เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 8

การปรากฏตัวของนางเซียน

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสาบของอสูรพฤกษาหมื่นปีในป่าทึบเบื้องหน้า ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนนิ่งสงบดั่งหินผา ภายใต้เงาไม้ใหญ่ ปลายกระบี่ในมือยังคงหยดหยาดเลือดสีแดงฉานลงบนพื้นหญ้าชุ่มชื้น ไป๋หลางหรี่ตาลงเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของกระแสลมปราณรอบกายที่แปรปรวนอย่างรุนแรง "หึ... ปราณกระบี่เยือกแข็งไร้ลักษณ์ อาณาเขตแดนสวรรค์ชั้นเก้าเช่นนี้ เหตุใดจึงมีผู้ฝึกตนฝ่ายมารกล้าบุกรุกเข้ามาถึงเขตชั้นในป่ามรณะ?" ไป๋หลางพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดทึบของราวป่าลึกที่ปกคลุมด้วยไอหมอกหนาทึบ บัง1เกิดแสงสีฟ้าครามประกายวาววับตัดกับความมืดมิดราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า ที่นั่น... ร่างระหงร่างหนึ่งทรุดกายพิงโขดหินใหญ่ ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนต้องลม ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกมาจากร่างของนางจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางคือมู่หรงเสวี่ย... นางเซียนผู้สูงส่งและเย็นชาดั่งน้ำแข็งแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่างอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพ บัดนี้ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์กลับเปรอะเปื้อนคราบโลหิต รอยแผลกระบี่ลึกที่หัวไหล่ข้างขวาบ่งบอกถึงวิถีปราณอันเหี้ยมโหดที่นางเพิ่งผ่านศึกมาอย่างสะביกสะบั่น ไป๋หลางก้าวเข้าไปช้าๆ ฝีเท้าของเขานุ่มนวลไร้เสียง ราวกับภูตพรายที่เดินอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย ทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง แต่เมื่อเงาของเขาปกคลุมร่างที่กำลังสั่นเทาของนาง มู่หรงเสวี่ยก็พลันลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่นั้น... ยังคงความเย่อหยิ่ง เย็นชา และไร้ความหวาดกลัว แม้ในยามที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม "ถอยไป..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าแต่น่าเกรงขرام ดุจเสียงกระซิบของสายลมหนาวเหน็บยอดเขาหิมะ "อย่าได้บังอาจ... ก้าวล้ำเข้ามาใกล้ข้า" ไป๋หลางหยุดฝีเท้าลง ห่างจากนางเพียงสามก้าว เขามองสำรวจร่องรอยบาดแผลบนร่างของนางด้วยแววตาที่ลุ่มลึกซับซ้อน ความทรงจำจากชาติภพก่อนแวบเข้ามาในห้วงความคิด—สตรีผู้ยอมสละตบะร้อยปีเพื่อปกป้องวิถีกระบี่ของเขา สตรีผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้แต่เงาของทวยเทพบนสรวงสวรรค์ "หากข้าถอย เจ้าคงกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าในยามเย็นนี้แล้วกระมัง แม่นางมู่หรง" ไป๋หลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยำเกรงต่อรัศมีเซียนที่เหลืออยู่ของนาง มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคู่คมจับจ้องชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ นางจดจำกลิ่นอายลมปราณนี้ไม่ได้ ปราณกระบี่ของเขามีความดุดัน ทว่าบริสุทธิ์ล้ำลึกราวกับมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง ชายหนุ่มสำนักล่างผู้นี้ เหตุใดจึงมีสายตาที่มองนางราวกับอ่านทะลุปรุโปร่งถึงจิตวิญญาณเช่นนี้เล่า? "เจ้าเป็นใคร... เหตุใดจึงรู้ชื่อข้า?" มู่หรงเสวี่ยเค้นเสียงถาม พยายามรวบรวมลมปราณที่เหลืออยู่เพื่อกระชับกระบี่คู่กาย แต่บาดแผลที่เส้นชีพจรกลับส่งผลให้กระแสลมปราณตีกลับจนนางต้องกระอักเลือดสีดำออกมาคำใหญ่ ไป๋หลางถอนหายใจเบื้องต่ำ เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับทรุดกายลงนั่งยองๆ เบื้องหน้านางอย่างไร้ความเกรงกลัว นิ้วเรียวยาวพุ่งออกราวสายฟ้าแลบ กดลงบนจุดชีพจรสำคัญสามจุดบริเวณหัวไหล่และแผ่นหลังของมู่หรงเสวี่ยอย่างแม่นยำ "อย่าขัดขืน... หากเจ้ายังไม่อยากให้เส้นชีพจรเซียนทั้งเก้าขาดสะบั้นลง ณ ที่แห่งนี้" สัมผัสจากปลายนิ้วของไป๋หลางอบอุ่นและเปี่ยมด้วยพลังลึกลับที่ชะลอการไหลเวียนของพิษกระบี่มารได้อย่างน่าอัศจรรย์ มู่หรงเสวี่ยสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งเกร็งด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่นางกลับพบว่ากระแสลมปราณอันปั่นป่วนในกายตนเริ่มสงบลงภายใต้การชี้นำของเขา กลิ่นอายบุรุษที่โชยมาแตะจมูกผสมผสานกับกลิ่นอายจันทร์เพ็ญและสนโบราณ ทำให้หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตของนางเกิดรอยร้าวขึ้นอย่างเงียบงัน นางไม่เคยยอมให้บุรุษใดเข้าใกล้ในระยะประชิดเช่นนี้มาก่อน... ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการแตะต้องเนื้อตัว "เจ้ากล้าดีอย่างไร..." นางเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ใบหน้าจะซีดขาวไร้สีเลือด "หากข้าไม่กล้า หญิงงามล่มเมืองเช่นเจ้าคงกลายเป็นซากศพให้อสูรแทะโลมไปนานแล้ว" ไป๋หลางตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบสบตากับนางตรงๆ "บาดแผลนี้เกิดจาก 'กระบี่โลหิตมาร' ของสำนักกระบี่เมฆา... ดูท่า ผู้อาวุโสจ้าวคงส่งมือสังหารเงามาต้อนรับเจ้าถึงชายแดนป่ารณะสินะ" มู่หรงเสวี่ยตกตะลึงจนพูดไม่ออก ข้อมูลนี้เป็นความลับสุดยอดของตำหนักเหมืองสวรรค์ เหตุใดเด็กหนุ่มสำนักล่างผู้นี้จึงล่วงรู้ราวกับตาเห็น? ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม ผืนป่ารอบด้านก็พลันเงียบสงัดลงอย่างไร้สาเหตุ เสียงแมลงและสัตว์ป่าที่เคยร้องระงมกลับเงียบเสียงลงในพริบตา ไอสังหารสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นปกคลุมยอดไม้ราวกับคลื่นยักษ์มืดมน ไป๋หลางลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาแตะลงที่ด้ามกระบี่สนิมเขรอะข้างกาย แววตาทอประกายคมปลาสต์ดุจพยัคฆ์ร้ายที่รอคอยเหยื่อ "มาเร็วกว่าที่คิด..." ไป๋หลางพึมพำเบาๆ พร้อมกับที่เงาดำนับสิบสายพุ่งแหวกอากาศเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง ประกายคมกระบี่นับสิบเล่มชี้ตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ และในวินาทีนั้นเอง ที่เงาร่างอันคุ้นเคยในชุดอาภรณ์หรูหราของผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆาก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%