เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 20

การดูแคลนจากนายน้อยตระกูลใหญ่

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
...ความเงียบงันมักกู่ก้องเสียงดังกว่าหมื่นศัสตราในยุทธภพ ณ ใจกลางลานประลองสำนักกระบี่เมฆา อากาศรอบด้านราวกับถูกบีบอัดจนแข็งตัวเป็นแผ่นน้ำแข็ง ด้วยรัศมีลมปราณที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ปรากฏกายขึ้นอย่างไร้ร่องรอย ร่างนั้นยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดเสาศิลาประลองดุจภูผาที่ตั้งตระหง่านท้าทายฟ้าดิน ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขามาตั้งแต่เมื่อใด และไม่มีผู้ใดสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาแม้แต่น้อย "นั่น... มันผู้ใดกัน?" เสียงกระซิบกระซาบด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากหมู่ศิษย์สายใน แม้กระทั่งผู้อาวุโสจ้าวที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งประธาน ยังต้องหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง ใบหน้าเหี่ยวย่นฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ทว่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกของฝูงชน กลับมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันกดดัน "ฮ่าๆๆ! คิดไม่ถึงว่าในงานประลองสำนักกระบี่เมฆา จะมีพวกสุนัขจนตรอกกล้าขึ้นมาเล่นละครปาหี่บนยอดเสาศิลาด้วย!" น้ำเสียงหยิ่งยโสโอหังดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเท้าออกมารem ของบุรุษหนุ่มรูปงามในชุดคลุมผ้าแพรปักลายหงส์ทอง เขากวาดสายตามองไปยังร่างในชุดดำด้วยแววตาดูกลันและเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด นายน้อยตระกูลหลี่ หรือ 'หลี่เทียนเฉิน' ผู้เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งเมืองอัคคีคราม ก้าวขึ้นมาบนลานประลองด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง มือซ้ายไขว้หลัง มือขวาควงพัดหยกจีบด้วยความระรื่น ไป๋หลางที่ยืนอยู่เบื้องล่าง หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาดุจดั่งกระบี่โบราณที่หลับใหลมานับหมื่นปีสะท้อนเงาของหลี่เทียนเฉิน เขาไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ปล่อยให้ความเย่อหยิงของอีกฝ่ายแผดเผาตัวมันเอง หลี่เทียนเฉินหันมามองไป๋หลางด้วยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะสะบัดพัดหยกในมือชี้หน้าไป๋หลางแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดเพื่อให้ทุกคนได้ยิน "ไป๋หลาง เจ้าสวะขั้นรวบรวมลมปราณที่แม้แต่กระบี่ยังถือให้มั่นไม่ได้ ยังมีหน้ามาเหยียบย่างอยู่บนลานประลองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อีกหรือ? หากเจ้ายังมีเศษเสี้ยวของความละอายใจหลงเหลืออยู่บ้าง คุกเข่าลงแล้วกราบเท้าข้าสามครั้ง เสียสละแขนขวาของเจ้าแล้วไสหัวออกไปจากสำนักเสีย! มิฉะนั้น... วันนี้ศิลาประลองแห่งนี้จะกลายเป็นหลุมฝังศพของเจ้า!" คำพูดของหลี่เทียนเฉินเต็มไปด้วยจิตสังหารและความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เหล่าศิษย์รอบด้านต่างส่งเสียงโห่ร้องสนับสนุนอย่างสนุกสนาน พวกเขาล้วนเห็นไป๋หลางเป็นเพียงก้อนกรวดไร้ค่าที่สามารถเหยียบย่ำเมื่อใดก็ได้ ทว่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเหล่านั้น มู่หรงเสวี่ยที่ยืนอยู่บริเวณระเบียงชั้นบน กลับแสดงสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก นัยน์ตาดั่งหยกงามของนางเหลือบมองหลี่เทียนเฉินราวกับกำลังมองดูแมลงเม่าที่กำลังบินเข้ากองไฟ นางรู้ดีว่าวิถีกระบี่ของไป๋หลางนั้นลึกล้ำเพียงใด และการที่บุรุษผู้นี้กล้าเอ่ยปากท้าทายออกไปเช่นนี้ เท่ากับเป็นการจุดไฟเผาโลงศพของตนเองโดยแท้ ไป๋หลางค่อยๆ ก้าวเท้าเดินช้าๆ ทว่ามั่นคงยิ่ง ร่างกายของเขาสะท้อนกลิ่นอายความสงบเยือกเย็นที่ขัดแย้งกับบรรยากาศอันดุเดือดรอบด้านอย่างสิ้นเชิง เขาเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับหลี่เทียนเฉิน น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าก้องกังวานราสายฟ้าฟาดผ่านโสตประสาทของทุกคนดังขึ้น "ตระกูลหลี่แห่งเมืองอัคคีคราม... สั่งสอนบุตรหลานได้ดีนี่ ช่างเปี่ยมด้วยความไร้เดียงสาและความโง่เขลาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้" หลี่เทียนเฉินหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างทันที ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นสู่ศีรษะเมื่อถูกเด็กหนุ่มที่ตนดูแคลนมาตลอดกล่าววาจาเย้ยหยันต่อหน้าธารกำนัล "สามห่าว! เจ้าสวะเดรัจฉาน กล้าดียังไงมาสามห่าวต่อหน้าข้า!" หลี่เทียนเฉินคำรามลั่น พลังลมปราณระดับแก่นแท้ขั้นที่สามระเบิดออกจากร่างอย่างรุนแรง รัศมีสีแดงฉานแผ่พุ่งปกคลุมไปทั่วร่างจนเกิดเสียงลมคำรามหวีดหิว พัดหยกในมือแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่สั้นประกายเพลิงวาววับ มันคือ 'กระบี่อัคคีผลาญนภา' ศัสตราวุธระดับปฐพีขั้นสูงที่ตระกูลหลี่มอบให้เพื่อใช้สร้างชื่อเสียง "วันนี้ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้ ตัดหัวของเจ้ามาสังเวยกระถางธูปของตระกูลหลี่!" หลี่เทียนเฉินทะยานร่างพุ่งเข้าใส่ไป๋หลางด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ วิชากระบี่เพลิงผลาญถูกแผดเผาออกมาราวกับพายุสุริยะ คมกระบี่กรีดผ่าอากาศจนเกิดเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู ทุกกระบวนท่ามุ่งหมายปลิดชีพในดาบเดียว! ผู้คนต่างพากันอุทานด้วยความตกใจ ผู้อาวุโสจ้าวเผยรอยยิ้มเยдяیที่มุมปากอย่างพึงพอใจ เพราะเขาคาดหวังให้ไป๋หลางถูกสังหารคามือของหลี่เทียนเฉินอยู่แล้ว ทว่า... ไป๋หลางยังคงยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นสลัก วินาทีที่คมกระบี่เพลิงพุ่งเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างเพียงแค่คืบ แววตาของไป๋หลางก็เปล่งประกายแสงสีเงินยวดยิ่งยวดออกมาวูบหนึ่ง! เพล้ง! เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขา แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า คือภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า... ไป๋หลางไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก! เขามือข้างหนึ่งไขว้หลังไว้ตามเดิม ส่วนมืออีกข้างใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบคมกระบี่อัคคีผลาญนภาของหลี่เทียนเฉินเอาไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับคีบก้านดอกไม้! รอยยิ้มหยิ่งยโสบนใบหน้าของหลี่เทียนเฉินแข็งค้างสนิท ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก "เป็น... เป็นไปได้อย่างไร! ปราณคุ้มกายของข้า..." "วิชากระบี่ตระกูลหลี่... มีดีแค่นี้เองสินะ" ไป๋หลางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าราวมัจจุราชเรียกหา ในจังหวะนั้นเอง ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนอยู่บนยอดเสาศิลาประลองมาโดยตลอด ก็ขยับตัว... เขายกมือขึ้นช้าๆ แล้วดึงผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน พร้อมกับรอยยิ้มอันลึกล้ำที่ทำให้หัวใจของมู่หรงเสวี่ยกระตุกวูบ นางจำใบหน้านั้นได้ทันที... ใบหน้าที่เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ในห้วงเวลาอันยาวนานเมื่อชาติภพก่อน! "ไม่พบกันนานนะ... สหายเก่า" บุรุษชุดดำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงก้องกังวานที่สะท้อนก้องไปทั่วทั้งสำนักกระบี่เมฆา และชื่อที่เขาเอמהออกมาเบาๆ ต่อจากนั้น ก็ทำให้สีหน้าของผู้อาวุโสจ้าวเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือดทันที... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%