เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 34

การร่วมมืออันไร้รอยต่อ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"ระวัง!" น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งระฆังทองคำของไป๋หลางสะท้อนก้องผ่านม่านหมอกโลหิตที่คละคลุ้งไปทั่วหุบผานรกอเวจี เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือเงาร่างมหึมาของ 'อสุราชandนทมิฬ' อสูรพิทักษ์โบราณที่มีแปดกรและดวงตาดั่งอัคนีคลั่ง พลังปราณสีดำทมิฬแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว ส่งเสียงกรีดร้องเสียดแก้วหูราวกับภูตผีร่ำไห้ มู่หรงเสวี่ยไม่แม้แต่จะชายตามองความตายที่คืบคลานเข้ามา นางเซียนผู้สูงส่งดุจดั่งภาพวาดพู่กันจีนอันงดงามหาใดเปรียบ เส้นผมสีรัตติกาลพลิ้วไหวตามแรงลมปราณ ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไร้มลทินก้าวเท้าสืบไปเบื้องหน้าอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ดวงตาคู่งามฉายแววดุดันดั่งน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง "เจ้าดูแลมุมซ้าย..." น้ำเสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งหลุดจากริมฝีปากเรียวบางของนาง "ที่เหลือ... ข้าจัดการเอง" สิ้นคำกล่าวของนาง กระบี่วิเศษ 'เหมันต์นิรันดร์' ในมือก็เปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า อุณหภูมิโดยรอบร่วงดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา เกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นพายุคมดาบน้ำแข็งที่หมุนวนรอบกายของนางราวกับมังกรวารีคำราม ไป๋หลางยิ้มบางๆ แววตาของอดีตมหาเทพกระบี่ทอประกายความชื่นชมระคนความอบอุ่นสายหนึ่ง แม้ในยุทธภพอันโหดร้ายและเต็มไปด้วยการหักหลัง สตรีผู้นี้ก็ยังคงเคียงข้างเขา ดั่งจันทราที่คอยส่องนำทางในคืนเดือนมืดอย่างไร้เงื่อนไข "ตามใจเจ้า..." ไป๋หลางคำรามในลำคอ ร่างสูงสง่าพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงอากาศราวกับพญาอินทรีสยายปีก กระบี่ 'อัสนีไร้ลักษณ์' ในมือส่งเสียงร้องคำรามก้องฟ้า ประหนึ่งสายฟ้าเก้าสวรรค์ที่ถูกกักขังมานานนับหมื่นปี ปราณกระบี่สีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน แผ่รัศมีกดดันจนพื้นดินเบื้องล่างแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม อสูรพิทักษ์คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มันตระหนักได้ถึงภัยคุกคามอันถึงฆาต กรงเล็บมหึมาทั้งแปดข้างตบเข้าใส่ร่างของมู่หรงเสวี่ยพร้อมกัน พลังทำลายล้างระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินปะทะเข้ากับม่านพลังน้ำแข็งจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับภูเขาจะพังทลายลงมาทับถมพวกเขาทั้งสอง แต่มู่หรงเสวี่ยหาได้ถอยร่างไม่ นางสะบัดข้อมือวาดกระบี่เป็นวงกลม เคล็ดวิชา 'ระบำเซียนเหมันต์สวรรค์' ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มกำลัง ไอเย็นยะเยือกพุ่งทะลวงเข้าเกาะกุมแขนทั้งแปดข้างของอสูรพิทักษ์ในชั่วพริบตา ความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านกัดกินเส้นชีพจรปราณของมัน ทำให้การเคลื่อนไหวที่เคยรวดเร็วดั่งสายฟ้ากลับเชื่องช้าลงราวกับเต่าคลาน "จังหวะนี้แหละ!" เสียงตะโกนดังก้องจากไป๋หลาง ร่างของเขาพลิ้วไหวกลางอากาศราวกับภูตพรายไร้เงา วิชา 'เก้ากระบี่สลายวิญญาณ' ขั้นสูงสุดถูกหลอมรวมเข้ากับปราณอัสนีอย่างไร้รอยต่อ เขาทะยานผ่านช่องว่างระหว่างกรงเล็บอสูรพิทักษ์ด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของยอดฝีมือก็ยังแทบมองไม่ทัน การร่วมมือกันของทั้งสอง หาใช่เพียงการประสานกระบี่เพื่อรับมือศัตรู... แต่มันคือการประสานสอดคล้องทางจิตวิญญาณ ดั่งหยินและหยาง ดั่งฟ้าและดิน ที่เติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างไร้ที่ติ กระบี่ของมู่หรงเสวี่ยคือความนิ่งงันที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่ง กระบี่ของไป๋หลางคือความรวดเร็วเด็ดเดี่ยวที่ทำลายล้างทุกอุปสรรค ฉับพลัน! แสงสีทองและแสงสีฟ้าหลอมรวมกันกลางอากาศ เกิดเป็นพายุดาบสองขั้วที่หมุนวนผลาญทุกสิ่ง ร่างของอสูรพิทักษ์ถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการแห่งเหมันต์ ก่อนที่คมกระบี่อันไร้ลักษณ์ของไป๋หลางจะพุ่งทะลวงผ่านจุดตายกลางหน้าอกของมันอย่างแม่นยำไร้ที่ติ *ฉึก!* เวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ... อสูรพิทักษ์เบิกตากว้าง ร่างมหึมานิ่งค้างกลางอากาศ ก่อนที่รอยร้าวสีทองและสีฟ้าจะกระจายไปทั่วร่างของมัน และระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นละอองแสงปราณที่โปรยปรายลงมาดั่งสายฝนแห่งชัยชนะ ไป๋หลางร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล ลมหายใจหอบถี่เล็กน้อยแต่แววตากลับคมกริบดั่งกระบี่เพิ่งลับคม มู่หรงเสวี่ยเดินเข้ามาเคียงข้าง ชายผ้าสีขาวสะบัดไหวตามแรงลม กลิ่นหอมจางๆ ประจำกายของนางโชยปะทะนาสิก เจือจางบรรยากาศอันตึงเครียดรอบตัวลงอย่างน่าประหลาด นางเหลือบมองไป๋หลางด้วยหางตา ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนโลกหล้าต้องสยบ แต่นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย "เจ้าช้าไปสามลมหายใจ..." ไป๋หลางหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือออกไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แน่น สัมผัสความเย็นเยียบที่คุ้นเคยถูกถ่ายทอดผ่านฝ่ามือ "หากไม่รอจังหวะให้เจ้าได้แสดงฝีมือบ้าง เกรงว่าชื่อเสียงของนางเซียนแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์คงหมดความหมายกันพอดี" มู่หรงเสวี่ยมิได้ดึงมือกลับ นางเพียงปล่อยให้เขาจับไว้เช่นนั้น ทว่าก่อนที่บรรยากาศอันอบอุ่นนี้จะได้ดำเนินต่อไป เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนมาจากปากทางเข้าหุบผา พร้อมกับจิตสังหารอันเข้มข้นที่พุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองอย่างไม่ปิดบัง เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากม่านหมอก พร้อมเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นหูเป็นอย่างดี... ผู้อาวุโсจ้าวแห่งสำนักกระบี่เมฆายืนจ้องมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือถือป้ายคำสั่งโบราณที่ส่องแสงประหลาด "ฮ่าๆๆ... ทำได้ดีมาก เจ้าศิษย์อกตัญญู ข้าต้องขอขอบคุณพวกเจ้าจริงๆ ที่ช่วยกำจัดอสูรพิทักษ์เบิกทางให้... ทีนี้สมบัติลับแห่งเซียนสวรรค์ ก็ตกเป็นของสำนักเราโดยสมบูรณ์แล้ว!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "หมื่นกระบี่คืนรัง" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%