หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 28

ความหวังริบหรี่

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"เจ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ ว่าสิ่งที่ข้าเห็น... คือขี้เถ้าของเสบียงทหารทั้งสามกองทัพ?" เสียงของมู่หรงเซียนราบเรียบจนน่าใจหาย ดวงตางดงามดั่งหงส์หรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองไปยังเศษถ่านสีดำสนิทที่ยังคงคุกรุ่นอยู่บนพื้นดินที่เคยเป็นฉางเก็บเสบียงหลักของกองทัพหลวง กลิ่นควันไฟฉุนกึกยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แม้หยาดฝนจะเริ่มโปรยปรายลงมาท้าทายความโกรธเกรี้ยวในใจของนางก็ตาม แม่ทัพหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก้มหน้าลงต่ำ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความอัปยศ "ทูลพระสนม... เหตุการณ์เกิดขึ้นในยามสาม ไส้ศึกไม่ได้เพียงแค่เผา แต่มันราดน้ำมันดินไว้ทั่วบริเวณ เปลวเพลิงลุกลามเร็วจนไม่มีใครยับยั้งได้ทันพ่ะย่ะค่ะ... ยอดเสบียงที่จะใช้หล่อเลี้ยงทหารในศึกหน้า มอดไหม้ไปกับตา" มู่หรงเซียนไม่ได้ตอบคำถาม นางก้าวเดินผ่านกลุ่มควันเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของโศกนาฏกรรม พื้นดินที่เคยเป็นความหวังของเหล่าทหารหาญบัดนี้กลายเป็นหลุมศพของยุทธศาสตร์ที่พวกนางวางไว้มานานแรมปี นางก้มลงหยิบเอาเศษไม้ที่ไหม้เกรียมขึ้นมาบดขยี้ในฝ่ามือจนผงสีดำเปรอะเปื้อนผิวขาวเนียน *พี่ชาย... ท่านใจคอเหี้ยมหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ* นางแค่นยิ้มเยาะหยันให้กับโชคชะตา ที่น่าขันยิ่งกว่านั้นคือในจดหมายลับที่นางเพิ่งได้รับจากสายสืบเมื่อวาน เขายังคงใช้สำนวนโวหารกลบเกลื่อนความผิด บีบให้นางเลือกว่าจะรักษาบัลลังก์หรือรักษาชีวิตไพร่ฟ้า ในจังหวะนั้นเอง ฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงดาบกระทบกับชุดเกราะเบาๆ เป็นจังหวะที่แสดงถึงความเร่งร้อน หงส์สาวหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจและภาระที่หนักอึ้งที่สุดในชีวิต ฮ่องเต้ฉีเฟยหลงก้าวเข้ามาหยุดเบื้องหน้านาง แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัวกว่าครั้งไหนๆ เขาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น ลากจูงนางเดินออกห่างจากสายตาของเหล่านายทหารจนลับสายตา ก่อนจะผลักร่างนางเบาๆ เข้ากับผนังหินของกำแพงเมืองที่ถูกเขม่าควันจับจนดำมืด "เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม เซียนเอ๋อร์" ฮ่องเต้เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าทว่าทรงอำนาจ "เว่ยจงเหวินไม่ได้ทำแค่เผาเสบียง แต่มันกำลังตัดเส้นเลือดใหญ่ของข้า" "ฝ่าบาท..." มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้นช้าๆ นางเชยคางขึ้นสบตาบุรุษผู้ครองแผ่นดิน "เสบียงหายไป แต่คนยังอยู่ หากเรายังขวัญเสียตอนนี้ อัครมหาเสนาบดีเว่ยจะยิ่งได้ใจ สิ่งที่ท่านต้องทำไม่ใช่การโศกเศร้า แต่มันคือการพิสูจน์ว่า แม้ไม่มีข้าวสารแม้แต่เมล็ดเดียวในคลัง เหล่าแม่ทัพก็ยังภักดีต่อราชัน" ฉีเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้จนนางสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว "เจ้าพูดง่าย แต่ทหารที่หิวโหยจะรบได้อย่างไร? เว่ยจงเหวินกำลังรอให้กองทัพก่อกบฏจากความอดอยาก เขาจะใช้เหตุนี้บีบให้ข้าสละราชบัลลังก์ในวันพิธีล่าสัตว์สัปดาห์หน้า" "ถ้าเช่นนั้น เราก็อย่าให้เขาได้ทำตามใจสิเพคะ" มู่หรงเซียนยกมือขึ้นแตะใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน นิ้วเรียวเกลี่ยรอยขมวดคิ้วที่หัวคิ้วของเขาอย่างเบามือ "ท่านลืมไปแล้วหรือว่า ภายใต้คำสั่งของท่าน ยังมีตระกูลพ่อค้าที่คอยส่งข่าวลับให้ข้าอยู่ พวกเขาไม่ได้มีแค่เสบียง แต่เขามี 'หนทาง' ที่จะนำเสบียงเข้าสู่ค่ายโดยไม่ผ่านมือพวกกังฉิน" ฉีเฟยหลงนิ่งงัน สายตาของเขาจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีที่เขาไว้ใจที่สุด "เจ้าจะใช้ทางลับสายนั้นหรือ? หากถูกจับได้... โทษกบฏมันจะพ่วงไปถึงเจ้าด้วยนะ เซียนเอ๋อร์" "ข้าเลือกเส้นทางนี้ตั้งแต่ก้าวเข้าวังหลวงแล้วเพคะ" นางกระซิบชิดริมฝีปากเขา "เดิมพันครั้งนี้สูงนัก... แต่หากเราชนะ ท่านจะได้แผ่นดินคืนทั้งผืน หากเราแพ้ ข้าก็จะขอเป็นคนแรกที่ไปรอท่านในภพภูมิหน้า ไม่ให้ท่านต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว" ทว่า ก่อนที่บรรยากาศที่ตึงเครียดจะถูกทำลายลงด้วยความอาทร สายลับคนสนิทที่นางส่งไปสืบข่าวในจวนอัครมหาเสนาบดีก็โผล่พรวดเข้ามาในเขตหวงห้าม ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับศพ "พระสนม... ฝ่าบาท... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ฉีเฟยหลงผละออกจากมู่หรงเซียนทันที สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ตวาดถาม "พูดมา!" "เว่ยจงเหวินไม่ได้แค่เผาเสบียง... แต่เขากำลังแพร่ข่าวปลอมในค่ายทหารว่า 'ฮ่องเต้เป็นผู้สั่งเผาเสบียงเองเพื่อลดจำนวนทหารที่ต้องเลี้ยงดู' ขณะนี้ทหารชั้นผู้น้อยกำลังรวมตัวกันก่อจลาจลหน้าศาลากลางค่าย... และที่เลวร้ายที่สุดคือ..." สายลับหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แม่ทัพใหญ่หลิน... ผู้นำกองกำลังทหารม้าเหล็ก ได้ประกาศแปรพักตร์เข้าพวกกับเว่ยจงเหวินแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงเซียนเบิกตากว้าง มือที่เคยประคองใบหน้าฮ่องเต้ร่วงหล่นลงข้างกาย ความเงียบงันแผ่ซ่านท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แสงวูบวาบจากคบเพลิงในมือทหารที่กำลังวิ่งวุ่นแสดงให้เห็นว่า กองทัพของพวกนางกำลังแตกสลายจากภายใน "หลิน... เขาเป็นคนของพี่ข้าตั้งแต่เมื่อไหร่?" นางพึมพำด้วยความตื่นตระหนก ฉีเฟยหลงชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบอากาศดังก้อง "ดูเหมือนว่าหมากตัวนี้จะไม่ได้ถูกวางไว้แค่ชั้นเดียว... หลิวเยี่ยนซีเอ๋ย คืนนี้เราคงไม่ได้นอนแล้ว เพราะนอกจากจะกอบกู้แผ่นดิน เรายังต้องเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของคนที่ไว้ใจที่สุดเสียแล้ว" เขาก้าวเดินออกไปท่ามกลางฝนที่กระหน่ำ ทิ้งให้มู่หรงเซียนยืนอยู่กลางความมืดมิดเพียงลำพัง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวพ้นประตู นางกลับคว้าชายเสื้อเขาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลอันตราย "ฝ่าบาท... อย่าเพิ่งรีบร้อนเพคะ หากเขาทรยศ... เราก็แค่ 'ยืมมือ' ศัตรูมาจัดการเขาเสียก็สิ้นเรื่อง เพราะข้าเพิ่งนึกออกว่า จดหมายที่พี่ชายส่งมาให้ข้านั้น... มันไม่ได้มีแค่เนื้อความที่ข้าบอกท่าน แต่ยังมี 'กุญแจ' ที่จะทำให้แม่ทัพหลินต้องยอมสยบแทบเท้าเราเพียงผู้เดียว ก่อนที่ตะวันจะขึ้นในวันพรุ่งนี้!" ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นของหงส์ที่กำลังสยายปีกท่ามกลางพายุฝนในบทนี้นะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวเดินต่อไปของมู่หรงเซียนค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%