิ่นอายโบราณก็เสร็จสมบูรณ์ ผนังปูนฉาบเรียบเนียนทาสีขาวสะอาดตา พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีเทาอ่อนที่ทำความสะอาดง่าย หน้าต่างบานกระทุ้งระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และสิ่งที่ทำให้อี้หลานยิ้มแก้มปริจนหุบไม่ลงก็คือ "เคาน์เตอร์ครัวตัว L" ขนาดกว้างขวาง พร้อมเตาถ่านแบบฝังเคาน์เตอร์ที่ออกแบบเอง และช่องเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวที่สั่งทำพิเศษจากช่างไม้ฝีมือดีในหมู่บ้าน
บ่ายวันนี้ คือฤกษ์งามยามดีในการ "ย้ายเข้าครัวใหม่" และประเดิมเตาเป็นครั้งแรก!
อี้หลานเดินหายเข้าไปในห้องนอนแล้วแวบเข้า "มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต" ชั่วพริบตา เธอกวาดสายตาเลือกวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่มีทางหาได้ง่าย ๆ ในยุค 80 นี้ เนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษแทรกมันกำลังดี ซี่โครงหมูอ่อนชิ้นโต กุ้งแห้งตัวอ้วนพี กะปิอย่างดีจากภาคใต้ที่แอบซ่อนไว้ในช่องแช่แข็งของมิติลับ และสารพัดพริกแห้ง หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นทันทีที่หยิบออกมา
เสียงมีดกระทบเขียงไม้เนื้อแข็งดัง "ต๊อก ๆ ๆ" เป็นจังหวะรัวเร็ว อี้หลานสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายดอกไม้ที่ลู่จั้นซื้อหามาให้จากในเมือง เธอกำลังบรรจงตำพริกแกงเผ็ดด้วยครกหินอ่างศิลา แรงเหวี่ยงสากกระทบก้นครกดังตุบ ๆ กลิ่นหอมฉุนของข่า ตะไคร้ และผิวมะกรูดโชยฟุ้งเตะจมูกทันทีที่น้ำมันหอมระเหยถูกบดขยี้เข้าด้วยกัน
ลู่จั้นที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เดินตามกลิ่นหอมเย้ายวนเข้ามาในครัวใหม่ กลิ่นอายของเครื่องเทศโบราณผสมผสานกับความอบอุ่นของเตาไฟ ทำให้บ้านหลังเล็ก ๆ นี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา
"หอมมากเลยครับ... เอ่อ หอมมากเลยค่ะน้องอี้หลาน" ลู่จั้นชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ ๆ จนแทบจะเกยคางบนไหล่บาง อี้หลานเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยพลางใช้ทัพพีเคาะหน้าผากหนาเบา ๆ อย่างหมั่นไส้
"ออกไปรอข้างนอกเลยค่ะ อย่ามาเกะกะตอนดิฉันกำลังใช้สมาธิ เดี๋ยวอาหารจะไม่อร่อยนะคะ"
"พี่แค่อยากมาช่วยชิมต่างหากเล่า" ลู่จั้นหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี แต่ก็ยอมถอยออกมานั่งรอที่โต๊ะไม้หน้าครัวอย่างว่าง่าย ดวงตาคมกริบมองตามร่างระหงที่กำลังงละואนอยู่หน้าเตาด้วยความหลงใหล
วันนี้อี้หลานตั้งใจจะทำเมนูเด็ดที่ต้องใช้ฝีมือและความประณีตสูงสุด เพื่อฉลองห้องครัวใหม่และตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยของสามี เมนูแรกคือ **"แกงคั่วหอยขมใบชะพลู"** ที่เธอตื่นแต่เช้าไปเก็บหอยขมจากลำธารหลังบ้านมาล้างทำความสะอาดและแกะเนื้อเองอย่างพิถีพิถัน ตามด้วย **"สามชั้นผัดกะปิสะตอ"** (ดัดแปลงใช้ถั่วฝักยาวกรอบ ๆ แทนเนื่องจากหายาก) และปิดท้ายด้วย **"แกงจืดฟักเขียวซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน"** ซดน้ำร้อน ๆ ให้คลายคอ
กระทะเหล็กใบบัวตั้งบนเตาไฟจนร้อนจัด อี้หลานตักหัวกะทิข้นคลั่กกลิ่นหอมมันลงไปเคี่ยวจนแตกมัน ส่งเสียง "ฉ่า" ดังสนั่น ตามด้วยพริกแกงเผ็ดสีแดงฉานที่โขลกเองจนเนียนละเอียด ผัดเคี่ยวจนกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้าน เมนูนี้เธอใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคั้นกะทิสดคั้นมือไปจนถึงการเลือกใบชะพลูสด ๆ ที่เพิ่งเด็ดจากแปลงเกษตรหลังบ้านมาซอยบาง ๆ โรยหน้า
กลิ่นหอมของกะทิที่เคี่ยวกับพริกแกงเผ็ดและใบชะพลู ลอยตามสายลมพัดผ่านรั้วบ้านออกไปไกลจนถึงถนนดินแดงหน้าหมู่บ้าน บรรดากลุ่มแม่บ้านที่กำลังเดินถือตะกร้าผักกลับจากแปลงนา ถึงกับต้องชะงักฝีเท้า สูตรกลิ่นหอมรุนแรงชวนน้ำลายสอแบบนี้ มีเพียงบ้านของสะใภ้ตระกูลลู่คนเดียวเท่านั้นที่ทำได้!
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูรั้วบ้าน... เสียงเคาะประตูรั้วดังขึ้นรัว ๆ พร้อมกับเสียงแหลมสูงของ "สะใภ้ใหญ่" (พี่สะใภ้ตัวแสบที่เคยโดนอี้หลานตบหน้าหงายไปเมื่อคราวก่อน) ที่ตะโกนแว้ดเข้ามาด้วยความอิจฉาริษยา
"อี้หลาน! นังตัวดี! แกทำอะไรกินกัน กลิ่นหอมตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ รังเกียจพวกฉันหรือไงถึงไม่แบ่ง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
ลู่จั้นที่กำลังนั่งรอรับประทานอาหารขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนน่ากลัว เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการกับตัวน่ารำคาญที่บังaжมาทำลายบรรยากาศอันแสนสุขนี้ แต่อี้หลานกลับวางทัพพีลง หันมาส่งยิ้มพรายให้สามีด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
"ใจเย็น ๆ ค่ะพี่จั้น..." อี้หลานเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนอย่างใจเย็น เดินน่องนิ่มก้าวออกไปที่ประตูรั้วด้วยท่าทางสง่างาม "ปล่อยให้ดิฉันต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' คนนี้เองค่ะ รับรองว่าวันนี้... ดิฉันจะทำให้พี่สะใภ้ใหญ่ 'อิ่มอกอิ่มใจ' จนจุกกลับบ้านไปเลยล่ะค่ะ"
อี้หลานเดินไปถึงประตูรั้ว มือเรียวปลดกลอนออกอย่างเชื่องช้า บานประตูไม้เก่าแก่ค่อย ๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของพี่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนเท้าสะเอวรออยู่ พร้อมกับเงาปริศนาของใครบางคนยืนแอบอยู่ด้านหลัง...
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตาม "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ!
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 25
สร้างห้องครัวในฝัน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!