“หากก้าวล่วงเข้ามาอีกเพียงครึ่งชốn... ต่อให้เจ้าเป็นเซียนจากสรวงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ร่างนี้ก็จักถูกบดขยี้จนกลายเป็นเพียงธุลีดิน!”
เสียงคำรามต่ำทุบกระแทกโสตประสาทจนแก้วหูแทบปริแตก แรงกดดันจากจิตสังหารระดับราชันย์อสูรแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วภายในถ้ำมึกมัว หินย้อยด้านบนสั่นสะเทือนจนร่วงหล่นลงมากระทบพื้นส่งเสียงกึกก้องราวกับฟ้าร้องคำราม ไป๋หลางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าอัคนีสีชาดที่ลุกโชน แสงสีแดงฉานสะท้อนใบหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกลงไปในความมืดมิดเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาร่างมหึมาของสัตว์อสูรโบราณกำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่น่าสะพรึงกลัว
เบื้องหลังของเขาไม่ไกลนัก มู่หรงเสวี่ยยืนนิ่งสงบดั่งภาพวาดพู่กันจีนอันสูงส่ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวแม้ไม่มีสายลมพัดผ่าน ปราณเซียนบริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นรัศมีวงกลมปกป้องคุ้มครองไอเย็นรอบกาย แววตาคู่สวยที่ปกติเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับฉายประกายความห่วงใยยามที่มองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานลึก “หลางหลาง... มันไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา เกล็ดมังกรนิลกาฬบนร่างมันผ่านการหลอมรวมกับปราณบรรพกาลมานับหมื่นปี ระวังตัวด้วยครับ”
“เสวี่ยเอ๋อร์ วางใจเถอะครับ” ไป๋หลางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขายังคงไม่ละสายตาจากเป้าหมาย มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่บินอัคคีโลหิตที่เหน็บอยู่ข้างเอว ปลายกระบี่สั่นระริกราวกับมีชีวิต มันกระหายที่จะได้ดื่มกินเลือดของยอดอสูร “ไม่ว่ามันจะเป็นมังกรสวรรค์หรือราชันย์อสูร หากมันขวางทางที่เราจะไปเพื่อทวงคืนความยุติธรรม... ข้าผู้นี้ก็พร้อมจะใช้กระบี่ในมือผ่ามันออกเป็นสองซีก”
*โฮกกกกกกกก!*
เสียงคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วถ้ำลึก ลมหายใจของสัตว์อสูรโบราณพ่นออกมาเป็นไอสีดำสนิทที่แผดเผาทุกสิ่งจนละลายกลายเป็นไอพิษ ไป๋หลางหรี่ตาลงเล็กน้อย พลังปราณแท้จริงภายในตันتيาโคจรหมุนวนอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน เส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปนขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงการรีดเร้นพลังถึงขีดสุด เขาไม่รอให้มันเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน ร่างของชายหนุ่มพุ่งทะยานออกไปราวกับสายอัสนีบาตฟาดยอดยุทธ์ ความเร็วของเขาในยามนี้แทบจะฉีกกระชากมิติอากาศให้ขาดออกจากกัน
เคล็ดกระบี่เก้าสวรรค์ - วิถีที่หนึ่ง: อัสนีทะลวงนภา!
ประกายกระบี่สีทองเจิดจ้าพุ่งตรงเข้าใส่ดวงตาสีเลือดคู่มหึมาของสัตว์อสูรโบราณอย่างแม่นยำ ทว่า แรงปะทะกลับสร้างเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเหล็กกล้ากระทบกัน ประกายไฟพวยพุ่งสว่างวาบไปทั่วถ้ำ ร่างของไป๋หลางสะท้อนถอยหลังกลับมาสามก้าวอย่างนุ่มนวลในอากาศ ก่อนจะลงพื้นอย่างมั่นคง ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย “เกล็ดของมันหนายิ่งนัก... สมกับที่เป็นผู้พิทักษ์สมบัติเซียนโบราณจริงๆ”
สัตว์อสูรโบราณสะบัดหัวคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด มันคือ ‘ราชันย์มังกรทมิฬบรรพกาล’ สัตว์อสูรระดับสิบที่สูญพันธุ์ไปจากยุทธภพตั้งแต่ยุคโบราณกาล กรงเล็บอันแหลมคมราวกับใบมีดเซียนตะกุยลงบนพื้นหินจนแหลกละเอียด มันจ้องมองมนุษย์ตัวจ้อยที่กล้าท้าทายอำนาจของมันด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณมังกรสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากปากของมันรวมตัวกันเป็นลูกบอลพลังงานขนาดมหึมาที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“หลางหลาง ถอยก่อน!” มู่หรงเสวี่ยร้องเตือน พร้อมกับที่นิ้วเรียวงามทั้งสองข้างดีดออกเบื้องหน้า กระบี่หิมะพันปีพุ่งทะยานออกจากฝักของนาง เปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าเข้าขัดขวางลูกบอลปราณมังกรกลางอากาศ การปะทะกันระหว่างปราณอัคคีโลหิต ปราณเซียนบริสุทธิ์ และปราณมังกรทมิฬ ทำให้เกิดคลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกไปจนผนังถ้ำเริ่มแตกร้าว เศษหินและฝุ่นผงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ไป๋หลางสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในใจสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก ความทรงจำจากชาติก่อนหลั่งไหลเข้ามาผสานกับสัญชาตญาณในปัจจุบัน เขาเข้าใจแล้วว่าจุดอ่อนของราชันย์มังกรทมิฬไม่ได้อยู่ที่เกล็ดหนาภายนอก แต่อ3ยู่ที่จุดชีพจรใต้คางที่เชื่อมต่อกับแก่นแท้ปราณบรรพกาล
“เสวี่ยเอ๋อร์ ช่วยตรึงมันไว้สามลมหายใจครับ!” ไป๋หลางเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม
มู่หรงเสวี่ยพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ นางประสานอินทร์มือเบื้องหน้า ทันใดนั้น ดอกบัวน้ำแข็งนับพันดอกก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ห่อหุ้มร่างของราชันย์มังกรทมิฬเอาไว้ในพริบตา ความเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำแช่แข็งการเคลื่อนไหวของอสูรโบราณให้ชะงักงันลงชั่วขณะ เสียงคำรามของมันขาดห้วงกลายเป็นเสียงคำรามต่ำในลำคอ
โอกาสมาถึงแล้ว!
ไป๋หลางก้าวเท้าออกเป็นค่ายกลกระบี่ ร่างของเขากลายเป็นเงาสลัวซ้อนทับกันถึงเก้าสาย กระบี่อัคคีโลหิตในมือแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม แสงสว่างเจิดจ้ากลบรัศมีสีดำมืดมิดภายในถ้ำจนหมดสิ้น เขาพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน เหนือร่างของราชันย์มังกรทมิฬที่กำลังถูกพันธนาการด้วยน้ำแข็งเซียน
“วิชากระบี่พลิกฟ้าดิน - เพลงที่สิบสาม: ดับตะวันทลายบรรพกาล!”
คมกระบี่พุ่งปักลงที่จุดชีพจรใต้คางของราชันย์มังกรทมิฬอย่างแม่นยำไร้ที่ติ ปราณกระบี่อันทรงพลังทะลבקทะลวงผ่านเกล็ดที่แข็งแกร่งที่สุดเข้าไปภายในร่างของมันโดยตรง เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังสะท้อนก้องไปทั่ว แก่นแท้ปราณมังกรระเบิดออกเป็นแสงสว่างวาบ ร่างมหึมาของสัตว์อสูรโบราณสั่นสะท้านอย่างรุนแรงก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแน่นิ่งกับพื้นถ้ำ ฝุ่นควันฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมถ้ำลึกอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของไป๋หลางที่ยืนถือกระบี่อยู่เหนือร่างของราชันย์มังกร ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกนั้นเอง แสงสีทองเรืองรองก็ส่องประกายขึ้นจากใจกลางร่างที่ไร้ลมหายใจของอสูรโบราณ สมบัติเซียนที่มันเฝ้ารักษามานานนับหมื่นปีค่อยๆ ลอยขึ้นสู่เบื้องบน
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หัวใจของไป๋หลางกระตุกวูบ...
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผีที่ก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ มือที่เหี่ยวย่นราวกับกิ่งไม้แห้งคว้าหมับเข้าที่สมบัติเซียนลอยฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังขึ้นเสียดแทงประสาท
“ฮ่าๆๆๆ... ขอบใจเจ้ายิ่งนักศิษย์น้อย ไป๋หลาง... ที่ช่วยกำจัดสัตว์อสูรโง่เง่าตัวนี้แทนข้า!”
ดวงตาของไป๋หลางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างนั้นหันกลับมาเผชิญหน้า พร้อมกับรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุม—ผู้อาวุโสจ้าว!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "หมื่นกระบี่คืนรัง" เสมอมานะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 33
ผู้พิทักษ์แห่งถ้ำมังกร
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!