โลหิตสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากมุมปากของไป๋หลาง หยดลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ เสียงกังวานของสายลมยามราตรีพัดผ่านหน้าต่างผุพังราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี แต่เด็กหนุ่มกลับมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย
เบื้องหน้าของเขาคือกระถางธูปสำริดโบราณที่ไร้ซึ่งควันธูป มีเพียงไอพลังปราณสีครามเข้มข้นที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกาย ดุจดั่งเกลียวคลื่นใต้มหาสมุทรที่รอวันระเบิด
"ก้าวผ่านขีดจำกัดของร่างนี้ หรือดับสลายไปพร้อมกับความทรงจำอันน่าสมเพช... ทางเลือกไหนกันที่สวรรค์มอบให้ข้า?"
ไป๋หลางพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาสีดำสนิทฉายแววคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งลับ ในห้วงความคิดของเขายังคงปรากฏภาพรอยยิ้มเย้ยหยันของผู้อาวุโสจ้าว และแววตาเย็นชาของคนกลุ่มนั้นในสำนักกระบี่เมฆา ความแค้นฝังรากลึกนี้เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผาผลาญความเหนื่อยล้าจนมอดไหม้ เขากัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามปูดโปน
มือเรียวยาวของเด็กหนุ่มประสานเข้าหากันเป็นรูปอินทผาลูกศร นิ้วชี้และนิ้วกลางตั้งตรงชี้ขึ้นฟ้า ท่วงท่าการโคจรลมปราณนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะพบได้ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ แต่มันคือ "เคล็ดวิชากายาเทวะบรรพกาล" เคล็ดวิชาสายฟ้าที่มหาเทพเช่นเขาเคยใช้สั่นสะเทือนสามภพมาแล้ว
ครืนนน!
พริบตานั้น อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว รัศมีสีทองจางๆ แผ่พุ่งออกจากผิวหนังของไป๋หลาง เสียงกระดูกลั่นกรอบดังก้องกังวานไปทั่วห้องคับแคบ ความเจ็บปวดดั่งถูกไฟนรกแผดเผาทุกตารางนิ้วของเส้นประสาทโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายท่วมกายจนอาภรณ์ชุ่มโชก แต่สีหน้าของไป๋หลางยังคงสงบนิ่งดุจผืนน้ำในบึงลึก
*'จุดชีพจรแรก... จุดไห่ฉวน (พุพุสุทธา) จงเปิด!'*
เขากู่ก้องในใจ พลังปราณทั้งหมดถูกรวบรวมดุจดั่งลูกธนูที่น้าวสุดคันศร พุ่งตรงไปยังจุดชีพจรสำคัญบริเวณฝ่าเท้าและกระดูกสันหลัง แรงปะทะรุนแรงทำให้ผนังห้องไม้สั่นสะเทือน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน
หากมีผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นมาเห็นเหตุการณ์นี้เข้า พวกเขาคงต้องตกใจจนสิ้นสติ เพราะการเปิดจุดชีพจรแรกของคนทั่วไปจำเป็นต้องอาศัยโอสถทิพย์ชั้นยอดและใช้เวลาแรมเดือน แต่วิถีกระบี่และปราณที่ไป๋หลางใช้นั้น คือการดึงเอาพลังฟ้าดินรอบตัวมาหลอมรวมโดยตรงอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อกฎเกณฑ์
ปัง!
เสียงระเบิดอื้ออึงดังขึ้นภายในร่าง เสียงนั้นเบาหูสำหรับคนภายนอก แต่ดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของไป๋หลาง ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงก่อนที่พลังสายหนึ่งจะพรั่งพรูออกมาราวกับทำนบแตก ลมปราณบริสุทธิ์หลั่งไหลเข้าสู่เส้นชีพจรทุกเส้น ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและคราบไคลที่สะสมมาแต่กำเนิดจนหมดสิ้น
ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวและหยาบกร้านตามประชากรสำนักล่าง กลับเปล่งประกายเรืองรองด้วยนวลแสงสีขาวนวลตา กล้ามเนื้อกระชับได้รูปราวกับงานแกะสลักจากหยกขาวบริสุทธิ์ ดวงตาที่ลืมขึ้นอีกครั้งมีความคมกล้าล้ำลึกจนแทบจะกรีดแทงความมืดมิดให้ขาดวิ่น
"นี่คือ... ขอบเขตพลังขั้นพื้นฐานระดับสมบูรณ์แบบสินะ"
ไป๋หลางพ่นลมหายใจออกยาวเหยียด ไอสีขาวพวยพุ่งออกจากปากพุ่งทะลุหน้าต่างกระดาษจนขาดวิ่นเป็นรูโบ๋ ร่างกายของเขารู้สึกเบาสบายราวกับไร้น้ำหนัก พลังปราณที่หมุนวนอยู่ภายในเปรียบเสมือนกระแสธารอันเชี่ยวกรากที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นคมกระบี่ได้ทุกเมื่อ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะหลับตาลงเพื่อปรับลมปราณให้มั่นคงอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
กริ๊ก...
เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังขึ้นที่ด้านนอกหน้าต่าง แม้จะเป็นเสียงที่แผ่วเบาราวกับแมวเดิน แต่ไม่สามารถรอดพ้นประสาทสัมผัสที่เฉียบคมขึ้นนับร้อยเท่าของไป๋หลางไปได้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมืองหนาวเย็นลอยมาแตะจมูก กลิ่นนี้... กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล
มู่หรงเสวี่ย!
นางเซียนผู้สูงส่งแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ สำนักล่างที่ต่ำต้อยแห่งนี้ในยามวิกาล?
ไป๋หลางยังไม่ทันได้ขยับตัว แสงกระบี่สีเงินยวดยาววาบผ่านความมืดเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายกระบี่อันเย็นเยียบจ่อเข้าที่ลำคอของเขาอย่างแม่นยำไร้ที่ติ พร้อมกับเสียงกระซิบอันราบเรียบเย็นชาแต่สั่นสะเทือนหัวใจดังขึ้นชิดริมหู
"เจ้าเป็นใครกันแน่... ไยวิชากระบี่เมื่อครู่จึงมีกลิ่นอายของ 'มหาเทพ' ผู้ร่วงหล่น?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 3
เคล็ดวิชากายาเทวะบรรพกาล
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!