"ผู้อาวุโสจ้าว... ออกมารับความตายได้แล้ว!"
เสียงคำรามนั้นมิได้ดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นดั่งอสุนีบาต หากแต่กังวานลึกลงไปในจิตวิญญาณของผู้ได้ยินทุกผู้ทุกนาม แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างของเด็กหนุ่มชุดคลุมขาดวิ่น ไป๋หลางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าลานประลองสำนักกระบี่เมฆา แววตาของเขาดำมืดดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึง ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง มีเพียงจิตสังหารอันบริสุทธิ์ที่ถูกหล่อหลอมผ่านกาลเวลาอันยาวนานนับอนันต์
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานกว้างชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวร่อเยาะหยันจะระเบิดขึ้นจากกลุ่มศิษย์สายตรงที่ยืนรายล้อม
"ฮ่าๆๆ! ข้าหูฝาดไปกระมัง? หรือเจ้าสวะขั้นรวบรวมลมปราณระดับสามผู้นี้เสียสติไปแล้ว ถึงกล้าเอ่ยวาจาสามหามท้าทายผู้อาวุโสจ้าวผู้ยิ่งใหญ่!"
จ้าวเฟิง ศิษย์พี่สายตรงผู้กุมอำนาจอันดับต้นๆ ของสำนักล่างก้าวออกมาเบื้องหน้า ร่างกายของเขากำยำล่ำสัน แผ่ไอสังหารสีครามจางๆ ออกมาอย่างภาคภูมิใจ เขามองไป๋หลางด้วยสายตาประดุจมองมดปลวกที่สามารถบี้ให้ตายได้ด้วยปลายนิ้ว
"ไป๋หลาง เจ้าคงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จนสมองเสื่อมไปแล้วกระมัง?" จ้าวเฟิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าหาทีละน้อย "ในเมื่ออาจารย์ไม่อยู่และเจ้าก็รนหาที่ตายเอง เช่นนั้นในฐานะศิษย์พี่... ข้าจะช่วยสงเคราะห์สั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึกถึงความแตกต่างระหว่างฟ้ากับเหวเอง!"
สิ้นเสียง ร่างของจ้าวเฟิงก็พุ่งทะยานออกไปราวกับพญาอินทรีโฉบเหยื่อ กระบี่ในมือถูกชักออกจากฝักเปล่งประกายแสงสีเงินยวงกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิวแหลมสูง นั่นคือ "วิชากระบี่เมฆากลืนนภา" ขั้นที่ห้า ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาประจำสำนักที่แม้แต่ศิษย์สายตรงหลายคนยังต้องใช้เวลาฝึกฝนร่วมสิบปีจึงจะบรรลุ
รอบข้างส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนก หลายคนเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นภาพความสยดสยองเมื่อร่างของไป๋หลางถูกฟันขาดเป็นสองท่อน
ทว่า... ไป๋หลางกลับมิได้ขยับเขยื้อnหลบหนีแม้แต่น้อย
เขายืนนิ่งสนิท ราวกับรูปสลักหินโบราณที่ตั้งตระหง่านท้าทายพายุร้าย มีเพียงมุมปากที่ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันอันบางเบา สายตาของเขาจับจ้องคมกระบี่ที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะราวกับมันเคลื่อนไหวด้วยความเชื่องช้าดั่งเต่าคลาน
*ช้าเกินไป... กระบวนท่าเต็มไปด้วยช่องโหว่ จิตใจฟุ้งซ่านด้วยโทสะ ปราณกระบี่ไร้แก่นสาร*
ในห้วงความคิดของอดีตมหาเทพกระบี่ วิชาที่จ้าวเฟิงภาคภูมิใจนักหนานั้นไม่ต่างอะไรกับเด็กทารกที่กำลังหัดเดินถืออาวุธด้วยซ้ำ
เมื่อคมกระบี่อยู่ห่างจากหน้าอกเพียงคืบ ไป๋หลางจึงค่อยๆ ขยับ
มันไม่ใช่การหลบหลีกที่รวดเร็วตระการตา แต่เป็นการก้าวเท้าออกไปด้านข้างเพียงครึ่งก้าวอย่างเรียบง่าย ทว่ากลับหลบพ้นรัศมีคมกระบี่ได้อย่างเฉียดฉิวอย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมกันนั้น นิ้วมือเรียวยาวดั่งหยกขาวของเขาก็ดีดออกเบาๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่นละอองบนอาภรณ์
*แปะ*
เสียงนิ้วสัมผัสกับตัวดาบดังขึ้นเบื้องหน้า ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
ทันใดนั้นเอง! ปราณกระบี่อันเร้นลับและทรงพลังมหาศาลก็ไหลทะลักผ่านปลายนิ้วของไป๋หลางเข้าสู่ตัวกระบี่ของจ้าวเฟิงในชั่วพริบตา แรงสะท้อนอันรุนแรงนับร้อยเท่าพุ่งย้อนกลับเข้าสู่ร่างของจ้าวเฟิงราวกับคลื่นสึนามิที่ซัดสาดเข้าใส่กำแพงดินทราย
*ปัง! อั๊ก!*
เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของจ้าวเฟิง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความรู้สึกเจ็บปวดราดร้าวแล่นพล่านไปทั่วเส้นชีพจร ราวกับกระดูกทั่วร่างกำลังถูกบดขยี้เป็นผุยผง แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างกำยำของเขากระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับเสาหินศิลาประจำสำนักจนแตกหักเป็นสองท่อน ก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงหล่นลงมากองกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า หมดสติไปในทันที
ความเงียบสงบอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ลานประลองทั้งลานตกอยู่ในความวังเวง ชนิดที่แม้แต่เสียงลมหายใจของใครสักคนก็ยังดังชัดเจน
เหล่าศิษย์สายตรงและศิษย์สำนักล่างที่ยืนดูอยู่ต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลันออกมานอกเบ้า พวกเขาไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาตนเองได้ จ้าวเฟิง ศิษย์พี่ผู้เก่งกาจและทรงอิทธิพล กลับถูกจัดการลงได้ด้วยการสะกิดเพียงครั้งเดียวโดยไป๋หลาง... ศิษย์สวะที่พวกเขาร่วมกันเหยียบย่ำมาตลอดหลายปี!
"นะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?" ศิษย์คนหนึ่งพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
ไป๋หลางมิได้สนใจสายตาหวาดกลัวและตกตะลึงรอบข้าง เขาก้มลงปัดเศษฝุ่นบนเสื้อคลุมของตนเองอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงการปัดแมลงวันที่น่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น
ดวงตาคู่คมเงີยขึ้นมองไปยังเบื้องบน ท้องนภาที่เคยแจ่มใสบัดนี้กลับเริ่มก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆสีดำทะมึน สายฟ้าสีครามแล่นแปลบปลาบอยู่เบื้องบนราวกับมันกำลังตอบสนองต่อจิตสังหารที่แท้จริงซึ่งกำลังถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขา
ในวินาทีนั้นเอง ท่ามกลางความเงียบงันและบรรยากาศอันกดดัน เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นและเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากทางเดินหินอ่อนเบื้องหลังกลุ่มศิษย์
"บังอาจนัก! สามหảmถึงขั้นกล้าสังหารศิษย์ในสายของสำนักกระบี่เมฆา เจ้าเด็กไร้ค่า ไป๋หลาง... วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็อย่าหวังว่าจะรอดออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่คนเดียว!"
เสียงอันทรงอำนาจแฝงไว้ด้วยลมปราณขั้นหลอมรวมวิญญาณดังสะท้าน พร้อมกับร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้ม ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินยวดย่างก้าวออกมาจากเงาไม้ ผู้อาวุโสจ้าว... ปรากฏตัวแล้ว!
และทันทีที่สายตาของผู้อาวุโสจ้าวปะทะเข้ากับร่างของบุตรชายที่นอนหมดสภาพจมกองเลือดอยู่บนพื้น รังสีอำมหิตระดับน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกจากร่างของเขาจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกกระจายออกไปโดยรอบ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 2
เศษสวะที่ถูกเหยียบย่ำ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!