กลิ่นหอมหวานเย้ายวนดั่งมวลดอกไม้นานาพันธุ์ในหุบเขาไร้ลักษณ์ แต่กลับซ่อนพิษร้ายที่สามารถหลอมละลายกระดูกเหล็กให้กลายเป็นผุยผงได้ในพริบตา กำลังอบอวลอยู่ภายในถ้ำผนึกปราณแห่งนี้
ไป๋หลางนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาเย็นเฉียบ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มแผ่นหลังขาวเนียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลแห่งกาลเวลา ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ทว่าประสาทสัมผัสด้านในกลับตื่นตัวยิ่งกว่ายามลืมตาตื่น เบื้องหน้าของเขามีเตาหลอมโอสถสำริดโบราณที่สลักลวดลายสัตว์อสูรบรรพกาล เปลวเพลิงสีครามเข้มกำลังลุกโชนอยู่ภายใน ส่งเสียงคำรามราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกกักขัง
"อึก..."
เสียงครางต่ำเล็ดลอดออกมาจากลำคอของชายหนุ่ม เมื่อคลื่นพลังงานดิบเถื่อนจาก 'โสมเพลิงโลหิต' และ 'รากบัวหิมะพันปี' ปะทะกันอย่างรุนแรงภายในจุดตันเถียน กระแสลมปราณสองขั้ว หยินและหยาง กำลังกัดกินและฉีกกระชากเส้นชีพจรของเขาจนเกิดเสียงดังระงมคล้ายเสียงกระดูกลั่น
นี่คือความเสี่ยงอันใหญ่หลวงในการทะลวงสู่ขอบเขต 'หลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์' หากก้าวผ่านไปไม่ได้ ร่างกายของเขาจะระเบิดออกเป็นจุล จิตวิญญาณย่อมดับสลายชั่วกัลปสาน
"เจ้าบ้าเอ๊ย... ทำไมต้องเร่งรัดตัวเองถึงเพียงนี้ด้วยเล่า"
เสียงหวานใสที่แฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้งดังขึ้นจากมุมมืดของถ้ำ มู่หรงเสวี่ยก้าวเท้าแผ่วเบาราวกับภูตผี นางปรากฏกายขึ้นเคียงข้างร่างของชายหนุ่ม ชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามสายลมปราณที่ปั่นป่วน ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ที่ติบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดแทนเขา ดวงเนตรคู่คมที่เคยเย็นชาและไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า บัดนี้กลับสั่นไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย
นางยื่นมือเรียวบางดั่งหยกขาวออกไป หมายจะถ่าย ทอดพลังปราณเหมันต์สวรรค์เข้าไปช่วยกดขี่ความร้อนรุ่มในร่างของเขา
"อย่าเข้ามา... เสวี่ยเอ๋อร์"
เสียงของไป๋หลางแหบพร่า ทว่าเด็ดเดี่ยวและทรงพลังจนนางต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ ดวงตาของเขาเปิดโพลงขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาที่ข้างหนึ่งดำสนิทดั่งห้วงอวกาศ อีกข้างหนึ่งเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าดั่งดวงตะวัน
"ถ้าเจ้าเข้ามาตอนนี้ ปราณเหมันต์ของเจ้าจะปะทะกับเพลิงโลหิตของข้า ผลลัพธ์... คือเราจะตายคู่" ไป๋หลางกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากที่ซีดเซียว "ข้าเคยให้สัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพาเจ้าไปเหยียบย่ำยอดเขาเทวะด้วยกัน ข้ายังไม่ตาย... และสวรรค์ก็ไม่มีสิทธิ์พรากชีวิตข้าไปในตอนนี้"
มู่หรงเสวี่ยเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด หัวใจของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแทงลึกถึงขั้วหัวใจยิ่งกว่ายามถูกกระบี่นับพันเล่มทิ่มแทง นางรู้ดีว่าชายหนุ่มผู้นี้ดื้อรั้นเพียงใด และเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ต่อให้เอาเก้าทัพสวรรค์มาขวาง เขาก็จะไม่มีวันถอยหลัง
"ถ้าเจ้าตาย... ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้สังหารทุกชีวิตในยุทธภพให้ตกตายตามเจ้าไปทั้งหมด" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่สั่นเครือ แต่น้ำหนักคำพูดนั้นหนักแน่นดั่งขุนเขาไท่ซาน
ไป๋หลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้ง รวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายกลับคืนสู่จุดศูนย์กลาง เขารู้ดีว่าภายนอกถ้ำ ผู้อาวุโสจ้าวและพรรคพวกจากสำนักกระบี่เมฆากำลังเคลื่อนไหว ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เวลาของเขาเหลือน้อยเต็มที หากไม่อาจทะลวงขอบเขตในคืนนี้ เมื่อแสงแรกแห่งวันใหม่มาถึง พวกมันจะต้องเหยียบย่างเข้ามาถึงประตูถ้ำแห่งนี้อย่างแน่นอน
"ถ้าเช่นนั้น... ก็จงเป็นพยานให้ข้าเถอะ"
ไป๋หลางแผדเสียงคำรามก้องฟ้า พลังปราณรอบกายระเบิดออกเป็นวงกว้างจนหินผารอบถ้ำสั่นสะเทือน เตาหลอมโอสถสำริดหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิว โอสถเม็ดกลมสีทองอร่ามที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิตและฟ้าดินค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางเปลวเพลิง
กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกไปไกลนับสُบๆ ลี้ ทำให้เหล่าสัตว์อสูรในป่ารอบด้านต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว ทว่า ในขณะที่ไป๋หลางกำลังจะกลืนกินโอสถเม็ดนั้นเพื่อทะลวงขอบเขตขั้นสุดท้าย ทันใดนั้นเอง...
*ตูมมม!*
ผนึกค่ายกลป้องกันหน้าถ้ำถูกทำลายลงอย่างโหดเหี้ยม แรงระเบิดมหาศาลซัดสาดฝุ่นผงและเศษหินกระเด็นว่อน เงาร่างสามร่างพุ่งทะยานเข้ามาด้วยจิตสังหารอันเปี่ยมล้น นำหน้ามาด้วยชายชราในชุดคลุมสีฟ้าคราม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม—ผู้อาวุโสจ้าว!
"ฮ่าๆๆๆ ไป๋หลาง เจ้าเด็กสารเลว คิดว่าจะหลบมาซ่อนตัวหลอมโอสถอยู่ที่นี่เพื่อหนีความตายได้อย่างนั้นหรือ? ช่างฝันกลางวันเสียจริง!" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสนั่นหวั่นไหว
มู่หรงเสวี่ยสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่เซียนประกายจันทร์สีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากฝัก ส่งเสียงคำรามก้าวร้าว นางก้าวขึ้นไปยืนขวางหน้าไป๋หลาง ทว่าในวินาทีนั้นเอง ไป๋หลางกลับลืมตาขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตมหาเทพกระบี่
มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"เสวี่ยเอ๋อร์... ไม่ต้องลงมือ ให้พวกมันเข้ามาใกล้กว่านี้อีกนิด..."
ไป๋หลางเหลือบมองโอสถเม็ดทองในมือที่ยังหลอมไม่เสร็จสมบูรณ์ดี แต่ประกายตาของเขากลับคมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่เล่มใดในใต้หล้า
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 7
วิชาโอสถพลิกฟ้า
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!