เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 22

เงาพญามารในเงามืด

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นกระบี่ที่คมคลาดีแท้ ไป๋หลาง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการโค่นสวะตระกูลหลี่ จะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากเงื้อมมือ ‘สำนักกระบี่ทมิฬ’ ได้?” เสียงหัวเราะเยือกเย็นดุจสายลมจากขุมนรกยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้บรรยากาศรอบลานประลองยุทธภพแห่งสำนักเมฆาครามจะกลับคืนสู่ความเงียบสงัด ฝุ่นผงจากการปะทะพลังปราณเมื่อครู่ค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมายังร่างของเด็กหนุ่มผู้ยืนตระหง่านกลางลานศิลา ไป๋หลางมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองไปยังความมืดมิดบริเวณระเบียงชั้นสองของหอชมจันทร์ ซึ่งเป็นจุดที่เสียงปริศนาดังขึ้นเมื่อครู่ ปราณกระบี่ในตันเถียนของเขายังคงหมุนวนอย่างเชี่ยวกราก ดั่งมังกรเพลิงที่รอคอยการคำรามซ้ำยามเมื่อภัยมาเยือน *“สำนักกระบี่ทมิฬ... พวกมันแทรกซึมมาถึงงานประลองคัดเลือกยอดฝีมือประจำปีแล้วสินะ”* ไป๋หลางรำพึงในใจอย่างเยือกเย็น บนอัฒจันทร์ฝั่งประธาน ผู้อาวุโสจ้าวขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าเหี่ยวย่นฉายแววริษยาและหวาดระแวงระคนกัน เขากวาดสายตามองไปยังกลุ่มศิษย์รับเชิญจากต่างสำนักที่นั่งปะปนอยู่ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ท่าทีของคนเหล่านั้นดูสำรวมเกินกว่าเหตุ และที่น่ากลัวที่สุดคือ กลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยเคล็ดวิชามารอันลึกล้ำ “ไป๋หลาง เจ้ายังไม่รีบลงมาจากลานประลองอีกรึ!” ผู้อาวุโสจ้าวตะโกนขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ พยายามกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในใจ “การประลองรอบแรกสิ้นสุดลงแล้ว อย่าได้ทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาศิษย์พี่ของเจ้า!” คำพูดนั้นเรียกเสียงกระซิบกระซาบจากฝูงชนได้ทันที หลายคนมองไป๋หลางด้วยสายตาสสมเพชเวทนา บ้างก็เยาะเย้ยถากถางตามนิสัยของคนในยุทธภพที่มักเหยียบย่ำผู้ต่ำต้อยกว่า ทว่าไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งของผู้อาวุโสจ้าวนั้น เม็ดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายเต็มแผ่นหลัง เมื่อเขารู้ดีแก่ใจว่า การปรากฏตัวของเงาพญามารเมื่อครู่ มิใช่เรื่องบังเอิญ ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของลานประลอง ซึ่งถูกปกคลุมด้วยเงาไม้ใหญ่ ทรวดทรงอันบอบบางแต่สง่างามดุจภาพวาดพู่กันจีนของ ‘มู่หรงเสวี่ย’ กลับยืนนิ่งดั่งรูปสลัก นางเซียนผู้สูงส่งแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ปรายตามองไปยังจุดที่เงาพมารหายตัวไป แววตาคู่สวยที่ปกติเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ บัดนี้กลับเปล่งประกายความคมปลาบอันน่าสะพรึงกลัว นางก้าวเท้าแผ่วเบาราวกับภูตผี เดินเข้ามาใกล้ไป๋หลางโดยไม่มีผู้ใดทันสังเกต กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนางโชยปะทะนาสิกของเด็กหนุ่มท่ามกลางคาวเลือดและกลิ่นอายปราณอันดิบเถื่อน “เจ้าบาดเจ็บหรือไม่... ไป๋หลาง?” สุ้มเสียงไพเราะราวกับเสียงพิณสวรรค์เอ่ยถามแผ่วเบา มีเพียงเขากับนางเท่านั้นที่ได้ยิน ไป๋หลางหันกลับไปสบตา นางคือความอบอุ่นเดียวท่ามกลางโลกยุทธภพอันหนาวเหน็บและโหดร้ายนี้ เขาส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ข้าไม่เป็นไร เสวี่ยเอ๋อร์... แค่แมลงสาบตัวเล็กๆ ที่ส่งเสียงน่ารำคาญเท่านั้น” “มิใช่แมลงสาบธรรมดา” มู่หรงเสวี่ยทอดสายตาไปยังกลุ่มคนชุดดำที่ปะปนอยู่แถวระเบียงทิศบูรพา “พวกมันใช้ ‘ปราณโลหิตกลืนวิญญาณ’ เป็นวิชาต้องห้ามจากแดนทมิฬบูรพา การที่พวกมันกล้าแฝงตัวเข้ามาในงานชุมนุมของสำนักใหญ่ แสดงว่าเบื้องหลังต้องมีผู้อาวุโสระดับสูงของฝ่ายเราให้การหนุนหลังอยู่... ไม่แน่ว่า ตาเฒ่าจ้าวผู้นั้น อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย” คำพูดของนางเฉียบคมดุจใบกระบี่ ไป๋หลางพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง เขารู้ดีว่าความแค้นในชาติภพก่อนและการล้างแค้นในชาตินี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหมากกระดานใหญ่ที่สวรรค์และนรกกำลังร่วมกันขีดเขียน ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือลานประลองที่เคยโปร่งใส กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างกะทันหัน! มวลเมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดุจภาพมายา ลมพายุหมุนวนกรรโชกแรงจนธงประจำสำนักเมฆาครามสะบัดสะท้อนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันจากปราณมารที่ทรงพลังระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ศิษย์ระดับล่างหลายคนถึงกับกระอักเลือดล้มพับลงกับพื้นทันที! “เกิดอะไรขึ้น?!” เสียงร้องตื่นตระหนกดังระงมไปทั่ว ผู้อาวุโสจ้าวผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ด้วยความตกใจขีดสุด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่กดทับลงมาบนร่าง “นี่มัน... กลิ่นอายของ ‘ราชันโลหิต’ ผู้บัญชาการสำนักกระบี่ทมิฬเมื่อสามร้อยปีก่อนมิใช่หรอกหรือ?! เป็นไปไม่ได้! มันถูกผนึกไว้ที่หุบเขาหมื่นอสูรไม่ใช่หรือไง!” ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ไป๋หลางมิได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่เหล็กดำที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น ปราณกระบี่ในร่างคำรามก้องอย่างดุดันตอบรับกับภัยคุกคามเบื้องหน้า เขากวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังแตกตื่น ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับร่างของศิษย์พี่ใหญ่คนสนิทของผู้อาวุโสจ้าว ผู้ซึ่งกำลังยืนก้มหน้าอยู่ที่มุมเสาหิน ทว่าริมฝีปากกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวผิดมนุษย์ รอยยิ้มนั้น... เป็นรอยยิ้มเดียวกันกับที่เขาเห็นในนิมิตแห่งความตายเมื่อชาติก่อน! ไป๋หลางหรี่ตาลงเล็กน้อย กระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนหัวลุก “ที่แท้... หนอนบ่อนไส้ก็ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง” ฉับพลันนั้น ร่างของศิษย์พี่ใหญ่คนนั้นก็ระเบิดออกเป็นกลุ่มควันสีเลือด ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะแหบพร่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ และคมกระบี่สีดำสนิทเล่มหนึ่งที่พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมายังหัวใจของมู่หรงเสวี่ยโดยไม่มีใครทันตั้งตัว! “เสวี่ยเอ๋อร์ ระวัง!” ไป๋หลางคำรามลั่น ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยความเร็วเหนือแสง ประกายกระบี่สีครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดในชั่วพริบตา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานและดุเดือดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%