“ถ้าแม่ทัพหลินอ่านจดหมายฉบับนี้จบแล้วยังไม่ยอมคุกเข่าลงต่อหน้าฝ่าบาท... หม่อมฉันก็คงต้องขออนุญาตเปลี่ยนวิธี ‘เจรจา’ เป็นการ ‘ล้างบาง’ แทนเพคะ”
มู่หรงเซียนวางแผ่นกระดาษที่ดูภายนอกธรรมดาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม ปลายนิ้วเรียวงามกดทับลงบนตราประทับลับที่ซ่อนอยู่ในรอยพับ ดวงตาคู่สวยดุจหงส์ฉายแววเย็นเยียบจนฮ่องเต้ฉีเฟยหลงยังต้องชะงักลมหายใจ
ฉีเฟยหลงกวาดสายตามองเนื้อความในกระดาษนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชต่อขุนนางที่คิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า “เว่ยจงเหิงช่างมั่นใจนักว่ากองคลังหลวงคือหลุมฝังศพของข้า... เขาคงไม่คิดว่าเจ้าจะพลิกตำราบริหารราชการแผ่นดินของตระกูลมู่มาใช้ในยามนี้”
“กองคลังที่ว่างเปล่าไม่ใช่เพราะไม่มีเสบียงเพคะ แต่มันว่างเปล่าเพราะ ‘ช่องโหว่’ ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจ” มู่หรงเซียนลุกขึ้นเดินไปหยุดที่หน้าแผนที่แผ่นดินใหญ่ ปลายนิ้วลากผ่านเส้นทางขนส่งจากหัวเมืองตะวันตก “หม่อมฉันได้จัดตั้งระบบกองคลังใหม่แล้ว มิใช่การนับจำนวนข้าวสารเป็นกระสอบ แต่นับตาม ‘บันทึกเส้นทางโลหิต’ หากใครจะเบียดบังเสบียงไปหนึ่งชั่ง มันจะต้องถูกหักลบออกจากบัญชีทหารของตระกูลเว่ยในทันที”
“เจ้ากำลังจะทำให้คนทั้งราชสำนักกลายเป็นศัตรู”
“พวกเขาก็เป็นศัตรูของฝ่าบาทมานานแล้วมิใช่หรือเพคะ?” มู่หรงเซียนหันกลับมาสบตากับบุรุษผู้ครองบัลลังก์ สายตาของนางมิได้มีความเกรงกลัว มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ “ในเมื่อเราไม่มีอำนาจในมือ เราก็ต้องสร้างระบบที่พวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หากแม่ทัพหลินยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเห็นความรุ่งโรจน์ของตระกูล เขาต้องเลือก... ระหว่างความตายที่ไร้เกียรติใต้เงาของเว่ยจงเหิง หรืออำนาจที่มั่นคงในฐานะขุนพลคู่พระทัยฝ่าบาท”
บรรยากาศในห้องทรงพระอักษรหนักอึ้งเสียจนเสียงตะเกียงน้ำมันที่กระพริบไหวดูเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย มู่หรงเซียนหยิบพู่กันขึ้นมาแตะหมึกอย่างแผ่วเบา นางไม่ได้กำลังเขียนอักษร แต่นางกำลังเขียน ‘เงื่อนตาย’ ให้กับบรรดาขุนนางกังฉินที่คิดจะกลืนกินแผ่นดิน
“แล้วเรื่องเสบียงที่ติดค้างอยู่ตามหัวเมืองชายแดนล่ะ? เจ้าจะจัดการอย่างไร ในเมื่อพ่อค้าส่วนใหญ่เป็นคนของเว่ยจงเหิง” ฉีเฟยหลงถามพลางขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากกายของหญิงสาวตรงหน้าทำให้เขามีสติและเยือกเย็นขึ้น
มู่หรงเซียนแย้มยิ้ม มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉีเฟยหลงรู้สึกหนาวสันหลังวาบ “ฝ่าบาทเพคะ... พ่อค้าไม่ได้รักความยุติธรรม พวกเขารักเพียง ‘กำไร’ เท่านั้น หม่อมฉันได้ตระเตรียมทางเลือกให้พวกเขาแล้ว ใครที่ร่วมมือกับเรา จะได้รับสิทธิ์การค้าทางทะเลที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง แต่ใครที่ยังขวางทาง... หม่อมฉันก็เตรียม ‘เส้นทางสู่ปรโลก’ ไว้ให้พวกเขาแล้วเช่นกัน”
นางเดินไปที่หน้าต่าง บานหน้าต่างแง้มเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นทหารองครักษ์ลับที่ยืนกุมดาบอยู่กลางสายฝนที่เริ่มโปรยปราย นี่ไม่ใช่เพียงการบริหารกองคลัง แต่มันคือการวางหมากในกระดานสงครามที่คนเดินหมากเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกบังคับให้ตายหรือรอด
“พรุ่งนี้... แม่ทัพหลินจะเข้าเฝ้าท่าน” มู่หรงเซียนกล่าวเสียงเรียบ “หากเขาไม่คุกเข่า นั่นหมายความว่าเขาเลือกที่จะเป็นผีในกองทัพของเว่ยจงเหิง แต่หากเขายอมจำนน... แผ่นดินตะวันตกทั้งผองก็จะกลับมาอยู่ใต้ฝ่าพระบาทโดยไร้การหลั่งเลือด”
ฉีเฟยหลงคว้ามือของนางมากุมไว้แน่น กระแสความอบอุ่นไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจที่เคยอ้างว้าง “เซียนเอ๋อร์... หากวันหนึ่งข้ากอบกู้ทุกอย่างกลับมาได้ ข้าจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเจ้าไปจากข้างกายข้าอีก”
ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอ่อนหวานจนน่าหลงใหล เสียงเคาะประตูอย่างเร่งร้อนและเสียงฝีเท้าหนักๆ ของขันทีคนสนิทก็ดังขึ้นจนลายเป็นเสียงทำลายความเงียบ “ฝ่าบาท! พะยะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
มู่หรงเซียนชักมือกลับทันที ดวงตาของนางวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง “มีอะไร?”
ขันทีผู้นั้นพุ่งตัวเข้ามาจนล้มลงกราบแทบเท้า ตัวสั่นเทาราวกับลูกนก “กราบทูล... อัครมหาเสนาบดีเว่ย... เขานำราชโองการปลอมมาอ้างสิทธิ์ยึดตราประทับกองคลังหลวงที่ตำหนักหน้าราชสำนักแล้วพะยะค่ะ! และที่สำคัญ... เขานำตัว ‘คนสำคัญ’ ของพระสนมมู่หรงมาเป็นตัวประกันกลางท้องพระโรงด้วย!”
มู่หรงเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยกลับซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม นางหันไปมองฉีเฟยหลงที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่ไม่ใช่การลองเชิงธรรมดา แต่มันคือการเปิดฉากสงครามกลางพระราชวังอย่างเต็มตัว
“หึ... คิดจะบีบให้ข้าเดินหมากตานี้สินะ” มู่หรงเซียนพึมพำกับตนเอง ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องทรงพระอักษรด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชินีผู้พร้อมจะเผาผลาญศัตรูให้มอดไหม้ “ฝ่าบาท... เตรียมกระบี่ของท่านไว้เถอะเพคะ คืนนี้... จะไม่มีใครได้นอนหลับอย่างเป็นสุขอีกต่อไป”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งการชิงไหวชิงพริบนี้กับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 29
กุศโลบายกอบกู้เสบียง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!