เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 25

การทะลวงขอบเขตกลางสนามรบ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
คมกระบี่นับหมื่นเล่มกรีดกร่ายกลางอากาศ ราวกับฝูงพญาอินทรีคลั่งที่กำลังโผนทะยานเข้าฉีกกระชากน่านฟ้า สำนักกระบี่เมฆายามนี้มิได้มีเพียงเสียงลมหายใจของเหล่าศิษย์ผู้เฝ้ามอง แต่กลับถูกกดทับด้วยม่านพลังปราณระดับปรมาจารย์ที่หนักอึ้งดุจขุนเขาไท่ซาน ผู้อาวุโสจ้าวแผดเสียงหัวร่อก้องกังวาน ร่างชราของมันลอยเคว้งอยู่กลางเวหา อาภรณ์สีเทาโบกสะบัดตามแรงพายุหมุนของคลื่นพลังกระบี่ที่แผ่พุ่งออกมาจากร่าง "เด็กน้อยไป๋หลาง เจ้าคิดว่าการตื่นรู้ของเจ้าจะเทียบชั้นกับฟ้าดินได้กระนั้นหรือ? วันนี้ ข้าจะใช้กระบวนท่า 'สลายวิญญาณเมฆาลอย' สยบกระดูกสันหลังของเจ้าให้แหลกคามือ!" เสียงคำรามของผู้อาวุโสจ้าวสั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศ แรงกดดันระดับปรมาจารย์ขั้นกลางแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง จนพื้นศิลาใต้เท้าของเหล่าผู้ชมเกิดรอยปริร้าวเป็นทางยาว หลายคนถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความอึดอัด ทว่าท่ามกลางพายุศาสตราที่โหมกระหน่ำนั้น ไป๋หลางกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงราวกับหินผาที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากเหล็กกล้าพันปี บุรุษหนุ่มมิได้สะทกสะท้านต่อมหันตภัยเบื้องหน้า สายตาคมกริบดุจคมกระบี่เพิ่งชักออกจากฝักทอดมองไปยังยอดเขาไกลโพ้น ที่ซึ่งร่างอันบอบบางแต่สง่างามดุจภาพวาดพู่กันจีนของมู่หรงเสวี่ยกำลังยืนอยู่ นางมิได้กล่าวสิ่งใด ทว่าแววตาคู่สวยที่สะท้อนภาพของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง ความผูกพันทางจิตวิญญาณระหว่างคนทั้งสองร้อยเรียงเป็นสะพานสายใยที่ไม่มีศาสตราใดในใต้หล้าสามารถตัดขาดได้ *'เจ้าเชื่อใจข้า... เช่นนั้น ข้าจะแสดงให้สวรรค์เห็นว่า วิถีกระบี่ที่แท้จริงคือสิ่งใด'* ไป๋หลางรำพึงในใจ ชั่วพริบตานั้น ลมหายใจของไป๋หลางก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ โลกทั้งใบราวกับถูกดึงเข้าสู่ความเงียบงันอันสมบูรณ์ เสียงลมหายใจของศัตรู เสียงคำรามของพายุ และเสียงหัวเราะเยาะหยันทั้งหมดทั้งมวลพลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจของตนเอง และเสียง "ติ๊ด" ของกระแสลมปราณที่หมุนวนอยู่ในจุดตันตียน "เคล็ดวิชา... มิใช่การยืมพลังจากฟ้าดิน" ไป๋หลางพึมพำแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องกังวานอยู่ในห้วงจิตสำนึกของตนเอง "หากแต่เป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณของตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับกฎเกณฑ์ของจักรวาล... ข้าคือกระบี่ กระบี่คือข้า ฟ้าดินเบื้องบนหรือจะกล้าบัญชาชะตาชีวิตของข้า!" ตูมมม! ระเบิดพลังปราณสายหนึ่งพวยพุ่งทะยานจากจุดตันตียนของไป๋หลางพุ่งทะลุขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาอัคคีค้ำฟ้า เมฆหมอกสีดำทะมึกที่ปกคลุมสำนักกระบี่เมฆามาเนิ่นนานถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยรัศมีกระบี่อันไร้รูปแต่ทรงพลังอำนาจจนน่าสะพรึงกลัว อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก ผู้อาวุโสจ้าวที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาหมายจะปลิดชีพพลันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าเหี่ยวย่นฉายแววหวาดผวาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "นี่มัน... พลังงานอันใดกัน! บ้าไปแล้ว! เขากำลัง..." ผู้อาวุโสจ้าวอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความมั่นใจทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เมื่อพบว่าแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตที่มนุษย์ปุถุชนจะเอื้อมถึงไปแล้ว ร่างของไป๋หลางลอยขึ้นจากพื้นดินอย่างไร้แรงโน้มถ่วง เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามกระแสลมปราณที่แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ภายในห้วงมโนสำนึกของเขา ประตูแห่งขอบเขตปรมาจารย์กระบี่ขั้นสมบูรณ์แบบที่ปิดตายมานานนับชาติภพกำลังถูกพังทลายลงทีละน้อย ทุกๆ ย่างก้าวทางจิตวิญญาณเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและสัจธรรมอันลึกซึ้ง กระบี่เหล็กธรรมดาในมือของเขาในยามนี้กลับเปล่งประกายแสงเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน มันมิได้แผ่รังสีสังหารอันดุดัน หากแต่เปี่ยมไปด้วยความสงบ นิ่งสงบดุจผิวน้ำในยามวิกาล ทว่าลึกลงไปกลับซ่อนเร้นพายุหมุนที่สามารถกลืนกินทุกสรรพสิ่งได้ในคราเดียว "ผู้อาวุโสจ้าว... ท่านบัญญัติวิถีกระบี่มาตลอดชีวิต ทว่าท่านกลับไม่เคยเข้าใจเลยว่า กระบี่ที่แท้จริงนั้นหาใช่การใช้คมเหล็กเพื่อฆ่าฟันผู้คน..." เสียงของไป๋หลางทุ้มนุ่ม ทว่ากลับดังก้องกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณของทุกคนในที่นั้น "หากแต่เป็นการปกป้องสิ่งที่ตนรัก และตัดทำลายความอยุติธรรมทั้งปวงต่างหาก!" สิ้นคำพูด ร่างของไป๋หลางก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี *เร็วเกินไป! มองไม่เห็นแม้แต่เงา!* ผู้อาวุโสจ้าวผวาเฮือก มันพยายามรวบรวมลมปราณทั้งหมดสร้างเกราะคุ้มกันกายขึ้นเจ็ดชั้น ทว่าทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว เงากระบี่สีทองสายหนึ่งพาดผ่านน่านฟ้าอย่างนุ่มนวลราวกับพู่กันปลายพู่กันที่แต้มหมึกบนกระดาษขาว ฉับพลัน! เวลาคล้ายจะหยุดเดิน เกราะปราณทั้งเจ็ดชั้นของผู้อาวุโสจ้าวสลายกลายเป็นผุยผงอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างชราของยอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่เมฆายืนแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ ดวงตาเบิกโพ้างค้างเติ่งริมฝีปากอ้าค้างราวกับอยากจะกล่าววาจาใดออกมา ทว่าไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาได้อีกต่อไป เลือดสดๆ สายหนึ่งไหลรินจากกลางหน้าผากลงมาสู่ปลายคาง ก่อนที่ร่างของผู้อาวุโสจ้าวจะแยกออกเป็นสองเสี่ยงท่ามกลางสายตาที่ตื่นตะลึงของทุกคน สรรพเสียงทั้งมวลพลันเงียบกริบ ราวกับความตายได้เข้ามาครอบครองพื้นที่บริเวณนั้นไว้ชั่วขณะ ไป๋หลางลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบาราวกับขนนก ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ทว่ารัศมีปราณรอบตัวกลับหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติจนแยกไม่ออก เขากลืนลมปราณเข้าออกครั้งหนึ่ง ท้องฟ้าก็พลันแจ่มใสขึ้นครั้งหนึ่ง การบรรลุสู่ขอบเขตปรมาจารย์กระบี่ขั้นสมบูรณ์แบบมิได้เพียงเพิ่มพูนพลังยุทธ์ให้แก่เขาเท่านั้น หากแต่ยังเปิดประตูสู่ความเข้าใจอันลึกซึ้งในวิถีแห่งเซียนที่แท้จริง มู่หรงเสวี่ยร่อนกายลงมาจากยอดเขา นางก้าวเดินมาหยุดเบื้องหน้าของไป๋หลาง แววตาเย็นชาที่เคยมีบัดนี้ทอประกายความอ่อนโยนและความภาคภูมิใจอย่างเปิดเผย นางยื่นมือเรียองามดุจหยกขาวออกไปสัมผัสแก้มของเขาเบาๆ "ท่านทำได้แล้ว..." เสียงหวานใสเอמהแผ่วเบา ราวกับเสียงดนตรีจากสรวงสวรรค์ ไป๋หลางแย้มยิ้มบางๆ ให้กับนาง มือหนากุมมือเรียวนั้นไว้แน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านท่ามกลางลมหนาวของยุทธภพที่โหดร้าย ทว่าความสุขนั้นยังไม่ทันได้จางหาย เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและน่าสะพรึงกลัวนับร้อยสายก็ดังขึ้นจากเบื้องล่างหุบเขา พร้อมกับธงรบของกองกำลังลึกลับที่ปักตรึงอยู่รอบทิศทาง เงาร่างหนึ่งในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวออกมาจากหมอกหนา มือถือทวนยาวที่อาบไปด้วยกลิ่นอายโลหิต ดวงตาสีแดงฉานภายใต้หน้ากากเหล็กจ้องมองมาที่ไป๋หลางด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะทะลวงขอบเขตได้สำเร็จที่นี่... ไป๋หลาง ลูกศิษย์ทรยศ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการตายของผู้อาวุโสจ้าวจะทำให้เจ้าหนีรอดเงื้อมมือของ 'ราชตระกูลสวรรค์' ไปได้?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%