คมดาบที่จ่ออยู่ที่ลำคอของฉีเฟยหลงนั้นเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าน้ำค้างบนยอดหญ้าในคืนเดือนดับ มู่หรงเซียนยืนอยู่เบื้องหลังเงาร่างสูงสง่าของฮ่องเต้ ดวงตาคู่คมของนางไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่น แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่ไร้ก้นบึ้ง ขณะที่แม่ทัพหลวนเจิ้ง—บุรุษผู้กุมชะตาชีวิตชายแดนทิศเหนือ—กำลังขยับนิ้วกดคมดาบลงให้ลึกขึ้นอีกเพียงเศษเสี้ยว
"ฝ่าบาท พะย่ะค่ะ... ในเมื่อท่านเลือกที่จะเสด็จมาตายในป่าเถื่อนเช่นนี้ กระหม่อมก็ขอเป็นผู้ส่งเสด็จเองก็แล้วกัน" สุ้มเสียงของแม่ทัพหลวนเจิ้งทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนด้วยแรงโทสะที่หมักหมมมานานปี
ฉีเฟยหลงไม่ได้ขยับหนี รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขานั้นช่างดูอหังการและท้าทายยิ่งนัก "ส่งเสด็จหรือ? ท่านแม่ทัพ... ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าคมดาบเล่มนี้จะช่วยให้ท่านหลุดพ้นจากโซ่ตรวนของอัครมหาเสนาบดีเว่ยได้ มิใช่เพียงแค่เปลี่ยนจากเบี้ยที่ถูกใช้งาน มาเป็นสุนัขรับใช้ที่ไร้ค่าในสายตาของมัน"
มู่หรงเซียนก้าวออกมาจากเงามืด เสียงฝีเท้าของนางแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบงัน นางมองสบตาแม่ทัพหลวนเจิ้งด้วยสายตาที่อ่านยาก "ท่านแม่ทัพหลวน หากท่านจะสังหารฮ่องเต้เพียงเพราะคำสั่งของสุนัขจิ้งจอกเฒ่าตัวหนึ่ง ท่านก็ไม่ต่างอะไรกับหุ่นเชิดที่ไร้วิญญาณ ตระกูลหลวนของท่านจงรักภักดีต่อแผ่นดินมาสามชั่วอายุคน แต่บัดนี้... เลือดของเหล่าทหารที่สละชีพเพื่อรักษาชายแดนกลับต้องไหลไปประดับเกียรติยศให้แก่คนขายชาติอย่างเว่ยเหวินซวน ท่านไม่รู้สึกแค้นเคืองบ้างเลยหรือ?"
หลวนเจิ้งชะงัก คมดาบที่สั่นระริกอยู่หน้าลำคอฮ่องเต้หยุดชะงัก สายตาของเขามีร่องรอยของความร้าวรานที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ใบหน้ากร้านโลก "ข้าไม่มีทางเลือก... ครอบครัวของข้า... คนรักของข้า ถูกพวกมันกักขังไว้ในเมืองหลวง หากข้าไม่ลงมือ ทั้งหมดต้องตาย!"
"ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อโน้มน้าวให้ท่านเลือกความตาย แต่ข้ามาที่นี่เพื่อบอกว่า ทางเลือกของท่านยังมีมากกว่าการก้มหัวให้ความอยุติธรรม" มู่หรงเซียนขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในฤดูหนาวที่ติดตัวนางทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดดูผ่อนคลายลงชั่วขณะ "ฝ่าบาททรงมีแผนการที่จะทลายคุกมืดของเว่ยเหวินซวน แต่เราต้องการแม่ทัพที่กล้าพอจะถอนรากถอนโคนพวกมันจากภายใน ท่านหลวนเจิ้ง... ท่านจะยอมให้เกียรติบรรพบุรุษต้องมัวหมองด้วยการสังหารราชาผู้เป็นความหวังสุดท้ายของแผ่นดิน หรือจะยอมร่วมมือกับเราเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของท่าน?"
ฉีเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหันมามองแม่ทัพผู้ที่เคยได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดิน "หลวนเจิ้ง หากข้าตายที่นี่ เจ้าก็เป็นเพียงคนทรยศที่ไร้ที่ยืนในประวัติศาสตร์ แต่หากเจ้าวางดาบลงในตอนนี้ ข้าสัญญาด้วยเลือดและเกียรติแห่งราชวงศ์ฉี... ข้าจะนำครอบครัวของเจ้ากลับคืนมา และจะยกย่องเจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้กอบกู้บัลลังก์ ไม่ใช่สุนัขรับใช้ของทรราช"
เงียบ... ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ป่ามืดมิดเบื้องหลังทั้งสามดูเหมือนจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง หลวนเจิ้งหอบหายใจหนักหน่วง กล้ามเนื้อที่แขนเกร็งจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน ดวงตาของเขาฉายแววสับสนระหว่างความกลัวต่ออำนาจมืดกับไฟแห่งเกียรติยศที่เคยดับมอดไปนานแล้ว
"ท่านแม่ทัพ..." มู่หรงเซียนย้ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ทรงพลัง "ชะตากรรมของแผ่นดินอยู่ในมือท่านแล้ว จะทำลายหรือจะสร้าง... ท่านเป็นผู้ตัดสิน"
วินาทีนั้นเอง หลวนเจิ้งก็ชักดาบออกพร้อมกับโยนมันลงบนพื้นดินอย่างแรง เสียงเหล็กกระทบหินดังสนั่นหวั่นไหว เขาคุกเข่าลงแทบเท้าฉีเฟยหลงด้วยร่างกายที่สั่นสะเทือน "กระหม่อม... ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมหลงผิดไปแล้ว!"
ฉีเฟยหลงยื่นมือไปประคองชายผู้กล้าขึ้นมา ดวงตาทั้งสองสบกันด้วยความมุ่งมั่นที่เข้าใจกันเพียงลำพัง ทว่าในจังหวะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี เสียงฝีเท้าเกือกม้านับร้อยก็ดังระงมขึ้นจากทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงธนูที่ถูกง้างขึ้นพร้อมลั่นไก
"ท่านแม่ทัพ! ท่านช่างกล้าหาญนักที่ทรยศคำสั่งของข้า!" เสียงกังวานเย็นชาของอัครมหาเสนาบดีเว่ยดังมาจากด้านหลังของกลุ่มทหารม้าที่เพิ่งมาถึง
หลวนเจิ้งหน้าถอดสี "ฝ่าบาท... มันรู้! พวกมันตามมา!"
มู่หรงเซียนหันไปมองทิศทางของศัตรู แสงจันทร์ส่องกระทบปลายธนูอาบยาพิษที่เล็งมายังพวกเขาอย่างแม่นยำ แต่นางกลับไม่ตกใจ สิ่งที่ทำให้นางเบิกตากว้างไม่ใช่กองทัพของเว่ยเหวินซวน แต่เป็นร่างหนึ่งที่เดินนำหน้าเหล่าทหารออกมา—บุคคลที่ควรจะอยู่ในคุกมืดเมืองหลวง และเป็นบุคคลเดียวที่ฉีเฟยหลงรักและไว้ใจมากที่สุดในชีวิต
"องค์หญิง... ฝ่าบาททรงโปรดระวัง..." มู่หรงเซียนอุทานออกมาด้วยความตระหนก "นั่นมัน..."
ร่างนั้นก้าวออกมาเบื้องหน้าเว่ยเหวินซวน พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของฉีเฟยหลงเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ เพราะนางไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่ในมือของนางกลับถือตราประทับมังกรที่ควรจะอยู่ในวังหลวง พร้อมกับคำประกาศที่ดังก้องไปทั่วทั้งป่า
"พี่ชาย... ท่านคิดหรือว่าข้าจะปล่อยให้ท่านกลับไปทวงบัลลังก์ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้?"
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าตอนนี้นะคะ จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลง และร่วมเดินทางไปกับมู่หรงเซียนและฮ่องเต้ฉีเฟยหลงจนจบนะคะ!
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 27
แม่ทัพผู้ภักดี
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!