"โลหิตของชาวยุทธจักรเจ็ดร้อยศพในหุบเขาอสูรโลกันตร์... คงจะเพียงพอสำหรับการเปิดประตูมิติโลหิตสินะ"
เสียงแหบพร่าดุจเสียงกระดูกเสียดสีกันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องโถงใต้ดิน สำนักกระบี่เมฆา แสงเทียนสีเขียวมรกตวับแวมสะท้อนใบหน้าครึ่งซีกของผู้อาวุโสจ้าว บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือของมันกำป้ายวิญญาณโลหิตที่สั่นระริก ปราณมารสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาคลุ้มคลั่งราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด
ไป๋หลางยืนซ่อนตัวอยู่หลังเสาศิลาศิลาจารึกอักขระโบราณ ดวงตาคมกราบดุจคมกระบี่หรี่ลงเล็กน้อย ลลมปราณในตันเถียนหมุนวนอย่างเงียบเชียบเพื่อสะกดกลั้นจิตสังหารที่กำลังปะทุ เขาแอบสะกดรอยตามผู้อาวุโสจ้าวมาจนถึงห้องลับใต้ดินแห่งนี้ และสิ่งที่ปรากฏเบื้องสายตากลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่คาดคิด ม้วนคัมภีร์หนังมนุษย์ที่กางอยู่บนโต๊ะศิลาไม่ได้เป็นเพียงแค่แผนการชิงอำนาจภายในสำนัก แต่เป็น 'แผนยึดครองยุทธภพ' ครั้งใหญ่ที่ชักใยโดยสำนักมารโลหิตทมิฬ
"หึ... ผู้อาวุโสจ้าว ท่านช่างกล้าหาญยิ่งนักที่ขายวิญญาณให้แก่สำนักมารเพื่อแลกับพลังลมปราณขั้นปฐพี" ไป๋หลางส่งเสียงกระซิบผ่านลมปราณแผ่วเบa แต่ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของอีกฝ่าย
ผู้อาวุโสจ้าวสะดุ้งสุดตัว มันสะบัดแขนเสื้อ ปราณกระบี่เมฆาพุ่งทะยานผ่าเสาศิลาจนแหลกละเอียดเป็นจุลในพริบตา "หนูสกปรกที่ไหนกล้าบุกรุกเขตต้องห้าม... อ้าว ที่แท้ก็คือเจ้าสวะไป๋หลางนี่เอง!"
ดวงตาของผู้อาวุโสจ้าวหรี่แคบลงเต็มไปด้วยจิตสังหาร รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศจนอึดอัด "ในเมื่อเจ้าบังiอาจรุกล้ำเข้ามาเห็นความลับเป็นตายนี้แล้ว วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกก็บินหนีไม่พ้นเงื้อมมือข้า!"
ทันใดนั้น ผนังศิลาเบื้องหลังผู้อาวุโสจ้าวก็พังทลายลงพร้อมกับร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับภาพวาดพู่กันจีน ทว่าไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับทำให้เปลวเพลิงสีเขียวมรกตในห้องเกือบมอดดับ มู่หรงเสวี่ย... นางเซียนผู้สูงส่งแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ ปรากฏตัวขึ้นเคียงข้างไป๋หลางอย่างทันท่วงที ดวงตากลมโตคู่นั้นมองผู้อาวุโสจ้าวด้วยความเย็นชาดุจมองซากศพไร้ค่า
"สำนักมารโลหิตทมิฬ... สมคบคิดกับคนทรยศในยุทธจักร คิดจะใช้โลหิตบริสุทธิ์ของชาวยุทธจักรบูชาค่ายกลหมื่นวิญญาณ ช่างเป็นแผนการที่ต่ำช้าและไร้ยางอายยิ่งนัก" น้ำเสียงของมู่หรงเสวี่ยราบเรียบไร้ระลอกคลื่น แต่มันกลับทรงพลังดกดันจนผู้อาวุโสจ้าวถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังไปสามก้าว
"แม่นางมู่หรง! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า อย่าได้สอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจצภายในของสำนักกระบี่เมฆา!" ผู้อาวุโสจ้าวคำรามเสียงกร้าว แม้ปากจะกล่าววาจาข่มขู่ แต่เหงื่อกาฬกลับไหลโทรมกายเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายกระบี่อันไร้เทียมทานที่แผ่ออกมาจากตัวของทั้งสองคน
ไป๋หลางก้าวออกมายืนบังหน้ามู่หรงเสวี่ยไว้เล็กน้อย แม้เขาจะรู้ดีว่านางแข็งแกร่งเพียงใด แต่วิถีกระบี่ของเขาคือการปกป้องสตรีในดวงใจด้วยชีวิต กระบี่เหล็กนิลกาฬในฝักสั่นระริกเบาๆ ราวกับมันกำลังกระหายเลือดชั่วช้าของมารร้าย
"กิจภายในงั้นหรือ? ผู้อาวุโสจ้าว ท่านทรยศต่อคุณธรรมแห่งยุทธจักร ขายวิญญาณให้มารร้ายเพื่ออำนาจ บัดนี้ความจริงเปิดเผยแล้ว ท่านยังกล้าใช้คำว่า 'สำนักกระบี่เมฆา' มาอ้างอยู่อีกหรือ?" ไป๋หลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แววตาคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจที่เน่าเฟะของอีกฝ่าย
"ปากดีนัก! วันนี้ข้าจะใช้กระบี่เมฆาคลั่งโลหิตนี้บดขยี้พวกเจ้าให้เป็นผุยผง!"
ผู้อาวุโสจ้าวคำรามลั่น ประสานอินทร์ด้วยมือทั้งสองข้าง ปราณมารสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดาน ก่อตัวเป็นรูปอสูรกายสามหัวอ้าปากคำรามก้องห้องใต้ดิน แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสูงแผ่ขยายออกไปจนผนังหินรอบด้านแตกร้าวเป็นรอยแยก
มู่หรงเสวี่ยขยับกายเล็กน้อย กระบี่น้ำแข็งรุ้งพรายในมือถูกชักออกจากฝักช้าๆ เสียงโลหิตกระทบอากาศดังกังวานใสราดรดจิตใจให้สงบ ทว่าประกายตากลับคมปลาบดุจน้ำค้างแข็งพันปี นางเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างกายไป๋หลาง "หลางหลาง... คนผู้นี้ปล่อยไว้ไม่ได้ มันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง แต่อีกไม่นาน... 'ผู้ชักใยที่แท้จริง' จะต้องปรากฏตัวขึ้นอย่างแน่นอน"
ไป๋หลางพยักหน้ารับช้าๆ สัมผัสได้ถึงความห่วงใยอันอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาของนาง เขากำด้ามกระบี่แน่นขึ้น ปราณกระบี่เก้าสวรรค์ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด แสงกระบี่สีทองเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของห้องใต้ดินจนสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์แรกอรุณ
"ถ้าเช่นนั้น... เรามาดูกกันว่า กระบี่ในมือข้า กับวิชามารโลหิตของเจ้า สิ่งใดจะขาดสะบั้นก่อนกัน!"
ไป๋หลางพุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด ร่างทั้งร่างผสานเป็นหนึ่งเดียวกับวิชากระบี่ขั้นสูงสุด ขณะที่ดาบมารสีดำพุ่งเข้าปะทะอย่างดุเดือด แรงสะเทือนจากการปะทะครั้งนี้กำลังจะฉีกกระชากมิติห้องใต้ดินให้พังทลายลง ทว่า... ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องบน—เสียงหัวเราะที่ทำให้เลือดในกายของไป๋หลางเย็นเฉียบลงในทันที เพราะมันคือเสียงของ 'ประมุขสำนักมาร' ผู้ที่ควรจะหลับใหลอยู่หลังม่านสวรรค์เมื่อร้อยปีก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "หมื่นกระบี่คืนรัง" เสมอมานะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 30
แผนชั่วของสำนักมาร
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!