เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 10

กลับสู่สำนักด้วยความน่าสะพรึง

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"เปรี้ยง!" เสียงอสนีบาตฟาดผ่าลงมากลางลานฝึกยุทธสำนักกระบี่เมฆาหาได้เกิดจากฟ้าฝนตามธรรมชาติไม่ ทว่ามันคือแรงกดดันจากลมปราณอันมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งก้าวผ่านประตูสำนักเข้ามาด้วยฝיתก้าวอันมั่นคงราวกับขุนเขา ไป๋หลางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าป้ายหินประจำสำนัก ร่างกายของเขาสูงสง่าขึ้น ใบหน้าคมคายฉายแววเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ารูปลักษณ์ภายนอก คือ 'กลิ่นอาย' ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา—มันเป็นกลิ่นอายที่กดขี่สรรพชีวิต บดขยี้วิญญาณ และทำให้กระบี่นับพันเล่มในฝักของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องต่างพากันสั่นสะท้านส่งเสียงร่ำไห้ราวกับหวาดกลัวต่อผู้เป็นนายแท้จริง เหล่าศิษย์สำนักล่างที่เคยรุมล้อมกลั่นแกล้งเขาในอดีต บัดนี้ต่างถอยร่นกรูดด้วยความหวาดผวา ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังของไป๋หลางในยามนี้มิได้อยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่ามันทะลวงผ่านกำแพงไร้形ไปสู่ 'ขอบเขตราชันย์ลมปราณ' ขั้นสมบูรณ์! นี่มันเป็นไปได้อย่างไร? เวลาเพียงไม่กี่เดือนที่เขาหายตัวไปในหุบเขาอสูรโลกันตร์ ไฉนเด็กหนุ่มผู้ไร้รากปราณในวันนั้น จึงก้าวขึ้นมาอยู่จุดที่สูงส่งจนแม้แต่ผู้อาวุโสบางท่านยังต้องก้มหัวให้? "ดูนั่น... กระบี่ในมือของข้า... มันควบคุมไม่ได้!" ศิษย์คนหนึ่งกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก มือที่ถือกระบี่สั่นเทาจนแทบหลุดร่วง ไม่ใช่แค่กระบี่เล่มเดียว ทว่าในรัศมีร้อย丈รอบตัวไป๋หลาง กระบี่นับร้อยเล่มของคนในสำนักต่างพากันหลุดออกจากฝักโดยอัตโนมัติ ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ แล้วทิ่มปลายกระบี่ลงสู่พื้น หันเข้าหาทิศทางที่ไป๋หลางยืนอยู่ คล้ายกำลังแสดงความเคารพต่อจักรพรรดิผู้ครองยุทธภพ ปรากฏการณ์ 'หมื่นกระบี่น้อมคำนับ' นี้ มิเคยเกิดขึ้นในสำนักกระบี่เมฆามาเป็นเวลาสามร้อยปีแล้ว! ในขณะนั้นเอง ร่างของมู่หรงเสวี่ยในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปราย ก็ปรากฏกายขึ้นบนระเบียงชั้นสองของหอตำรา นางเร้นกายมาอย่างไร้สุ้มเสียง ทว่าดวงตาคู่งามที่เย็นชาดุจน้ำค้างแข็ง กลับทอประกายระยิบระยับเป็นครั้งแรก นางมองดูชายหนุ่มเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน—มีความภาคภูมิใจ มีความห่วงหาอาทร และมีสายใยแห่งวิถีกระบี่ที่หลอมรวมจิตวิญญาณของพวกเขาทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น *เจ้าคนโง่... ในที่สุดก็กลับมาแล้วสินะ* นางรำพันในใจ แววตาที่เคยไร้คลื่นอารมณ์บัดนี้ไหววูบราวน้ำผิวดินยามต้องสายลม "โฮ่ง! เจ้าเด็กสารเลว ไฉนจึงกล้าอาจหาญกลับมาเหยียบสถานที่แห่งนี้อีก!" เสียงคำรามอันทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตจิตวิญญาณที่พุ่งทะยานเข้ากดทับไป๋หลางโดยตรง ผู้อาวุโสจ้าว ศัตรูตัวฉกาจผู้มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดบนใบหน้าทะยานร่างลงมาจากยอดเขาหลักด้วยความเร็วปานสายฟ้า ท่ามกลางจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ผู้อาวุโสจ้าวไม่เคยลืมความอับอายที่เคยถูกไป๋หลางหักหน้าในอดีต และบัดนี้ เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ความริษยาและหวาดระแวงก็แปรเปลี่ยนเป็นเจตంటาฆ่าฟันอย่างชัดเจน "ไป๋หลาง! เจ้าหนีออกจากสำนักโดยไม่ได้รับอนุญาต ซ้ำยังบังอาจใช้มารยาปลุกปั่นกระบี่ในสำนักให้เกิดความวุ่นวาย โทษนี้มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะลบล้างได้!" ผู้อาวุโสจ้าวตวาดลั่น ฝ่ามือหุ้มด้วยปราณเพลิงโลกันต์สีแดงฉานซัดเข้าใส่กลางอกของไป๋หลางอย่างอำมหิต หมายจะปลิดชีพอีกฝ่ายในกระบวนท่าเดียวโดยไม่เปิดโอกาสให้แก้ตัว เหล่าศิษย์โดยรอบต่างสูดปากด้วยความตกใจ บางคนถึงกับหลับตาลงเพราะไม่ออาจทนดูภาพที่ไป๋หลางถูกเผาไหม้จนกลายเป็นจุล ทว่า... ไป๋หลางกลับยืนนิ่งสนิท ราวกับภูเขาไท่ซานที่ไม่สะท้านต่อลมพายุ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา เขามิต้องการแม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ! เพียงแค่ปรายตามองฝ่ามือเพลิงที่พุ่งเข้ามา ไป๋หลางก็เปล่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ คลื่นปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่าง พุ่งปะทะฝ่ามือของผู้อาวุโสจ้าวเข้าอย่างจัง! "ตูมมม!" แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้พื้นหินรอบตัวรัศมีสิบเมตรแตกละเอียดเป็นผุยผง เศษหินปลิวว่อนดั่งพายุหิมะ ผู้อาวุโสจ้าวผู้เกรียงไกรถึงกับกระออกเลือดคำโต ร่างปลิวถอยหลังไปไกลกว่าสิบก้าว เท้าขูดกับพื้นหินจนเกิดรอยลึกยาวเหยียด ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณสำนัก ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกก็ยังได้ยิน ทุกคนต่างอ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ผู้อาวุโสระดับสูงผู้ครองสำนักมานานปี พ่ายแพ้แก่การต้านทานเพียงคลื่นลมปราณเดียวของเด็กหนุ่มที่เพิ่งอายุสิบแปดปีเนี่ยนะ?! ไป๋หลางก้าวเท้าเดินเข้าไปหาผู้อาวุโสจ้าวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทุกฝ้าวatก้าวที่เหยียบลงไป ราวกับเสียงกลองศึกที่ทุบทำลายความมั่นใจของคนทั้งสำนัก สายตาของเขาคมกริบราวนิดกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพได้ทุกเมื่อ "ผู้อาวุโสจ้าว..." ไป๋หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ "ท่านแก่ตัวลงไปมากแล้วนะ กระบวนท่าเมื่อครู่... แม้แต่สุนัขเฝ้าประตูยังรุนแรงกว่าเสียอีก" "เจ้า... เจ้าเด็กสารเลว! อย่าลำพองใจให้มากนัก..." ผู้อาวุโสจ้าวกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดวงตาสดด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ มือขวาสั่นเทาควานหยิบสิ่งของบางอย่างออกจากแหวนมิติ แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของยามสนธยา กลิ่นอายโบราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากวัตถุชิ้นนั้น—มันคือ 'ตราประทับเพลิงสวรรค์' อาวุธวิเศษระดับนภาที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับสูงสุดของสำนักกระบี่เมฆา! "ในเมื่อเจ้ามันหัวแข็งนัก วันนี้ข้าจะใช้สมบัติวิเศษชิ้นนี้บดขยี้วิญญาณของเจ้าให้แหลกสลาย ไม่ให้แม้แต่จะได้ผุดได้เกิด!" ผู้อาวุโสจ้าวคำรามอย่างบ้าคลั่ง พลังลมปราณทั้งหมดถูกเททะลักเข้าไปในตราประทับ จนท้องฟ้าเหนือสำนักแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมฆฝนก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นอัสนี ทว่า ก่อนที่ตราประทับเพลิงสวรรค์จะได้ทันแผดเผาทุกสิ่ง... เงาร่างสีขาวดั่งเซียนสวรรค์ก็พุ่งลงมาจากหอตำรา มายืนขวางอยู่เบื้องหน้าร่างของไป๋หลางอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายกระบี่ในมือของมู่หรงเสวี่ยชี้ตรงไปยังหว่างคิ้วของผู้อาวุโสจ้าวโดยตรง พร้อมกับน้ำเสียงเย็นชาที่สั่นสะท้านหัวใจคนฟัง "หากผู้ใดกล้าขยับอีกเพียงก้าวเดียว... วันนี้ ตำหนักเหมืองสวรรค์ของข้า จะล้างบางสำนักกระบี่เมฆาให้ราบคาบไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี!" บรรยากาศหยุดชะงักลงในพริบตา ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อตระหนักว่า... นางเซียนผู้สูงส่งที่สุดในยุทธภพ กำลังประกาศสงครามกับสำนักของตนเองเพื่อปกป้องเด็กหนุ่มผู้นี้! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%