เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆายังไม่ทันจางหายจากลานประลองหยกขาว ร่างของนายน้อยตระกูลหลี่ หรือ “หลี่เทียนเฉิง” ก็ก้าวขึ้นมาด้วยท่าทีองอาจราวกับพญาอินทรีย์เหนือเหยื่อ ปลายกระบี่วิญญาณนภาในมือเขาเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า ขับเน้นให้บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยไอสังหารอันเย็นเยียบ
“ไป๋หลาง... เจ้าสวะไร้รากฐานเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรถึงรับคำท้าประลองความเป็นตายนี้?” หลี่เทียนเฉิงแค่นเสียงหัวร่อในลำคอ สายตาดุจดั่งสัตว์ป่ามองเหยื่อผู้โง่เขลา “วันนี้ ข้าจะใช้กระบวนท่า ‘เก้าเหมันต์สะบั้นนภา’ ของตระกูลหลี่ สับกระดูกและเส้นเอ็นของเจ้าให้ละเอียดเป็นจุล เพื่อให้สำนักกระบี่เมฆารู้ซึ้งว่าเศษสวะอย่างเจ้าไม่คู่ควรแม้แต่จะยืนหายใจบนผืนแผ่นดินนี้!”
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นจากอัฒจันทร์ฝั่งผู้อาวุโส ผู้อาวุโสจ้าวลูบเคราสีเทาของตนด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาทอประกายดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง ในสายตาของคนระดับสูงทั้งหลาย ไป๋หลางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกบีบให้เดินจนมุมเพื่อสังเวยชื่อเสียงให้กับตระกูลหลี่เท่านั้น
ทว่า... ท่ามกลางความกดดันอันมหาศาลที่กดทับลงมาจนศิษย์สายในหลายคนยังต้องหายใจติดขัด ไป๋หลางกลับยืนสงบนิ่งดั่งขุนเขา ไหล่ทั้งสองข้างทิ้งน้ำหนักลงอย่างเป็นธรรมชาติ มือขวาไม่ได้กุมด้ามกระบี่ด้วยความตื่นตระหนก หากแต่สัมผัสมันด้วยความคุ้นเคยราวกับมันคืออวัยวะชิ้นที่สามสิบสามของร่างกาย
ดวงตาคู่นคมืดสนิทดั่งห้วงดาราไร้ก้นบึ้ง เขามองหลี่เทียนเฉิงผู้กำลังพองขนด้วยความลำพองใจ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าก้องกังวานเสียดแทงถึงจิตวิญญาณ
“เก้าเหมันต์สะบั้นนภา... เป็นวิชาที่เกริกไกรและสิ้นเปลืองพลังปราณไม่น้อย น่าเสียดายที่ในสายตาของข้า มันเป็นได้เพียงแค่ ‘การร่ายรำของเด็กอมมือ’ ที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ถึงเจ็ดสิบสองแห่ง”
“สามหาว!” หลี่เทียนเฉิงหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “ตายเสียเถอะไอ้สวะ!”
สิ้นเสียงคำราม ร่างของหลี่เทียนเฉิงก็พุ่งทะยานออกไปราวสายฟ้าแลบ ปราณกระบี่สีฟ้าจัดจ้าแผ่ขยายออกเป็นรูปพญาหงส์เหมันต์ กวาดเอาไอเย็นยะเยือกแช่แข็งพื้นหยกขาวแตกละเอียดเป็นทางยาว พลังกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดระเบิดออกเต็มกำลังหมายสังหารไป๋หลางในกระบวนท่าเดียว
*กระบวนท่าที่หนึ่ง: ปีกหงส์สะบั้นเมฆา!*
ท่ามกลางมวลพายุไอน้ำแข็งที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ มู่หรงเสวี่ยที่นั่งอยู่บนระเบียงหอคอยสูง นางเซียนผู้เย็นชาต่อโลกหล้า เม้มริมฝีปากบางเฉียบเข้าหากันเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี แต่ปลายนิ้วหยกที่กุมราวระเบียงกลับจิกเข้าหากันจนขาวซีด สัญชาตญาณของนางร่ำร้องเตือนภัย แต่วิญญาณและสายตาของนางกลับเชื่อมั่นในชายหนุ่มเบื้องล่างอย่างสนิทใจ... *เขาไม่มีทางพ่ายแพ้*
ไป๋หลางขยับตัวแล้ว
เพียงแค่ก้าวเดียว... ก้าวที่ดูเชื่องช้าแต่มั่นคงราวน้ำไหลเอ่อล้น ทว่ากลับซ่อนความเร็วที่เหนือกว่าสายตาของคนธรรมดาจะจับ
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีเงินยวดยวงสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตา ดุจดาวตกที่ตัดผ่านราตรีกาล เป็นกระบี่ที่ไม่มีลวดลายซับซ้อน ไม่มีเสียงคำรามกึกก้อง แต่มันคือ ‘ความเรียบง่ายที่สมบูรณ์แบบ’
ปราณกระบี่ของหลี่เทียนเฉิงที่ถาโถมมาดั่งคลื่นคลั่ง ถูกคมกระบี่ของไป๋หลางผ่าแยกออกเป็นสองส่วนอย่างง่ายดายราวกับใช้มีดคมกริบตัดผ่านเต้าหู้!
“บ้าน่า?!” หลี่เทียนเฉิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเมื่อเขาพบว่ากระบวนท่าอันภาคภูมิใจของตนถูกทำลายโดยไร้ซึ่งการต่อต้าน
แต่นั่นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด
*กระบวนท่าที่สอง: วารีคืนรัง!*
ร่างของไป๋หลางหมุนคว้างกลางอากาศราวกับสายน้ำที่ไหลย้อนทวนกระแส ปลายกระบี่สะกิดเข้าที่จุดชีพจรหลักบริเวณหัวไหล่ขวาของหลี่เทียนเฉิงอย่างแม่นยำราวนิติแพทย์ผ่าตัด แรงปะทะอันนุ่มนวลแต่ลึกล้ำทะลวงผ่านเกราะปราณป้องกันเข้าสู่เส้นลมปราณภายในโดยตรง
*อั๊ก!*
หลี่เทียนเฉิงสำลักเลือดคำโตออกมากลางอากาศ สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับกระดาษ ความเจ็บปวดราวนรกโลกันตร์แผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเขาแทบจะประคองสติไว้ไม่อยู่
“กระบวนท่าที่สาม...” เสียงของไป๋หลางกระซิบแผ่วเบาข้างหูของคู่ต่อสู้ที่กำลังร่วงหล่นลงมา ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตแห่งขุมนรก
*เปรี้ยง!*
ฝ่ามือซ้ายที่ว่างอยู่ของไป๋หลางประทับเข้าที่กลางหน้าอกของหลี่เทียนเฉิงอย่างเต็มแรง แรงกระแทกสะท้านสะเทือนสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ปราณกระบี่นับพันสายพุ่งทะยานเข้ารenovate เส้นลมปราณทั่วร่างของนายน้อยตระกูลหลี่จนแตกละเอียดในพริบตาเดียว!
ร่างของหลี่เทียนเฉิงพุ่งกระแทกพื้นหยกขาวอย่างรุนแรงจนฝุ่นตลบอบอวล พื้นสนามประลองร้าวรานเป็นใยแมงมุม เขากระอักเลือดสดๆ ออกมาอีกหลายคำ ดวงตาเหลือกค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความเจ็บปวดทรมาน ก่อนจะหมดสติหมอบราบคาบคาพื้นดินอย่างไร้ทางสู้
เวลาผ่านไป... ทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
ไม่มีใครกล้าส่งเสียง แม้แต่ศิษย์สายหลักหรือผู้อาวุโสยังอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดกลัว สามกระบวนท่า! ใช้เวลาเพียงแค่สามลมหายใจเท่านั้น! นายน้อยตระกูลหลี่ ผู้มีชื่อเสียงว่าเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ กลับพ่ายแพ้อย่างย่อยยับไร้ทางสู้ต่อหน้าศิษย์สำนักล่างที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำ!
ผู้อาวุโสจ้าวผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ด้วยความตกใจจนหน้าถอดสี มือที่ถือถ้วยชาสั่นเท้าระริกจนน้ำชาหกเลอะเทอะ เขาจ้องมองไป๋หลางที่ยืนถือกระบี่นิ่งสงบราวกับเทพเจ้าแห่งสงครามด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
บนหอคอยสูง มู่หรงเสวี่ยระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนหมู่มวลดอกไม้ต้องอับBoon แววตาคู่นั้นฉายประกายความภาคภูมิใจและลุ่มลึกอย่างหาใดเปรียบ
ไป๋หลางกวาดสายตาคมกริบมองไปยังเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สำนักกระบี่เมฆาที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน และในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าการประลองได้สิ้นสุดลงแล้วนั้น...
จู่ๆ มิติอากาศเบื้องหน้าไป๋หลางก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์วิญญาณที่กดทับลงมาจนผู้คนนับร้อยทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากห้วงมิติอันไร้ขอบเขต
“ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นกระบี่ที่คมคลาดีแท้ ไป๋หลาง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการโค่นสวะตระกูลหลี่ จะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากเงื้อมมือของ ‘สำนักกระบี่ทมิฬ’ ได้?”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้ และโปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 21
ตบหน้ากลางเวทีประลอง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!