หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 12

เสียงกระซิบข้างหมอน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“หมากกระดานนี้ไม่ได้จบที่การหักหลังทูต แต่เป็นการชิงบัลลังก์ต่อหน้าพระพักตร์เพคะ” น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงแมลงปีกบางขยับปีกยามค่ำคืน ทว่ากลับหนักแน่นและเฉียบคมดุจใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องบรรทม มู่หรงเซียนโน้มตัวลงต่ำ ปลายผมยาวสลวยระลงบนไหล่กว้างของฉีเฟยหลง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในฤดูหนาวที่ติดกายของนางอบอวลอยู่ในอากาศ คล้ายจะช่วยปลอบประโลมความกดดันที่สะสมมาตลอดทั้งวันให้เบาบางลง ฉีเฟยหลงหยุดชะงัก พระหัตถ์ที่ถือม้วนคัมภีร์ลับของขุนนางกังฉินสั่นไหวเพียงชั่ววูบ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้กฤษณาอย่างแผ่วเบา พระเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อหันมาสบตากับหญิงสาวที่อยู่เบื้องหลัง ความมืดมิดในยามวิกาลขับเน้นให้แววตาของมู่หรงเซียนดูลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นลมไว้ใต้ความนิ่งสงบ “เจ้ากล้าพูดถึงเรื่องนี้ในคืนที่เลือดกำลังนองแผ่นดินเชียวหรือ เซียนเอ๋อร์” ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยเสียงต่ำ กลิ่นอายกดขี่จากความเป็นจ้าวแผ่นดินแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง “เจ้ากำลังบอกข้าว่า อัครมหาเสนาบดีเว่ยไม่ได้เพียงแค่ต้องการขจัดทูตจากแคว้นพันธมิตร แต่กำลังจะถอดถอนข้าออกจากบัลลังก์ในคืนนี้?” มู่หรงเซียนไม่ได้ถอยห่าง นางขยับกายเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นหลังของบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งแผ่นดิน นิ้วเรียวงามค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปสัมผัสที่หัวไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการเตือนสติว่าในยามนี้ เขาไม่ได้สู้เพียงลำพัง “ฝ่าบาท... หมากที่ถูกวางไว้คือการทำลายความชอบธรรมของพระองค์ หากทูตตายในเขตพระราชฐานโดยไม่มีการป้องกัน ความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นจะขาดสะบั้น ขุนนางในสภาที่เว่ยจงตงชักใยอยู่ก็จะใช้ข้ออ้างเรื่องความไร้สามารถของฮ่องเต้บีบให้พระองค์สละราชสมบัติเพื่อ ‘รักษาความสงบ’... นี่คือแผนการที่แยบยลที่สุดของคนไร้หัวใจเพคะ” ฉีเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น “ข้าเลี้ยงงูพิษไว้ในอกมานานเกินไปจริงๆ” “หาใช่งูพิษเพียงตัวเดียวไม่เพคะ แต่มันคือฝูงงูที่พร้อมจะรุมกัดกินพระองค์ทุกเมื่อ” มู่หรงเซียนกระซิบข้างใบหูของเขา “ความไว้วางใจเป็นสิ่งที่แพงที่สุดในวังหลวงแห่งนี้ แต่หม่อมฉันขอมอบสิ่งที่เหลืออยู่ทั้งหมดในใจให้พระองค์ในค่ำคืนนี้... หากพระองค์เลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวหม่อมฉัน หมากตานี้... เราจะเดินร่วมกัน” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องบรรทมอีกครั้ง เสียงลมหายใจของคนทั้งสองประสานกันจนแทบจะเป็นจังหวะเดียว ในวินาทีนั้น ฉีเฟยหลงหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางเต็มตา พระหัตถ์ใหญ่เอื้อมไปเชยคางหญิงสาวขึ้นอย่างเบามือ สายตาที่เคยระแวงและคอยจับผิดนางเสมอมา บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความโหยหาและความไว้ใจที่ไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝง “หากข้าแพ้ ข้าจะสูญเสียทุกอย่าง รวมถึงชีวิตของเจ้าด้วย เซียนเอ๋อร์” “หม่อมฉันตระเตรียมใจไว้ตั้งแต่วันที่ครอบครัวมู่หรงต้องมลทินแล้วเพคะ” นางตอบด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่แฝงด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง “ชีวิตนี้ของหม่อมฉัน หากไม่อาจกอบกู้เกียรติยศคืนมาได้ ก็ขอใช้มันเป็นฟันเฟืองชิ้นสุดท้ายเพื่อให้มังกรผู้สง่างามได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง” ฉีเฟยหลงนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะดึงตัวนางเข้ามากอดแน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด ร่างบอบบางนี้จะสลายหายไปกับความมืดมิด เขาไม่เคยรู้สึกถึง ‘ความจริงใจ’ จากผู้ใดได้มากเท่ากับหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้อีกแล้ว “ดี... ในเมื่อเจ้ากล้าเดิมพันด้วยชีวิต ข้าก็ขอแลกด้วยราชบัลลังก์นี้” เขากระซิบประโยคที่เต็มไปด้วยอำนาจและคำสัญญา ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่ซ่อนไว้ใต้แท่นบรรทมออกมา มันคือรายชื่อขุนนางระดับสูงที่แอบติดต่อกับเว่ยจงตงมาตลอดทศวรรษ มู่หรงเซียนมองรายชื่อเหล่านั้นด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง นี่คืออาวุธที่จะใช้สังหารศัตรูในคราวเดียว “ฝ่าบาท... คืนนี้เว่ยจงตงจะส่งคนมาที่ตำหนักทูต หากเราดักซุ่มคนของพระองค์ไว้ที่นั่น เราจะจับได้คาหนังคาเขาเพคะ” “แต่นั่นเท่ากับเปิดเผยว่าข้าไหวตัวทัน” “ย่อมต้องเปิดเผยเพคะ เพราะนั่นคือการประกาศศึกอย่างเป็นทางการ... พระองค์ไม่ได้สู้เพื่อรอความตาย แต่สู้เพื่อประกาศศักดา” ขณะที่ทั้งคู่กำลังวางแผนขั้นสุดท้าย เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ผู้หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องบรรทม เป็นจังหวะที่ผิดปกติและเร่งรีบจนน่าใจหาย ฉีเฟยหลงและมู่หรงเซียนหันไปมองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ “ฝ่าบาท! พะยะค่ะ!” เสียงองครักษ์ที่คุ้นเคยรายงานเข้ามาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข่าวร้ายจากตำหนักทูต... ทูตแคว้นพันธมิตรถูกลอบสังหารแล้ว! และ... และคนของเว่ยจงตงกำลังนำตัว ‘ผู้ต้องสงสัย’ ที่สวมตราประทับของพระสนมมู่หรงเซียนมาที่หน้าตำหนักพะยะค่ะ!” มู่หรงเซียนหน้าถอดสีทันที ตราประทับของนางถูกขโมยไปเมื่อใดกัน? นางหันไปสบตาฉีเฟยหลง เห็นแววตาของฮ่องเต้ที่วูบไหวเพียงครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม บานประตูห้องบรรทมถูกผลักออกอย่างแรง โดยขุนนางกังฉินเว่ยจงตงที่เดินนำเหล่าทหารราชองครักษ์เข้ามาด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ! หลิวเยี่ยนซีขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเป็นกำลังใจและติดตามความเข้มข้นของนิยายเรื่องนี้ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%