"หากเจ้าขยับแม้แต่ก้าวเดียว... ศิษย์รักแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ผู้นี้ จะต้องดับสูญพร้อมกับเจ้า ณ ที่ตรงนี้!"
เสียงคำรามแหบพร่าทว่าเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเหี้ยมเกรียมของผู้อาวุโสจ้าว ดังก้องสะท้านไปทั่วลานประลองยุทธสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เมฆหมอกสีเทาครึ้มที่ปกคลุมยอดเขาจู่ๆ ก็หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นคล้ายพายุคราม แรงกดดันระดับขอบเขตวิญญาณยุทธ์ขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดทับลงมาจนพื้นหินศิลาใต้ฝ่าเท้าของเหล่าศิษย์สำนักต่างๆ แตกละเอียดเป็นจุล
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ร่างบอบบางในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะโปรยปรายของ มู่หรงเสวี่ย กลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนปราณโลหิตสีแดงฉานที่สลักลวดลายอเวจีของผู้อาวุโสจ้าว ใบหน้างามล้ำเลิศที่เยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา นางเพียงปรายตาไปยังคมกระบี่อาบยาพิษที่จ่ออยู่1 นิ้วจากลำคอระหง ก่อนจะเบนสายตาผ่านม่านหมอกไปยังบุรุษผู้ยืนสงรมนิ่งอยู่เบื้องล่าง
ดวงตาคู่นั้น... เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอันเด็ดเดี่ยว ราวกับท้องนภากว้างใหญ่ที่สลักชื่อของไป๋หลางไว้แต่เพียงผู้เดียว
ไป๋หลางยืนตระหง่านอยู่บนลานประลองเบื้องล่าง ร่างกายของเขาผ่อนคลายไร้ซึ่งช่องโหว่ มือขวาเรียวยาวดั่งหยกขาววางทابอยู่บนด้าม "กระบี่ไร้ลักษณ์" ที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ในฝักสีดำสนิท แววตาของศิษย์หนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงขยะแห่งสำนักล่าง กลับฉายประกายเจิดจ้าดุจดวงดาราในห้วงจักรวาล
เขากวาดตามองไปยังผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วสารทิศที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งประธาน แววตาของเจ้าสำนักและผู้อาวุโสสำนักต่างๆ ล้วนเต็มไปด้วยความสมเพชและรอคอยดูความพินาศ แต่ไป๋หลางหาได้สนใจสายตาเหล่านั้นไม่ ความสนใจทั้งหมดของเขารวมศูนย์อยู่ที่ปลายกระบี่ชั่วช้าที่บังอาจคุกคามสตรีในดวงใจ
"ผู้อาวุโสจ้าว..." น้ำเสียงของไป๋หลางราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ทว่าก้องกังวานเสียดแทงจิตใจของผู้คน "ท่านใช้ความเป็นผู้อาวุโสจับกุมตัวนางเพื่อใช้เป็นตัวประกันในงานประลองยุทธภพ ยุทธจักรหลอมรวมวันนี้... ช่างน่าขันสิ้นดีว่าสำนักกระบี่เมฆาของท่าน ยังมีหน้ามาประกาศตัวว่าเป็นฝ่ายธรรมะอยู่อีกหรือ?"
"สามหีน! เจ้าเด็กไร้ค่า เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาสั่งสอนข้า!" ผู้อาวุโสจ้าวกัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง "วันนี้ต่อให้เจ้ามีวิชากระบี่วิเศษมาจากไหน ศิษย์รักของตำหนักเหมืองสวรรค์ผู้นี้ก็ต้องตายด้วยมือข้า เพื่อชดใช้ความอวดดีของเจ้า!"
พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของผู้อาวุโสจ้าวราวกับอสูรกายร้าย โซ่ตรวนโลหิตที่พันธนาการมู่หรงเสวี่ยเริ่มรัดแน่นขึ้นจนอาภรณ์สีขาวเปื้อนหยาดโลหิตสีแดงสด ทว่ามู่หรงเสวี่ยยังคงไม่เปล่งเสียงร้องครวญครางแม้แต่น้อย นางเพียงส่งกระแสจิตผ่านห้วงมิติมายังจิตวิญญาณของไป๋หลาง
*<หลางจ๋อ... อย่าได้ห่วงข้า วิถีกระบี่ของเรา... ย่อมเหนือกว่าความตาย>*
คำพูดนั้นจุดประกายไฟแห่งมรรคากระบี่ในร่างของไป๋หลางให้ลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง พลังปราณโบราณที่หลับใหลอยู่ในจุดตันتيยนสวรรค์ระเบิดออก เสียงคำรามดุจสายฟ้าฟาดดังขึ้นในห้วงมิติรอบตัวเขา อุณหภูมิบนลานประลองลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
"ดี..." ไป๋หลางพึมพำเบาๆ รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปาก
เขาก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว ทว่าก้าวนั้นกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ราวกับพญามังกรคำรามใต้พื้นพิภพ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนโกร่งกระบี่
ปัง!
เสียงระเบิดของห้วงอากาศดังสนั่นหวั่นไหว ไป๋หลางเคลื่อนกายดุจเงาอัสนี ไร้ร่องรอย ไร้เสียง ไร้รูปร่าง! วิชา "ย่างก้าวท่องนภาเก้าสวรรค์" ถูกใช้ออกในพริบตาเดียว ร่างของเขาหายไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งกลางอากาศ เบื้องหน้าผู้อาวุโสจ้าวด้วยระยะห่างเพียงแค่คืบ!
"เจ้า... เร็วถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน!" ผู้อาวุโสจ้าวตื่นตระหนกจนหัวใจแทบหยุดเต้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น รีบเหวี่ยงกระบี่ในมือหมายแทงทะลวงหัวใจของมู่หรงสวี่ยเพื่อเป็นโล่กำบัง
ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว
ไป๋หลางไม่ได้ลงมือโจมตีผู้อาวุโสจ้าวโดยตรง แต่ปลายนิ้วมือซ้ายของเขากลับสะบัดออกเบาๆ อักขระโบราณสีทองอร่ามสามตัวพุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วราวกับกระสุนแสงความเร็วสูง พุ่งตรงเข้าตัดขาดโซ่ตรวนโลหิตที่พันธนาการมู่หรงเสวี่ยในเสี้ยววินาที
เคร้ง!
เสียงโซ่ตรวนขาดสะบั้นดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของมู่หรงเสวี่ยที่ร่วงหล่นจากอากาศ ทว่าก่อนที่นางจะกระทบพื้น ไป๋หลางก็ตวัดแขนเสื้อรับร่างของนางไว้ในอ้อมอกอย่างนุ่มนวล กลิ่นอายหอมละมุนของดอกเหมืองสวรรค์ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้ง ทว่าแววตาที่เขามองนางกลับเต็มไปด้วยความอาทรล้ำลึกที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา
"เจ้าปลอดภัยแล้ว เสวี่ยเอ๋อร์" ไป๋หลางกระซิบแผ่วเบaข้างใบหูของนาง
มู่หรงเสวี่ยซบหน้าลงกับอกเสื้อของเขา เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ "ข้าเชื่อใจท่านเสมอ..."
ภาพเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์นี้ตกอยู่ในสายตาของยอดฝีมือทั่วทั้งสนามประลอง ทุกผู้คนต่างอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ของไป๋หลางไร้ซึ่งร่องรอยการบ่มเพาะพลังระดับศิษย์สำนักล่างโดยสิ้นเชิง มันคือวิชาตัวเบาและเคล็ดปราณระดับเทพเจ้าที่สูญหายไปนับหมื่นปี!
ผู้อาวุโสจ้าวหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยว เขาก้าวถอยหลังไปสามก้าว กระบี่ในมือสั่นเทาทั้งที่ผ่านศึกมานับร้อย "เจ้าเด็กสารเลว! บังarาอาจหาญนักที่หยามเกียรติสำนักกระบี่เมฆา วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินหนี ก็อย่าหวังว่าจะรอดออกไปจากค่ายกลกระบี่ร้อยอสูรได้!"
ผู้อาวุโสจ้าวกัดปลายลิ้น พ่นโลหิตสีดำสนิทลงบนป้ายหยกประจำตัว แสงสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทันใดนั้น พื้นดินทั่วทั้งลานประลองยุทธสวรรค์ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ม่านพลังโปร่งใสสีเลือดนับร้อยสายผุดขึ้นล้อมรอบพื้นที่ประลองไว้ทั้งหมด กลายเป็น "ค่ายกลกระบี่กลืนวิญญาณ" ที่แม้แต่วิณญาณยุทธ์ขั้นสูงสุดก็ยังยากจะหลบหนี!
เสียงหัวسระรื่นหูของผู้อาวุโสจ้าวดังก้องผ่านม่านพลังโลหิต "ฮ่าๆๆๆ! ไป๋หลาง วันนี้คือวันตายของเจ้า! เตรียมตัวรับทัณฑ์กระบี่สลายวิญญาณซะ!"
ทว่า ท่ามกลางค่ายกลมรณะที่น่าสะพรึงกลัวนั้น ไป๋หลางกลับค่อยๆ วางร่างของมู่หรงเสวี่ยลงบนแท่นหินอย่างอ่อนโยน เขายืดตัวขึ้นช้าๆ มือขวาค่อยๆ กำด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นขึ้นทีละน้อย ดวงตาส색ดำสนิทของเขาแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีเงินยวงยามเมื่อลมปราณในร่างแผ่ขยายออกอย่างไร้ขอบเขต
เขาปรายตามองค่ายกลสีเลือดรอบตัวด้วยแววตาสมเพช ราวกับกำลังมองดูเด็กน้อยเล่นอภินิหาร
"ค่ายกลกระบี่ร้อยอสูรที่เจ้าภูมิใจนักหนา..." ไป๋หลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสะท้อนก้องกังวานไปถึงจิตวิญญาณของทุกคนในที่นั้น "ในสายตาของข้า มันก็เป็นเพียงแค่เศษซากเหล็กขึ้นสนิมที่แม้แต่สุนัขยังไม่ชายตาแล"
ฉับพลันนั้นเอง!
ก่อนที่ไป๋หลางจะทันได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยมีเมฆหมอกครามกลับถูกฉีกกระชากออกเป็นทางยาวด้วยสายฟ้าสีทองมหึมา เสียงคำรามกึกก้องสะท้านโลกันตร์ดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวทะลุมิติลงมาจากรอยแยกแห่งห้วงนภาโดยตรง!
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่าขอบเขตวิญญาณยุทธ์นับร้อยเท่าแผ่พุ่งกดทับลงมาจนผู้อาวุโสจ้าวและยอดฝีมือทุกสำนักทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด!
บุคคลลึกลับผู้นั้นกวาดตามองมาที่ไป๋หลางด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนหยุดชะงักลง
"องค์ชาย... ถึงเวลาที่ท่านต้องเสด็จกลับมารับตำแหน่งราชาสวรรค์ผู้ปกครองสามภพแล้ว!"
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 18
การแข่งขันประลองยุทธสำนักใหญ่
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!