"ฮ่าๆๆๆ ไป๋หลาง เจ้าคิดว่าเจ้าหนีพ้นเงื้อมมือของ 'ผู้นำตระกูลที่แท้จริง' ไปได้จริงๆ หรือ? ดูให้เต็มตาเถอะว่าผู้ใดกันแน่ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความตายของอาจารย์เจ้า!"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันยังคงก้องกังวานอยู่ท่ามกลางมิติที่บิดเบี้ยว เมฆทัณฑ์สวรรค์สีนิลกาฬแผ่ขยายปกคลุมน่านฟ้าเป็นวงกว้างนับพันลี้ แรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของไป๋หลางจนกระดูกข้อต่อส่งเสียงลั่นกรอบ
เบื้องหน้าเขา ผู้อาวุโสจ้าวและเงาร่างลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีเลือดกำลังประสานอินทร์ ปลุกพลังอสนีบาตเก้าสวรรค์ให้พรั่งพรูลงมา สายฟ้าสีครามเข้มฟาดผ่าลงมาตรงกลางใจกลางที่ไป๋หลางยืนอยู่ราวกับก้างปลาที่รอวันหักสะบั้น
ไป๋หลางไม่หลบเลี่ยง ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่นั้นสะท้อนภาพสายฟ้าที่พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง ในห้วงความคิดของเขากลับปรากฏภาพรอยยิ้มครั้งสุดท้ายของอาจารย์ ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกทรยศโดยคนที่ไว้ใจที่สุด และภาพของมู่หรงเสวี่ยที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านหมอกแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ นางส่งกระแสจิตแผ่วเบามาหาเขาด้วยความห่วงใย *‘ไป๋หลาง... ระวังตัวด้วย’*
"ข้าบอกแล้วไง... ว่าหนี้เลือดนี้ ต้องชำระด้วยเลือด"
ไป๋หลางพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในเหมืองหมื่นปี เขาสลัดเสื้อคลุมขาดวิ่นออก เผยให้เห็นแผ่นอกกำยำที่มีรอยแผลเป็นจากวิถีกระบี่ในอดีต ทว่าในวินาทีนี้ กล้ามเนื้อทุกมัดกลับเปล่งประกายแสงสีทองอร่ามดั่งเทพเจ้าสงคราม
ตูมมมมม!
สายฟ้าสายแรกฟาดเข้ากลางศีรษะของไป๋หลางอย่างจัง แรงระเบิดแผ่ขยายเป็นคลื่นกระแทกทำลายล้อมรอบรัศมีร้อย丈 พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก ผู้อาวุโสจ้าวถึงกับกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าเผือดสีด้วยความตกตะลึง
"มัน... มันบ้าไปแล้ว!" ผู้อาวุโสจ้าวกัดฟันกรอด "มนุษย์ปุถุชนผู้ใดจะกล้าใช้เนื้อหนังมังสาต้านทานอสนีบาตทัณฑ์สวรรค์โดยไม่ใช้เกราะป้องกันปราณ!"
ทว่า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ผู้ฝึกยุตินับร้อยที่แอบซุ่มดูอยู่ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกแทบแตก
ไป๋หลางมิได้ถูกสายฟ้าแผดเผาจนกลายเป็นจุลอย่างที่คิด ร่างกายของเขากลับทำหน้าที่ราวกับ "เตาหลอมโลหิต" พลังงานอสนีบาตอันเกรี้ยวกราดนับแสนโวลต์ถูกดูดซับเข้าไปในเส้นชีพจรลมปราณทั้งเก้าสภานที่อย่างบ้าคลั่ง เส้นเลือดสีม่วงเข้มปูดโปนขึ้นตามผิวหนัง ทว่าแววตาของเขากลับประกายความเยือกเย็นและดุดันยิ่งกว่าเดิม
"เจ้าอยากมอบสายฟ้าให้ข้าเป็นของขวัญนักมิใช่หรือ? เช่นนั้น... ข้าจะรับมันไว้ก็แล้วกัน"
ไป๋หลางแผดเสียงคำรามก้องฟ้า เสียงนั้นทรงพลังดั่งมังกรคำรามสะท้อนสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขาเมฆา เคล็ดวิชา ‘กลืนกินนภาสยบมาร’ ที่สูญหายไปนับหมื่นปีถูกขับเคลื่อนขึ้นอีกครั้ง ในมือเปล่าของเขาไม่ได้ถือกระบี่ ทว่าฝ่ามือทั้งสองข้างกลับควบแน่นกระแสอสนีบาตสีทองแดงให้กลายเป็น "กระบี่อสนีบาตไร้ลักษณ์" สองเล่มที่คมกริบเสียจนแม้แต่มิติรอบข้างยังถูกตัดขาดเป็นรอยแยกสีดำมืด
ผู้อาวุโสจ้าวหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่พุ่งตรงเข้ามาปักอก "ถอย! รีบถอยเร็วเข้า! มันไม่ได้กำลังรับทัณฑ์สวรรค์... แต่มันกำลัง 'ใช้' ทัณฑ์สวรรค์หลอมสร้างขอบเขตพลังใหม่!"
สายลมรอบกายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ท้องฟ้าที่เคยคำรามด้วยพายุฝนกลับสงบลงอย่างน่าประหลาด เหลือเพียงร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางหลุมอุกกาบาต ดวงตาดั่งเหยี่ยวคู่นั้นมองตรงมายังผู้อาวุโสจ้าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก
"บัญชีแค้นของอาจารย์... เริ่มต้นจากหัวของเจ้าก่อนก็แล้วกัน ผู้อาวุโสจ้าว"
ไป๋หลางก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างของเขาก็หายลับไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงเสียงระเบิดของอากาศที่ฉีกขาดตามหลัง และในวินาทีที่แสงกระบี่อสนีบาตสีทองสว่างวาบขึ้นตัดผ่านลำคอของผู้อาวุโสจ้าว เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีเลือดที่เคยหัวเราะเยาะเย้ยเมื่อครู่ กลับค่อยๆ ถอดฮู้ดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง พร้อมกับรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวที่เอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า
"เจ้าเก่งมาก... ศิษย์น้องเล็ก ที่อุตส่าห์ตามหาตัวจริงของข้าเจอ... จนถึงตอนนี้"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "หมื่นกระบี่คืนรัง" เสมอมานะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 27
สยบทัณฑ์สวรรค์ด้วยมือเปล่า
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!