"เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าเศษไม้ผุพังเล่มนั้น จะใช้ต่างกระบี่เพื่อประมือกับข้าผู้นำกฎแห่งสำนักกระบี่เมฆาได้เช่นนั้นหรือ?"
เสียงหัวسเยือกเย็นดุจสายลมหนาวเหน็บจากหุบผาอเวจีของ 'ผู้อาวุโสจ้าว' ดังสะท้อนก้องไปทั่วลานทดสอบยุทธ์ แรงกดดันจากพลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นที่เจ็ดแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง จนเหล่าศิษย์สำนักล่างต่างพากันทรุดฮวบลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของแต่ละคนซีดเผือดราวกับกระดาษ ไอร้อนจากลมปราณที่แผדพุ่งออกมาจากร่างของผู้อาวุโสจ้าวกวาดเอาเศษฝุ่นละอองลอยวนเป็นพายุหมุนขนาดย่อม
ทว่า... ใจกลางพายุลมปราณนั้น กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงราวกับขุนเขา
ไป๋หลางมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นคมกริบดุจดั่งพญาอินทรีจับจ้องไปยังคู่ต่อสู้ ในมือขวาของเขากุมกิ่งไม้แห้งๆ เล่มหนึ่งซึ่งเก็บได้จากข้างทาง มันทั้งขรุขระ ปราศจากความเงางาม และเต็มไปด้วยร่องรอยผุกر่อนตามกาลเวลา แต่วินาทีที่ไป๋หลางกุมด้ามจับนั้น รัศมีรอบกายของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีมลายหายสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าอันลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทร... และความคมกล้าที่สามารถผ่าสวรรค์ได้ด้วยการสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว
"กระบี่... มิได้อยู่ที่ตัวเนื้อไม้"
เสียงทุ้มนุ่มลึกเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า แต่กลับดังก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปถึงจิตวิญญาณของผู้ได้ยินทุกผู้ทุกนาม ไป๋หลางปรายตาไปยังกิ่งไม้ในมือ คล้ายกำลังรำลึกถึงสหายเก่าแก่ที่ร่วมเป็นร่วมตายมานับร้อยภพชาติ
"แต่มันอยู่ที่เจตจำนง... และวิถีที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากรอยเลือดและคราบน้ำตา ในเมื่อท่านประสงค์จะเห็นกระบี่เล่มแรกในรอบร้อยปีของข้า เช่นนั้นแล้ว... ข้าก็จะสนองให้"
สิ้นคำพูด ร่างของไป๋หลางก็ก้าวออกไปหนึ่งก้าว
*ตึง!*
เพียงแค่ปลายเท้าสัมผัสพื้นศิลาแกร่ง ลานทดสอบยุทธ์ทั้งหมดก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก รอยร้าวขนาดใหญ่นับร้อยสายพุ่งแหวกแผ่ขยายออกไปดุจใยแมงมุม ปราณกระบี่อันไร้รูปแต่ทรงพลังมหาศาลระเบิดทะลักออกจากร่างของเด็กหนุ่ม พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภากลายเป็นลำแสงสีครามเข้มที่เจาะทะลุชั้นเมฆหนาทึบจนแปรเปลี่ยนเป็นช่องว่างขนาดมหึมา เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันมืดมิดและหมู่ดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับแม้จะเป็นยามกลางวัน!
ผู้อาวุโสจ้าวที่เคยยืนยองๆ ด้วยความมั่นใจ ถึงกับใบหน้าถอดสี สัญชาตญาณดิบแห่งการเอาชีวิตรอดกรีดร้องลั่นในโสตประสาท ขาสองข้างสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อพบว่า พลังปราณที่แผ่ออกมาจากเด็กหนุ่มตรงหน้า... กำลังบดขยี้กฎเกณฑ์ของฟ้าดินจนแหลกสลาย!
"นี่มัน... วิชาปราณอะไรกัน! เป็นไปไม่ได้! เจ้าเป็นแค่ศิษย์สำนักล่างไร้รากฐาน เหตุใดจึงมีเจตจำนงกระบี่ที่น่ากลัวถึงเพียงนี้!" ผู้อาวุโสจ้าวคำรามลั่นเพื่อข่มความกลัวในใจ ฝ่ามือทั้งสองข้างรวบรวมลมปราณทั้งหมดจนเกิดเป็นกรงเล็บพยัคฆ์เพลิงทมิฬ พุ่งทะยานเข้าใส่ไป๋หลางด้วยหมายจะปลิดชีพอีฝ่ายในคราเดียว
ทว่า ไป๋หลางหาได้ชายตาแล
เขายกกิ่งไม้ในมือขึ้นช้าๆ ท่วงท่าเรียบง่าย ไร้ซึ่งกระบวนท่าซับซ้อน ดุจดังเด็กน้อยที่กำลังตวัดกิ่งไม้เล่นริมลำธาร แต่ในสายตาของ 'มู่หรงเสวี่ย' ที่ยืนเร้นกายอยู่บนยอดตำหนักสูง นางกลับเบิกกว้างด้วยความตะลึงลาน ดวงตาคู่สวยฉายแววระคนความทึ่งและลึกซึ้ง นางพึมพำกับตนเองแผ่วเบา
*“วิชากระบี่คว่ำฟ้าดิน... เขาบรรลุมันถึงขั้นนี้แล้วจริงๆ หรือ...”*
ในมิติที่เหนือกว่าการรับรู้ของคนทั่วไป กิ่งไม้ในมือของไป๋หลางเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงเศษไม้ผุพังอีกต่อไป แต่มันคือตัวแทนแห่งกฎเกณฑ์สูงสุด เป็นบรรทัดฐานแห่งวิถีกระบี่ที่แม้แต่เซียนบนสรวงสวรรค์ยังต้องก้มหัวคารวะ!
*ฉับพลัน!*
เงากระบี่สีครามสายหนึ่งพาดผ่านห้วงอากาศอย่างไร้ร่องรอย ความเร็วของมันเหนือล้ำยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ และตัดผ่านมิติเวลาจนเกิดเสียงคำรามกัมปนาทเสียดแก้วหู
ผู้อาวุโสจ้าวเบิกตากว้าง ค้างเติ่งอยู่ในท่าพุ่งทะยาน กรงเล็บพยัคฆ์เพลิงทมิฬในมือสลายกลายเป็นควันจางหายไปในพริบตา เส้นผมบนศีรษะของเขาถูกตัดขาดร่วงหล่นลงพื้นทีละเส้น ตามด้วยรอยขีดบางๆ ที่ปรากฏขึ้นบริเวณกลางหน้าผาก ลามยาวลงมาถึงปลายคาง
*แปะ...*
หยดเลือดสีแดงฉานหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบพื้นศิลา ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าหายใจดัง ผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่เมฆาผู้เกรียงไกร ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ริมฝีปากสั่นระริกโดยไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อนร่างกายแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่า หากไป๋หลางต้องการ หัวของเขาคงหลุดจากบ่าไปตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่กิ่งไม้นั้นขยับแล้ว
ไป๋หลางค่อยๆ ลดกิ่งไม้ในมือลง ใบหน้ายังคงเรียบเฉย ไร้ความยินดียินร้าย ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำไปเป็นเพียงการปัดฝุ่นออกจากบ่าเท่านั้น
"กระบี่เล่มแรกในรอบร้อยปีของข้า... สัมผัสได้ถึงความอ่อนด้อยของท่านแล้ว" ไป๋หลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทิ่มแทงหัวใจของผู้อาวุโสจ้าวจนกระอักเลือดออกมาคำโต
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังถึงขีดสุด และทุกคนคิดว่าการประลองได้ยุติลงแล้วนั้นเอง...
ท้องนภาที่เพิ่งถูกกระบี่ของไป๋หลางเจาะทะลุ กลับเกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับเสียงคำรามของอสูรบรรพกาล เมฆสีดำสนิทม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็น 'ค่ายกลอัสนีทัณฑ์สวรรค์' ขนาดมหมหึมาที่แผ่ไอสังหารกดทับลงมาจนพื้นศิลาแหลกละเอียดเป็นผุยผง และท่ามกลางสายฟ้าสีทองที่กำลังผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี เงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ก็ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติกลางอากาศ โดยมีกระบี่โบราณที่ส่งกลิ่นอายกดขี่ฟ้าดินลอยวนเวียนอยู่เหนือศีรษะของเขา!
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นเจตจำนงกระบี่ที่ยอดเยี่ยมเสียจริง ไม่นึกเลยว่าแดนมนุษย์อันต่ำต้อย จะมี 'เศษเสี้ยววิญญาณ' ของมหาเทพผู้ทรยศหลบซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 5
กระบี่เล่มแรกในรอบร้อยปี
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!