กลิ่นอายคาวเลือดและละอองหมอกพิษในป่าอสูรหมื่นลี้ไม่ได้ทำให้หัวใจของไป๋หลางเต้นผิดจังหวะแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมดั่งคมกระบี่เล่มงาม คือเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ของมู่หรงเสวี่ย ที่กำลังก้าวเดินเคียงข้างเขาผ่านม่านพฤกษชาติโบราณอันเงียบงัน
“ไอบรรยากาศรอบตัวเจ้าเริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ไป๋หลาง... ปราณกระบี่ในตันtianของเจ้ากำลังเรียกร้องหาบางสิ่งที่มีชีวิต”
เสียงหวานดุจเสียงพิณสวรรค์ของมู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้นเบาๆ นางปรายตามองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจ ขณะที่มือเรียวดั่งลำหยกยังคงกระชับกระบี่คู่กายเอาไว้หลวมๆ แม้ในดินแดนแห่งความตายนี้ นางก็ยังคงความสูงส่งเยือกเย็นไว้ได้ราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขาเก้าสวรรค์
ไป๋หลางแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก ริมฝีปากคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความทะนงองอาจของอดีตมหาเทพผู้ไม่เคยเกรงกลัวแม้แต่ทัณฑ์สวรรค์
“สิ่งที่ข้าตามหา ไม่ใช่แค่สัตว์อสูรธรรมดาที่จะมาเป็นเพียงพาหนะ แต่มันคือจิตวิญญาณที่จะร่วมเป็นร่วมตายในเส้นทางทวนกระแสฟ้าดินกับข้า... และดูเหมือนว่า เจ้าของบ้านจะออกมาต้อนรับพวกเราแล้วนะครับ”
*โฮกกกกก—!*
เสียงคำรามสะเทือนเลื่อนลั่นดังก้องไปทั่วผืนป่าหมื่นลี้ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว พรรณไม้โบราณรอบกายพลแห้งเหี่ยวลงในพริบตาเมื่อถูกเผาผลาญด้วยความร้อนมหาศาล และในความมืดทึบของเงาไม้ใหญ่ ดวงตาสีเพลิงคู่มหึมาขนาดเท่าล้อเกวียนก็ปรากฏขึ้น มันทอประกายแสงสีชาดเจิดจ้า แผ่ไอสังหารระดับบรรพกาลออกมาจนแทบทำให้ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมลมปราณกระอักเลือด
พยัคฆ์เพลิงทมิฬบรรพกาล! สัตว์อสูรระดับราชาขั้นสูงที่สูญพันธุ์ไปจากยุทธภพร่วมพันปี
“ระวังตัวด้วย มันไม่ใช่สัตว์อสูรทั่วไป จิตวิญญาณของมันหลอมรวมเข้ากับเปลวเพลิงนรกภูมิ มีเพียงพลังปราณกระบี่ที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่านั้นที่จะสยบมันได้” มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเตือน ร่างบางก้าวขึ้นมาขนาบข้าง พร้อมแผ่ไอเย็นเยือกราวน้ำแข็งหมื่นปีออกมารaraคานกับความร้อนระอุของพยัคฆ์ยักษ์ทันที
ไป๋หลางยกมือขึ้นห้ามหญิงสาวเบาๆ “เสวี่ยเอ๋อร์... ให้ข้าจัดการเอง เจ้าคอยดูการแสดงของสามีผู้นี้เถอะครับ”
สิ้นคำพูด ร่างของไป๋หลางก็พุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด! เขาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ อาศัยเพียงฝ่ามือเปล่าที่ห่อหุ้มด้วยปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ ปะทะเข้ากับกรงเล็บอัคคีที่ตะปบลงมาอย่างเกรี้ยวกราด
*เปรี้ยง!*
คลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง ต้นไม้รอบรัศมีร้อย丈แหลกละเอียดเป็นผุยผง ไป๋หลางไถลถอยหลังไปสามก้าว พื้นดินใต้เท้าแตกละเอียดยิบ แต่นัยน์ตาของเขากลับสว่างวาบด้วยความตื่นเต้น
“ดี! สมกับที่เป็นพยัคฆ์เพลิงทมิฬบรรพกาล!”
พยัคฆ์ยักษ์คำรามด้วยความเกรี้ยวโกรธ มันไม่คาดคิดว่ามนุษย์ตัวจ้อยผู้นี้จะสามารถรับการโจมตีเต็มกำลังของมันได้โดยไม่บาดเจ็บ มันอ้าปากกว้าง พ่นลูกไฟสีทมิฬที่สามารถหลอมละลายเหล็กไหลออกมาโจมตีซ้ำในเสี้ยววินาที
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง ไป๋หลางกลับหลับตาลง ปล่อยให้จิตใจสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในยามวิกาล เสียงหัวใจของเขาเต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกับเสียงกระบี่ในฝักที่สั่นระริก
นี่คือวิชากระบี่ขั้นสูงสุดที่แม้แต่ผู้อาวุโสจ้าวแห่งสำนักกระบี่เมฆายังไม่เคยล่วงรู้— *กระบี่สยบอสูร กลืนกินฟ้าดิน!*
“หากเจ้าอยากได้ชีวิตข้า เจ้าต้องเอาวิญญาณของเจ้ามาแลก!”
ไป๋หลางลืมตาโพโพลง ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานออกจากร่าง ทะลวงขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาอัคคี มือขวาของเขาตบลงบนด้ามกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรุนแรง
*กริ๊งงงง—!*
เสียงกระบี่กังวานใสเสียดแทงฟ้าดิน แสงกระบี่สีครามเข้มเส้นหนึ่งพุ่งออกจากฝักราวกับมังกรทะยานขึ้นสู่ห้วงอากาศ มันตัดผ่านลูกไฟสีทมิฬผ่าครึ่งอย่างง่ายดาย ก่อนจะพุ่งปักลงที่ระหว่างคิ้วของพยัคฆ์เพลิงทมิฬบรรพกาลพอดิบพอดี!
เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ...
พยัคฆ์ยักษ์ตัวมหึมาแข็งค้าง ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงพลังกดดันระดับเทพเจ้าที่แฝงอยู่ภายใต้กระบี่เล่มนั้น พลังที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ของสัตว์อสูรใดๆ ในโลกหล้า
“ยอมจำนนต่อข้าเสีย หรือไม่ก็ดับสูญไปพร้อมกับวิญญาณบรรพกาลของเจ้า!” ไป๋หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจเด็ดขาด เลือดหยดหนึ่งจากปลายนิ้วของเขาถูกดีดลงบนกลางหน้าผากของพยัคฆ์ยักษ์ อักขระโบราณสีทองปรากฏขึ้นและหมุนวนเป็นวงแหวนพันธะสัญญา
พยัคฆ์เพลิงทมิฬบรรพกาลคำรามคำรามต่ำๆ ในลำคอ ร่างกายมหึมาย่อตัวลงหมอบราบแทบเท้าของชายหนุ่มอย่างจำนนต่อโชคชะตาและอำนาจที่แท้จริง
มู่หรงเสวี่ยที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล เผยรอยยิ้มงดงามที่หาดูได้ยากยิ่ง นางเดินเข้ามาใกล้ พร้อมใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวซับเหงื่อบนหน้าผากให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน “เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋หลาง”
“ขอบคุณครับภรรยาข้า” ไป๋หลางหัวسةในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจะค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติในม่านหมอกเบื้องหน้า
เงาร่างนับร้อยสายกำลังพุ่งเข้าล้อมรอบพวกเขาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นหูอย่างยิ่งดังแว่วมาตามสายลม
“ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง ไป๋หลาง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเข้ามาในป่าอสูรหมื่นลี้จะช่วยให้เจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของสำนักกระบี่เมฆาได้?”
สิ้นเสียงนั้น ร่างชราในชุดคลุมสีเทาปักลายเมฆาลอยลงมาจากยอดไม้ ผู้อาวุโสจ้าวปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับศิษย์สายในนับสิบคน ในมือของมันถือกระบี่อาคมที่ส่องแสงวาบวับด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ด้านหลังของผู้อาวุโสจ้าว มีร่างของบุคคลที่ไป๋หลางคิดไม่ถึงว่าะมาปรากฏอยู่ที่นี่!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 6
พันธะสัญญาสัตว์อสูรเงา
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!