เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 29

ค่ำคืนแห่งคำสัญญา

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
เม็ดโลหิตในกายของไป๋หลางยังคงเดือดพล่านราวกับสายธารลาวา ทว่าความเงียบงันยามราตรี ณ เรือนพักรับรองศิษย์สายในกลับเยือกเย็นดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรอเวจี เบื้องหน้าของเขามีร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ใต้เงาจันทร์ ท่วงท่าของนางสง่างามสูงส่งดุจภาพวาดพู่กันจีนอันประณีต กลิ่นอายความเย็นชาที่เคยแผ่ออกมาจากตัวของมู่หรงเสวี่ยในยามปรกติ บัดนี้กลับถูกละลายหายไปด้วยแสงสีนวลตาของดาราบนนภา "เจ้าประมาทเกินไปแล้ว... ไป๋หลาง" สุ้มเสียงหวานใสแต่ทว่ากังวานล้ำลึกดังขึ้นทำลายความเงียบ นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงเนตรคู่หงส์คู่นั้นสะท้อนภาพเงาของชายหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์อย่างชัดเจน ภายในแววตาของนางไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายความห่วงใยที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้กรอบอันเคร่งขรึมของเซียนสาวแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ ไป๋หลางคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงในวิถีกระบี่ แต่กลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาดเมื่อยามทอดมองสตรีตรงหน้า เขาขยับกายเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ปราณกระบี่ในตันtian (ตันเถียน) ของเขาแม้จะปั่นป่วนจากการหักโหมทะลวงขอบเขตเมื่อยามบ่าย ทว่ายามนี้มันกลับสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์เพียงเพราะกลิ่นหอมจางๆ ประจำกายของนาง "หากข้าไม่ยอมเสี่ยงเข้าสู่แดนทัณฑ์อัคคีเพื่อแย่งชิงสมุนไพรวิญญาณเก้าตะวัน เกรงว่าบาดแผลในเส้นpioneer (เส้นชีพจร) ของเจ้าคงไม่ได้รับการรักษาจนหายดีเช่นนี้หรอกครับ... เสวี่ยเอ๋อร์" น้ำเสียงของไป๋หลางทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ มู่หรงเสวี่ยสะท้านเฮือกเมื่อได้ยินคำเรียกขานนั้น หัวใจดวงน้อยที่ปิดตายมานานนับร้อยปีจากการบำเพ็ญเพียรในแดนเซียน กลับสั่นไหวรุนแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ นางกัดริมฝีปากบางเฉียบสีชาดเบาๆ พลางเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงเรื่อระเรื่อ "เจ้าคนสารเลว... ใครให้เจ้าเอาชีวิตไปเสี่ยงเช่นนั้นกัน!" นางเอ่ยเสียงดุ แต่น้ำเสียงนั้นกลับสั่นเครือและขาดความหนักแน่นโดยสิ้นเชิง "ตำหนักเหมืองสวรรค์มีวิธีรักษาของข้าเอง เจ้า... เจ้าทำเช่นนี้เพื่อให้ข้าติดค้างน้ำใจอันใดกันเล่า?" "น้ำใจอันใดหรือ?" ไป๋หลางหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "ข้า ไป๋หลาง ในชาติภพนี้ไม่เคยติดค้างผู้ใด ยกเว้นเพียงเจ้า... สตรีผู้ยอมละทิ้งวิถีเซียนเบื้องบน เพื่อลงมาเคียงบ่าเคียงไหล่ข้าในยุทธภพอันโสมมแห่งนี้ เจ้าคิดว่าข้าทำเพื่อผลประโยชน์อันใดกันเล่า?" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของมู่หรงเสวี่ย ร่างระหงสะท้านเฮือก นางหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง น้ำตาคู่สวยเอ่อคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น นางใช้ชีวิตอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพ ผู้คนต่างก้มหัวหวาดกลัวและยำเกรง มีเพียงบุรุษผู้นี้... บุรุษผู้มีรอยแผลเป็นจากคมกระบี่และสายตาดื้อรั้นท้าทายสวรรค์ผู้นี้ ที่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากเซียนอันเยือกเย็นของนาง "เจ้ามัน... คนบ้า..." นางพึมพำเสียงแผ่ว หยดน้ำใสไหลรินผ่านแก้มเนียนนุ่มดุจหยกสลัก ไป๋หลางยื่นมือออกไปอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการจับด้ามกระบี่มานับครั้งไม่ถ้วน บรรจงเกลี่ยหยดน้ำตาบนแก้มของนางออกอย่างทะนุถนอม ราวกับนางเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ สัมผัสนั้นทำให้มู่หรงเสวี่ยสะดุ้งเล็กน้อย แต่นางมิได้ถอยหนี กลับหลับตาลงและเอียงแก้มแนบไปกับฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างยอมจำนน ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง บรรยากาศรอบกายราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เสียงลมหายใจอุ่นๆ รินรดกันและกัน ความรู้สึกที่สะสมมานานนับแรมเดือนนับตั้งแต่การพบกันครั้งแรกในป่าอสูรโลหิต บัดนี้ได้ปะทุขึ้นกลายเป็นความผูกพันล้ำลึกที่ไม่มีกระบี่เล่มใดในหล้าจะตัดขาดได้ "สวรรค์สาปแช่งข้าให้เป็นผู้พลัดพราก... โชคชะตาลิขิตให้ข้าต้องล้างแค้นและเหยียบย่ำผู้คนนับหมื่น" ไป๋หลางกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเส้นผมสีดำสนิทของนาง "แต่หากการมีชีวิตอยู่ของข้าในชาตินี้ มีเจ้าคอยยืนหยัดเคียงข้างเช่นนี้... ต่อให้ต้องเป็นศัตรู10 ทิศ หรือประกาศสงครามกับทัณฑ์สวรรค์เบื้องบน ข้าก็หาได้เกรงกลัวสิ่งใดไม่" มู่หรงเสวี่ยลืมตาขึ้น แววตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว นางยื่นมือเรียวยาวดุจลำเทียนขึ้นมาสัมผัสแก้มของไป๋หลางบ้าง ฝ่ามือของนางเย็นเยียบแต่นุ่มนวล "ถ้าเช่นนั้น... ไป๋หลาง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ "ไม่ว่าเส้นเบื้องหน้าของเจ้าจะนองไปด้วยเลือดของศัตรูมากเพียงใด ไม่ว่าทัณฑ์สวรรค์จะกริ้วโกรธและส่งอสนีบาตมาแผดเผาพวกเราสักกี่ครั้ง... ข้า มู่หรงเสวี่ย ขอเอาวิญญาณและวิถีกระบี่เซียนของข้าเป็นเดิมพัน จะขอติดตามเคียงข้างเจ้าไปจนถึงจุดสิ้นสุดแห่งกาลเวลา" ริมฝีปากของทั้งสองขยับเข้าหา0กันอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนอันเป็นนิรันดร์ รสสัมผัสอันอ่อนโยนแต่ทว่าหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยคำมั่นสัญญา ได้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันภายใต้แสงจันทร์สีนวล เป็นสักขีพยานแห่งความรักที่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ใดๆ ในใต้หล้า ทว่า... ในวินาทีที่ความหอมหวานกำลังแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของคนทั้งสอง ประสาทสัมผัสอันแหลมคมระดับมหาเทพกระบี่ของไป๋หลางก็พลันกระตุกวูบ! *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของหุบเขาด้านนอก ปราณสีดำสนิทสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆสีเงินของจันทราให้ขาดวิ่นในพริบตา แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านกดทับลงมายังเรือนพักรับรองจนหลังคารet (กระเบื้อง) สั่นสะเทือน "ฮ่าๆๆๆ ไป๋หลาง! เจ้าหนูสารเลว ยามนี้เจ้ายังจะมีอารมณ์มาสตรีสำราญอยู่อีกหรือ!" เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งดังสะท้อนก้องไปทั่วท้องนภา พร้อมกับการปรากฏร่างของเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีเทาเข้ม ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเจดีย์กระบี่เมฆา ดวงตาทั้งคู่ทอประกายสีแดงฉานด้วยความอาฆาตมาดร้าย — ผู้อาวุโสจ้าว! ก้าวเข้ามาพร้อมกับกองกำลังลับครึ่งร้อยที่ปิดล้อมเรือนพักแห่งนี้ไว้จนมิดชิดแล้ว! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "หมื่นกระบี่คืนรัง" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%