กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในโพรงปาก ไม่ใช่กลิ่นอายของชาสมุนไพรชั้นเลิศบนแดนสวรรค์ที่ไป๋หลางคุ้นเคยมานับหมื่นปี
ร่างกายนี่ช่างเปราะบางราวกับก้านบัวผุกร่อน เส้นชีพจรปราณทั่วร่างถูกตัดขาดจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ความเจ็บปวดจากการถูกซ้อมทรมานในคุกใต้ดินของสำนักกระบี่เมฆายังคงฝังลึกอยู่ในทุกอณูผิว แต่นัยน์ตาคู่ที่เคยดับมืดลงไปแล้วกลับค่อยๆ เปิดขึ้น... มันมิใช่แววตาของศิษย์สำนักล่างผู้ไร้ค่าที่เพิ่งถูกทุบตีปางตาย หากแต่เป็นประกายดุจดั่งกระบี่โบราณที่หลับใหลมาเนิ่นนาน และบัดนี้ มันกำลังจะแผดเผาผืนปฐพีให้มอดไหม้
"เศษสวะเช่นเจ้า ยังมีหน้ามาหายใจอยู่อีกหรือ?"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของศิษย์สายในผู้ดูแลคุกใต้ดินดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของรองเท้าผ้าดิบที่กำลังจะเหยียบย่ำลงบนใบหน้าของเขา
ไป๋หลางไม่ขยับเขยื้อน มุมปากที่เปื้อนคราบโลหิตยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นว่างเปล่า เย็นชา และทรงพลังจนทำให้ศิษย์ผู้ลงมือชะงักก้างไปโดยไม่รู้ตัว ปราณกดดันอันไร้รูปร่างสายหนึ่งแผ่ซ่านออกจากร่างที่สะבי่งสะบ่าของเด็กหนุ่ม มันไม่ใช่ปราณยุทธทั่วไป แต่มันคือจิตสังหารระดับมหาเทพผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินมาแล้ว
เปรี้ยง!
ม่านพลังไร้ลักษณ์ระเบิดออกโดยปราศจากการตั้งตัว ศิษย์สายในผู้ลงมือกระเด็นถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่ทันตั้งรับ เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของมันอย่างน่าอนาถ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "เจ้า... แกทำอะไร! แกมันเป็นแค่ขยะไร้ลมปราณไม่ใช่หรือไง!"
ไป๋หลางค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่าทางของเขาองอาจสง่างามราวกับพญาอินทรีที่กางปีก แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล แต่รัศมีรอบกายกลับทำให้ห้องขังมืดทึบนี้สว่างวาบขึ้นด้วยออร่าสีครามจางๆ
"ขยะ?" ไป๋หลางทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณ "ในสายตาของพวกมดปลวกอย่างพวกเจ้า คนที่อยู่บนจุดสูงสุดย่อมเป็นขยะในสายตา... แต่จงจำไว้ ความแค้นที่พวกเจ้ามอบให้ข้าในชาตินี้ มันจะชดใช้ด้วยเลือดทุกหยดของสำนักกระบี่เมฆา"
วิชากระบี่เก้าสวรรค์! เคล็ดวิชาที่สูญหายไปนับแสนปีถูกเรียกคืนกลับมาสู่ความทรงจำ เพียงแค่ปลายนิ้วชี้ของไป๋หลางสะบัดออกเบาๆ สายลมปราณคมกริบก็พุ่งแหวกอากาศราวกับคมกระบี่ที่มองไม่เห็น ตัดผ่านโซ่ตรวนเหล็กกล้าจนขาดสะบั้นลงในพริบตาเดียว
เหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่สมองของศิษย์เฝ้ายามจะประมวลผลทัน เขาทรุดฮวบลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ เมื่อเงาร่างของเด็กหนุ่มก้าวเดินผ่านเขาไป ราวกับยมทูตที่ก้าวขึ้นมาจากขุมนรกโลกันตร์
ณ เบื้องบนของหอคอยสำนักกระบี่เมฆา
ผู้อาวุโสจ้าวผู้ใช้อำนาจกดขี่ผู้คนมาเนิ่นนาน กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายใจโดยไม่ล่วงรู้เลยว่า บัดนี้พายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะกวาดล้างรากฐานของสำนักแห่งนี้ได้ตื่นขึ้นแล้ว และเป้าหมายแรกของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด ก็คือการทวงคืนความยุติธรรมด้วยคมกระบี่ในมือของเขาเอง
ทันใดนั้น ท้องฟ้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับปรากฏเมฆฝนสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมากลางลานฝึกยุทธ เสียงคำรามกึกก้องดั่งเสียงคำรามของมังกรสวรรค์ และในวินาทีนั้นเอง ประตูคุกใต้ดินก็ถูกระเบิดออกเป็นจุล พร้อมกับร่างของไป๋หลางที่ก้าวออกมาภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง
ดวงตาของเขาสะท้อนประกายกระบี่คมกริบ และก่อนที่ใครในสำนักจะทันได้ตั้งตัว เสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัวก็ดังลอยไปทั่วอาณาบริเวณสำนักกระบี่เมฆา
"ผู้อาวุโสจ้าว... ออกมารับความตายได้แล้ว!"
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 1
การลืมตาตื่นของมหาเทพ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!