"ความโง่เขลาของศิษย์สำนักล่าง ย่อมต้องชดใช้ด้วยโลหิตและข้อศอกที่ถูกหักทิ้ง... ไป๋หลาง เจ้าคิดว่าการพึ่งพาบารมีของตำหนักเหมืองสวรรค์ จะคุ้มกะลาหัวเจ้าไปได้ตลอดรอดฝั่งเช่นนั้นหรือ!"
เสียงคำรามทุบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างของผู้อาวุโสจ้าว จนแผ่นศิลาปูพื้นตำหนักร้าวรานเป็นทางยาว ไอสังหารสีเทาหม่นควบแน่นเป็นรูปเงากระบี่มหึมาลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือศีรษะ หมายกดทับร่างของเด็กหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องล่างให้คุกเข่าลงด้วยความอัปยศ
ทว่า ไป๋หลางหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มุมปากของเขายกยอดขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ราวกับกำลังมองดูเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาถือศาสตราวุธตวัดแกว่งไปมาอย่างไร้แก่นสาร
"ผู้อาวุโสจ้าว..." ไป๋หลางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ลมพัดพา "ท่านร่ำเรียนวิถีกระบี่มาสามร้อยปี ครอบครองทรัพยากรนับไม่ถ้วน เสพสุขบนหยาดเหงื่อของศิษย์สำนักล่างมาเนิ่นนาน แต่แก่นแท้แห่งกระบี่ในใจท่าน กลับเปราะบางยิ่งกว่าเปลือกไข่ที่ถูกทิ้งไว้กลางแดดแผดเผาเสียอีก"
"สามหัน! เจ้าเด็กสามหวันกล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า!" ผู้อาวุโสจ้าวหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุด เขาตบโต๊ะอีกครั้งจนไม้เนื้อแข็งสลายเป็นผุยผง "ข้าคือผู้อาวุโสผู้คุมกฎแห่งสำนักกระบี่เมฆา เพียงแค่ปลายนิ้วข้าสะกิด ชีวิตมดปลวกเช่นเจ้าก็ดับสูญได้แล้ว!"
"มดปลวกหรือ?" ไป๋หลางก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามดุจราชันย์มังกรย่างก้าวเข้าสู่สนามรบ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองลอดผ่านเมฆหมอก "ท่านบอกว่าข้าเป็นมดปลวก แต่ในสายตาของข้า... ท่านเป็นเพียงชายชราผู้หลงทางในเขาวงกตแห่งอำนาจ ที่แม้แต่เงาของกระบี่ยังไม่กล้าเผชิญหน้า"
บรรยากาศภายในห้องโถงพลันทึบตันลงถนัดตา อุณห็ภูมิลดฮวบฮาบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ไกลออกไปบนระเบียงหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ มู่หรงเสวี่ยยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางสายลมหนาว อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลม นางไม่ได้เอวาจาใดๆ แม้แต่คำเดียว ทว่าแววตาน้ำแข็งคู่นั้นกลับทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด นางจับจ้องไปยังแผ่นหลังอันองอาจของไป๋หลาง รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง — รอยยิ้มที่มีเพียงบุรุษผู้นี้เท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ยอบรับ
"สามหัน! หากวันนี้ข้าไม่สั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึกถึงความต่างของขอบเขตพลัง อย่ามาเรียกข้าว่าจ้าวอี้หลัน!"
ผู้อาวุโสจ้าวระเบิดพลังปราณทั้งหมดออกมา ร่างของเขาลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศ ฝ่ามือขวาคว้าจับด้ามกระบี่ประจำกายที่สลักลวดลายเมฆาอัคคี แสงสีฟ้าเจิดจ้าพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่นับพันเล่มพุ่งตรงเข้าหาไป๋หลางราวกับหายุฝนคมดาบ!
นี่คือกระบวนท่า "เมฆาทมิฬกลืนตะวัน" ซึ่งเป็นวิหาไม้ตายก้นบึ้งของเขา! ศิษย์ในสำนักหลายคนหากเจอแรงกดดันนี้คงสำรอกโลหิตและสิ้นสติไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้ชักอาวุธ
ทว่า ไป๋หลางไม่แม้แต่จะขยับมือไปที่ด้ามกระบี่ที่พาดอยู่บนหลัง
เขายืนประสานมือ หลับตาลงชั่วพริบตา ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่หลับใหลอยู่ภายในตัน티นระเบิดเสียงคำรามดังก้องกังวานในห้วงสำนึก ราวกับเสียงคำรามของมังกรโบราณที่ตื่นจากการหลับใหลนับหมื่นปี
"วิชากระบี่ของท่าน... หนักหน่วงแต่ไร้จิตวิญญาณ รวดเร็วแต่ไร้แก่นแท้" ไป๋หลางลืมตาขึ้น นัยน์ตาส่องประกายแสงสีทองเจิดจ้าดุจเทพเซียนลงมาจุติ "กระบี่ที่แท้จริง หาใช่การสמוททำลายล้างเพื่อสนองตัณหา หากแต่เป็นการปกป้องคุณธรรมในจิตใจ... เจ้าหลับตาลงเสียเถอะ"
สิ้นเสียงของไป๋หลาง คลื่นกระบี่สีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขาโดยไร้การชักอาวุธ!
*เปรี้ยง!*
คลื่นกระบี่นั้นเรียบง่ายอย่างยิ่ง มันไม่มีลวดลายแพรรพราว ไม่มีเสียงคำรามกึกก้อง ทว่าเมื่อมันปะทะเข้ากับค่ายกลกระบี่ "เมฆาทมิฬกลืนตะวัน" ของผู้อาวุโสจ้าว ค่ายกลอันน่าสะพรึงกลัวนั้นกลับสลายกลายเป็นละอองหมอกไปในพริบตา ราวกับหยดน้ำที่กระทบลงบนกองไฟที่มอดดับ
แรงสะท้อนกลับมหาศาลซัดเข้าใส่ร่างของผู้อาวุโสจ้าวเต็มแรง ร่างของเขาปลิวถอยหลังไปนับสิบก้าว กระแทกเข้ากับเสาหินอัคคีจนหักสะบั้น เลือดสดๆ พุ่งทะนักออกมาจากปาก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
"เป็น... เป็นไปได้อย่างไร... ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์... เจ้า... เจ้าบรรลุถึงขอบเขตนั้นได้อย่างไรกัน!" ผู้อาวุโสจ้าวชี้หน้าเด็กหนุ่ม ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ เขามองไป๋หลางราวกับกำลังมองเห็นปีศาจจำแลงกายมา
ไป๋หลางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝ่ายตรงข้ามถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผวา
"โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่กบในกะลาอย่างท่านจะจินตนาการได้ ผู้อาวุโสจ้าว... วันนี้ข้าไว้ชีวิตท่านเพื่อให้นำสาส์นไปบอกผู้ที่อยู่เบื้องหลังท่าน ว่าหนี้โลหิตเมื่อร้อยปีก่อน... ไป๋หลางผู้นี้จะไปทวงคืนด้วยตนเอง!"
น้ำเสียงอันทรงพลังและเยือกเย็นสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องน้ายามวิกาลที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทมิฬอย่างกะทันหัน สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมากลางลานพิธีอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังมาจากความว่างเปล่า
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ปากกล้าเสียจริง... ไป๋หลาง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการกลับมาครั้งนี้ เจ้าจะรอดเงื้อมมือของ 'ผู้นำตระกูลหลง' ไปได้?"
ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้าของมันสวมหน้ากากกระดูกอสูรยิ้มเยาะ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน... อยู่ในขอบเขตเซียนแท้จริง!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 11
การเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสจ้าว
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!