เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 17

การพบกันอีกครั้งของสองเรา

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
คำพูดเย้ยหยันยังไม่ทันจางหายไปจากลำคอของมือสังหารเงาโลหิต ร่างของมันก็แข็งค้างดุจถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อคมกระบี่ไร้ลักษณ์ของไป๋หลางมิได้เพียงแค่ปลิดชีพสุนัขรับใช้เหล่านั้น หากแต่ทะลวงผ่านจุดชีพจรหลักสลายแก่นแท้พลังปราณของพวกมันจนสิ้นซาก บรรยากาศรอบกายในยามวิกาลพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ราวกับเสียงลมหายใจของสรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้ต่างต้องหยุดชะงักด้วยความยำเกรงต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม ไป๋หลางเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ ท่วงท่ามั่นคงและสงบนิ่งดุจขุนเขา ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยต่อคำขู่ อาฆาตของผู้อาวุโสจ้าวแห่งสำนักกระบี่เมฆา ดวงตาคมกริบกวาดมองซากศพที่เกลื่อนกลาด ก่อนจะเบนสายตาขึ้นมองท้องนภาอันมืดมิดที่มีหมู่เมฆเคลื่อนคล้อยบังแสงจันทร์ "คิดจะใช้ชื่อสำนักกระบี่เมฆามาข่มขู่ข้า... เกรงว่าสุนัขแก่พวกนั้นคงประเมินค่าความอดทนของข้าต่ำเกินไปแล้วกระมัง" ไป๋หลางพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่ทำให้อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงทันตาเห็น เมื่อสะบัดแขนเสื้อกวาดล้างร่องรอยการต่อสู้จนหมดสิ้น ไป๋หลางจึงก้าวเดินมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองหลวง ท่ามกลางความคึกคักของเทศกาลโคมไฟประจำปี แสงไฟนับหมื่นดวงส่องประกายระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในคูเมือง ราวกับหมู่ดาวบนสรวงสวรรค์ร่วงหล่นลงมาประดับพื้นพิภพ เสียงดนตรีบรรเลงเคล้าคลอไปกับเสียงหัวเราะของผู้คนรอบกาย ยิ่งขับเน้นให้ความโดดเดี่ยวภายในจิตใจของอดีตมหาเทพกระบี่เด่นชัดขึ้น ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะเดินผ่านสะพานหินอ่อนแกะสลักลายมังกร ฝีเท้าของไป๋หลางก็ต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน หัวใจที่เคยนิ่งสงบดุจน้ำในบึงลึกกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง กลิ่นอายปราณบริสุทธิ์อันเย็นเยียบดุจหิมะพันปี... กลิ่นอายที่เขาไม่มีวันลืมเลือน ต่อให้ผ่านไปอีกกี่ชาติภพก็ตาม ไป๋หลางเงยหน้าขึ้นสัญชาตญาณกระตุ้นให้เขากวาดสายตามองผ่านฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดกันชื่นชมความงามของโคมไฟหลากสีสัน และ ณ เบื้องหน้า... ห่างออกไปเพียงชั่วระยะลมหายใจ บนระเบียงชั้นสองของหาสราญรมย์อันโอ่อ่า ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาด้วยด้ายเงินกำลังยืนทอดสายตามองลงมา นางคือมู่หรงเสวี่ย... นางเซียนผู้สูงส่งแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ กาลเวลาและระยะทางมิอาจลบเลือนความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์นั้นได้ ใบหน้ารูปไข่ที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ดวงตากลมโตคู่คมที่ฉายแววโดดเดี่ยวและลึกล้ำ และเส้นผมสีดำสนิทที่ปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลังบาง ทุกอากัปกิริยาของนางยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของไป๋หลางมิเสื่อมคลาย นางยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอมแดงของโคมกระดาษ ทว่ากลับดูราวกับภาพวาดเซียนที่หลุดลอยมาจากสรวงสวรรค์ ปลีกวิเวกจากโลกีย์และผู้คนรอบกาย ดวงตาของทั้งสองประสานกันท่ามกลางความโกลาหลของผู้คนในเทศกาล โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน เสียงเพลง เสียงหัวเราะ และเสียงฝีเท้าของผู้คนรอบข้างพลันเลือนหายไป ราวกับกาลเวลาถูกบีบอัดให้เหลือเพียงพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง มู่หรงเสวี่ยเบิกSเนตรกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่องรอยความเย็นชาบนใบหน้านั้นสั่นไหววูบหนึ่งอย่างควบคุมไม่อยู่ ริมฝีปากเรียวบางเผยอขึ้นคล้ายอยากจะเอ่ยพระนามของเขา ทว่าเสียงนั้นกลับติดอยู่เพียงลำคอ นางไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบเขาที่นี่... ในดินแดนมนุษย์ที่ห่างไกลจากสำนัก และในเวลาที่จิตใจของนางกำลังโหยหาความอบอุ่นจากวิถีกระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ไป๋หลางลอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกโหยหาที่พรั่งพรูขึ้นมาดั่งคลื่นใต้น้ำ เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่มอบให้แค่นางผู้เดียวมาทุกภพทุกชาติ ทว่า ก่อนที่ก้าวแรกของไป๋หลางจะทะยานขึ้นไปหาร่างบางบนระเบียงนั้น มิติอากาศเบื้องหน้าของมู่หรงเสวี่ยก็เกิดการบิดเบือนอย่างรุนแรง! *เปรี้ยง!* ประกายสายฟ้าสีครามพุ่งแหวกอากาศลงมาขวางกั้นระหว่างคนทั้งสอง พร้อมกับเงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้หนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน รังสีอำมหิตระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่พุ่งกดทับลงมาจนผู้คนรอบข้างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว "ฮ่าๆๆ... คุณหนูมู่หรง ท่านช่างมีอารมณ์สุนทรีย์เสียจริง ถึงได้มายืนชมโคมไฟในสถานที่ต่ำต้อยเช่นนี้" เสียงหัวเราะแหบพร่าดังก้องกังวาน พร้อมกับร่างของผู้อาวุโสจ้าวที่ก้าวออกมาจากม่านมิติ พลางหันไปมองมู่หรงเสวี่ยด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ก่อนจะหันขวับมาจ้องเขม็งไปยังเบื้องล่างด้วยแววตาดุจเหยี่ยวที่พบเหยื่อ "ไป๋หลาง! เจ้าคิดจริงๆ รึว่าการหลบหนีมาถึงเมืองหลวง จะช่วยให้เจ้าพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้?" ผู้อาวุโสจ้าวกัดฟันกรอด รังสีปราณกระบี่ในมือพวยพุ่งเตรียมพร้อมฆ่าฟัน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หัวใจของไป๋หลางกระตุกวูบ... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด คือรอยยิ้มอันเย็นเยียบของผู้อาวุโสจ้าว ที่ในวินาทีต่อมา ได้ชักกระบี่เล่มหนึ่งออกมาจ่อที่ลำคอระหงของมู่หรงเสวี่ยอย่างอุกอาจ! "หากเจ้าขยับแม้แต่ก้าวเดียว... ศิษย์รักแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ผู้นี้ จะต้องดับสูญพร้อมกับเจ้า ณ ที่ตรงนี้!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%