"หากก้าวล่วงผ่านประตูมิติห้วงนี้ไปแล้ว แม้แต่ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็อาจไม่อาจตามไปบดขยี้พวกเราได้... เจ้าแน่ใจแล้วหรือ เสวี่ยเอ๋อร์?"
น้ำเสียงของไป๋หลางทุ้มต่ำ ก้องกังวานท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำผาบรรพกาล ไอหมอกสีครามจากปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่พุ่งออกมารอบกายจนศิลาผาหลอมละลายกลายเป็นผลึกแก้วใส ปลายเท้าของเขายืนหยัดอยู่บนหน้าผาสูงชันเบื้องล่างคือเหวลึกที่ไร้ก้นบึง ทว่าความน่าสะพรึงกลัวของห้วงมิตินั้นยังน้อยกว่าประกายตาของชายหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ผู้นี้
มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่เคียงข้าง ชายอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางโบกสะบัดพลิ้วไหวตามกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน ใบหน้างดงามดั่งภาพวาดพู่กันจีนยังคงความเยชาและสูงส่ง ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับระบายยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงไป๋หลางเท่านั้นที่จะได้เห็นในยุทธภพนี้
"ที่ใดมีท่าน ที่นั่นคือวิถีเซียนของข้า" นางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่นดุจหินผา มือเรียวดั่งลำหยกยกกระบี่วิหคสวรรค์ขึ้นกระชับมั่น แววตาคู่คมกริบมองตรงไปเบื้องหน้า "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หรือแม้แต่เหล่าผู้อาวุโสจ้าวแห่งสำนักกระบี่เมฆาจะยกกำลังพลมานับหมื่นเพื่อขัดขวาง... ข้า มู่หรงเสวี่ย ก็จะเคียงบ่าเคียงไหล่ฟันฝ่าไปกับท่าน จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะดับดิ้น"
ไป๋หลางนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปีจากการถูกทรยศหักหลังในอดีตชาติ บัดนี้กลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด สายใยแห่งความผูกพันที่ถักทอผ่านความเป็นความตายทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า "สหายร่วมทาง" และ "คนสำคัญ" อย่างแท้จริง
เขายกมือขึ้นกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แน่น ถ่ายทอดไออุ่นและพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อปกป้องนางจากแรงกดดันมหาศาลของดินแดนลับแลที่กำลังจะเปิดออก
"เช่นนั้น... เราไปกันเถอะ"
เปรี้ยง!
สิ้นเสียงคำประกาศ ท้องนภายามวิกาลเหนือหุบผากลับผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างไร้ร่องรอย สายฟ้าสีทองคำขาวฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางวงศิลาอาคมที่ไป๋หลางสลักไว้ด้วยโลหิตของตนเอง แรงระเบิดของพลังปราณกระบี่สะท้อนสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักรโบราณ แผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลายเป็นจุล
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อากาศเบื้องหน้าของทั้งสองพลਾਂบิดเบี้ยวกลายเป็นรอยแยกสีดำสนิท ขนาดใหญ่พอที่จะกลืนกินม้าศึกนับร้อยตัว กลิ่นอายโบราณอันเก่าแก่และทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกนั้น มันคือกลิ่นอายของ "อาวุธบรรพกาล" ที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล—กระบี่สะท้านภพที่หลับใหลอยู่ ณ ดินแดนลับแลอันไร้ผู้คนล่วงล้ำ
"ระวังตัวด้วย แรงดึงดูดของห้วงมิตินี้รุนแรงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มาก" ไป๋หลางส่งเสียงเตือน พร้อมกับตวัดแขนเสื้อโอบกอดเอวบางของมู่หรงเสวี่ยเข้าหาตัวแนบแน่น ร่างทั้งสองพุ่งทะยานเข้าสู่ความมืดมิดของรอยแยกมิติราวกับลูกศรที่ถูกยิงออกจากแหล่ง
วูบ!
ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ประสาทสัมผัสทั้งห้าดับวูบลงราวกับหลุดร่วงลงสู่ห้วงนิทราอันยาวนาน ทว่าผ่านไปเพียงชั่วลมหายใจ กลิ่นอายของธรรมชาติอันบริสุทธิ์และลมปราณฟ้าดินที่หนาแน่นจนเกือบจะกลلายเป็นของเหลวก็ทะลักเข้าสู่ปอดของไป๋หลางและมู่หรงเสวี่ยอย่างรุนแรง
ทั้งสองร่อนลงยืนบนพื้นดินเบื้องล่างได้อย่างงดงามดั่งขนนกปลิว
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาแม้แต่มู่หรงเสวี่ยผู้เยือกเย็นยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือป่าทึบโบราณที่ต้นไม้ทุกต้นสูงตระหง่านเสียดฟ้า ใบไม้เปล่งประกายแสงเรืองรองสีฟ้าอมเขียวราวกับอัญมณีล้ำค่า สายธารน้ำใสสะอาดไหลวนทวนกระแสแรงโน้มถ่วงลอยคว้างอยู่กลางอากาศ และที่ใจกลางป่าลึกนั้น มีเสาหินยักษ์แปดต้นปักตรึงอยู่รอบแท่นบูชาโบราณ บนแท่นนั้นมีเงาร่างของกระบี่เล่มหนึ่งปักอยู่ ปราณกระบี่ที่แผ่ออกมาจากมันรุนแรงจนบิดเบือนกาลเวลาในรัศมีร้อยลี้
"นี่คือ... ดินแดนลับแลเก้าสวรรค์จริงๆ สินะ" มู่หรงเสวี่ยพึมพำเบาๆ นางสัมผัสได้ทันทีว่าพลังวิญญาณในร่างกายของนางพุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด เพียงแค่ก้าวเข้ามาเหยียบ ณ ที่แห่งนี้
"ถูกต้อง และอาวุธบรรพกาลที่เราตามหา... ก็อยู่ตรงนั้น" ไป๋หลางหรี่ตาลงมองเงากระบี่เบื้องหน้า สัญชาตญาณนักฆ่าและอดีตมหาเทพกระบี่บอกเขาว่า การจะครอบครองมันไม่ใช่เรื่องง่าย และดินแดนแห่งนี้ไม่ได้รกร้างอย่างที่คิด
กรอบแกรบ... กรอบแกรบ...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องซ้าย ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เสียงนั้นคุ้นหูยิ่งนักสำหรับไป๋หลาง เสียงของชายชราผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานและอำนาจมืด
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ! ข้าตามรอยพวกเจ้าผ่านรอยแยกมิติมาอย่างยากลำบาก ไม่คิดเลยว่าเจ้าเด็กเหลือขอไป๋หลาง จะนำทางข้ามาพบกับสมบัติบรรพกาลชิ้นนี้ได้จริงๆ!"
ร่างชราในชุดคลุมสีเทาปักลายเมฆาโบราณก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาทั้งสองข้างทอประกายโลภโมโทสัน
ผู้อาวุโសจ้าว!
เขาตามมาทัน และไม่เพียงแต่ตามมาทันเท่านั้น แต่เบื้องหลังของผู้อาวุโสจ้าวยังมีเงาร่างของยอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่เมฆาอีกนับสิบชีวิตปรากฏตัวขึ้น ปิดล้อมเส้นทางถอยของไป๋หลางและมู่หรงเสวี่ยไว้ทุกด้านอย่างไร้ทางหนี!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "หมื่นกระบี่คืนรัง" เสมอมานะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 31
การเดินทางสู่ดินแดนลับแล
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!