ประกายกระบี่สีครามที่ตัดผ่านความมืดมิดในชั่วพริบตาเมื่อครู่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปลดปล่อยพลังปราณอันเกรี้ยวกราด หากแต่มันคือเสียงคำรามจากจิตวิญญาณของอดีตมหาเทพผู้ปฏิเสธแม้กระทั่งราชบัลลังก์สวรรค์ ไป๋หลางยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าชักกระบี่ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้าดุจดวงดาราในคืนเดือนมืด ลมปราณในตันเถียนปั่นป่วนคล้ายคลื่นมหาสมุทรซัดสาดชนฝั่ง ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างบ้าคลั่งจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
"เจ้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว... ไป๋หลาง"
น้ำเสียงไพเราะดังกังวานขึ้นราวกับเสียงพิณสวรรค์ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบที่สามารถแช่แข็งสายธาราได้ทั้งสาย ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะโปรยปรายของ มู่หรงเสวี่ย ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าราวกับภาพวาดพู่กันจีนอันไร้รอยต่อ นางก้าวเดินผ่านความว่างเปล่าอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายนิ้วเรียวยาวดุจลำหยกสะบัดเบาๆ ปราณเซียนบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พวยพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของไป๋หลางไว้ กดข่มพายุคลั่งแห่งลมปราณที่กำลังจะฉีกกระชากเส้นชีพจรของเขาให้สงบลงในทันที
ไป๋หลางสูดลมหายใจเข้าลึก รสชาติคาวเลือดฝาดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก เขาฝืนยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะซีดขาวจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด แต่แววตายังคงความทะนงองอาจไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย "หากข้าไม่เร่งรัดกระบวนท่านี้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เกรงว่าเงาหัวของข้าคงไม่เหลือรอดไปถึงการประลองสำนักเมฆาเป็นแน่... ผู้อาวุโสจ้าวและพรรคพวกของมันคงไม่ได้นอนหลับอย่างเป็นสุขในคืนนี้หรอก"
มู่หรงเสวี่ยปรายตามองชายหนุ่มด้วยแววตาที่ซับซ้อน ภายในความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีของนาง บัดนี้กลับซ่อนคลื่นอารมณ์ระลอกใหญ่ไว้ นางยื่นมือออกไปสัมผัสชีพจรที่ข้อมือของเขาเบาๆ ไอความเย็นจากตำหนักเหมืองสวรรค์ไหลซึมเข้าสู่ร่างของไป๋หลาง ช่วยชำระล้างความร้อนรุ่มจากการทะลวงขอบเขตที่ผิดวิธีเมื่อครู่
"เจ้าคิดว่าวิชากระบี่เก้าสุริยันต์ที่เจ้าฝึกฝนอยู่ เป็นเพียงแค่การฟาดฟันด้วยความรวดเร็วและความรุนแรงอย่างนั้นหรือ?" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟัง ทว่าทิ่มแทงเข้าสู่ห้วงความคิดของไป๋หลางอย่างจัง
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ทบทวนกระบวนท่าเมื่อครู่ในใจ "ข้าคิดว่า... กระบี่คือตัวแทนเจตจำนง หากเจตจำนงแหลมคม กระบี่ย่อมตัดผ่านได้ทุกสิ่ง แม้กระทั่งสวรรค์"
"ผิดถนัด" มู่หรงเสวี่ยส่ายศีรษะเบาๆ เส้นผมสีดำสนิทดุจแพรไหมไหวตามการเคลื่อนไหว "นั่นคือวิถีกระบี่ของผู้กระหายการทำลายล้าง หาใช่วิถีกระบี่ที่แท้จริงไม่ เจ้ามีดวงจิตแห่งมหาเทพผู้สูงส่ง แต่กลับใช้มันประหัตประหารด้วยความแค้นตื้นเขิน เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... กระบี่คู่ที่แท้จริง หาใช่การถือครองศาสตราสองเล่มในมือ หากแต่คือการประสานสอดคล้องระหว่าง 'จิต' และ 'วิญญาณ' ต่างหาก"
คำพูดของนางดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของไป๋หลาง อดีตมหาเทพกระบี่นิ่งงิ่งงันไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติซ้อนทับขึ้นมาในห้วงนึก ความพ่ายแพ้ การถูกทรยศ และความโดดเดี่ยว ล้วนหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนกระหายเลือดและมุ่งมั่นแต่จะแก้แค้น จนหลงลืมแกแท้แห่งวิถีกระบี่ที่บรรพชนเซียนเคยสั่งสอนไว้
มู่หรงเสวี่ยเห็นเขานิ่งเงียบไป นางจึงพลิกฝ่ามือ ปรากฏกล่องหยกโบราณสลักลวดลายอักขระปราณสวรรค์ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ เมื่อนางเปิดฝากล่องออก แสงสีทองเรืองรองก็สาดส่องขับไล่ความมืดมิดในยามวิกาลให้สว่างวาบ กลิ่นอายโบราณกาลอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว
"นี่คือ... 'เคล็ดวิชากระบี่สุริยันจันทราประสาน'?" ไป๋หลางอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง แม้แต่ตัวเขาในอดีตชาติยังเคยได้ยินเพียงแค่ชื่อในตำนานลับของแดนเซียน ไม่คิดว่ามันจะมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในยามที่เขาต้องการมากที่สุด
"ถูกต้อง" มู่หรงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางหยิบม้วนคัมภีร์โบราณที่ทำจากหนังมังกรฟ้าออกมา "เคล็ดวิชานี้สูญหายไปนับหมื่นปี มันไม่ใช่คัมภีร์สำหรับการฝึกฝนคนเดียว หากแต่ต้องใช้ผู้ฝึกสองคนที่มีจิตวิญญาณสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แบบในการโคจรลมปราณกระบี่คู่... ข้าจะถ่ายทอดครึ่งหนึ่งให้เจ้า ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง... เจ้าต้องใช้ใจของเจ้ารับมันไว้"
พูดจบ มู่หรงเสวี่ยก็สะบัดมือเบาๆ ม้วนคัมภีร์ทองคำพุ่งตรงเข้าสู่หว่างคิ้วของไป๋หลางราวกับสายฟ้าสีทอง ความรู้มหาศาล, แผนผังจุดชีพจรนับหมื่น, และท่วงทำนองกระบี่ที่ลึกล้ำเกินกว่าจินตนาการไหลทะลักเข้าสู่สมองของชายหนุ่มราวกับเขื่อนแตก ไป๋หลางต้องหลับตาลงแน่น ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรอด เพื่ออดทนต่อความเจ็บปวดจากการหลอมรวมข้อมูลวิชาอันมหาศาลนี้
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดไม่มีใครล่วงรู้ ท่ามกลางป่าไผ่เงียบสงบ ไอหมอกยามดึกเริ่มหนาแน่นขึ้น ลมปราณรอบตัวไป๋หลางสงบลงแล้ว ทว่ากลับทรงพลังและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า ร่างของเขากลิ่นอายกระบี่แผ่ซ่านออกมาโดยไม่ต้องชักศาสตรา อากาศรอบตัวสั่นพับๆ ดุจกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด
ไป๋หลางลืมตาขึ้น ชายหนุ่มประสานมือคารวะนางเซียนผู้สูงส่งด้วยความเคารพจากก้นบึ้งของหัวใจ "ขอบคุณท่าน... เสวี่ยเอ๋อร์ น้ำใจครั้งนี้ ข้าไป๋หลางจักไม่มีวันลืม"
มู่หรงเสวี่ยเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ใบเทียนไขของนางขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ ที่พวงแก้ม แม้จะพยายามรักษาท่าทีเย็นชาไว้เพียงใด แต่ประกายความห่วงใยในดวงตาคู่นั้นก็ไม่อาจปิดบังได้มิด "อย่าเพิ่งข้าใจผิด... ข้าเพียงไม่ต้องการให้คนที่ถือครองกระบี่คู่กับข้าต้องตายอนาถด้วยน้ำมือของพวกมดปลวกสำนักกระบี่เมฆาเท่านั้น"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังจะอบอวลไปด้วยความหวานล้ำอันเงียบงัน ทว่า...
*เปร้ง!*
เสียงระฆังสำนักกระบี่เมฆาดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันถึงเก้าครั้ง ทำลายความเงียบยามวิกาลลงอย่างสิ้นเชิง! ตามด้วยเสียงคำรามกึกก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสจ้าวที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา
"ไอ้สุนัขไป๋หลาง! เจ้าบังอาจสังหารศิษย์สายในและเผาคลังยาสมุนไพร วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้า!"
แสงคบเพลิงนับร้อยสายสว่างวาบขึ้นบริเวณเชิงเขา เงาร่างของยอดฝีมือสำนักกระบี่เมฆากว่าครึ่งร้อยกำลังพุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ป่าไผ่แห่งนี้ไว้ทุกด้านอย่างแน่นหนา!
ไป๋หลางหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวออกไปรับมือกับศัตรู มู่หรงเสวี่ยกลับคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ใบหน้างดงามของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
"เดี๋ยวก่อน..." นางกระซิบเสียงเบาหวิว ทว่าเต็มไปด้วยความตระหนก "พวกมันไม่ได้มาแค่คนของสำนักกระบี่เมฆา... ลมปราณที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพวกมัน คือ 'กลิ่นอายอสูรโลหิต' จากแดนต้องห้าม... มีคนจงใจใช้พวกเจ้าเป็นหมากในเกมอำมหิต!"
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้อุตสาหะวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 23
คำเตือนจากนางเซียน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!