"กรงขังหรือโลงศพกันแน่ที่ท่านเตรียมไว้ให้เรา อัครมหาเสนาบดีเว่ย"
สุรเสียงของฉีเฟยหลงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ากลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้เหล่าทหารองครักษ์รอบข้างถึงกับชะงักฝีเท้า มู่หรงเซียนยืนอยู่เคียงข้างเขา มือเรียวที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความร้อนจากเปลวไฟที่เริ่มโชติช่วงขึ้นจากทิศทางของตำหนักบรรทมสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยของนาง กลิ่นกำยานที่เคยอบอวลบัดนี้ถูกกลบด้วยกลิ่นไหม้เกรียมของไม้เนื้อหอมและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง
เว่ยจงเหวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งราวกับเสียงเสียดสีของใบไม้แห้ง เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ จังหวะเท้าที่หนักแน่นราวกับกำลังย่ำลงบนความหวังของราชวงศ์ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
"ฝ่าบาทมักจะตรัสเรื่องตลกร้ายได้เสมอ" เว่ยจงเหวินหยุดยืนห่างออกไปเพียงห้าก้าว "ในเมื่อมังกรไร้เขี้ยวเล็บ ผู้อยู่ใต้บัลลังก์ย่อมต้องอาสาเป็นผู้ขัดเกลาให้ใหม่... แม้ว่ากระบวนการนั้นอาจจะต้องใช้ 'ไฟ' เผาผลาญสิ่งที่ไร้ค่าทิ้งไปบ้างก็เถิด"
ทันใดนั้น เสียงระเบิดของไม้ที่ถูกไฟครอกก็ดังสนั่นจากตำหนักด้านหลัง ประกายไฟสีส้มฉานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ามืดมิดราวกับฝูงหิ่งห้อยพิฆาต มู่หรงเซียนขยับกายบังฮ่องเต้ไว้อย่างแนบเนียน สายตาของนางกวาดมองขุนนางรอบข้างที่ต่างก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครกล้าสบตา ไม่มีใครกล้าขยับกาย นั่นหมายความว่าแผนการของเว่ยจงเหวินครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ทหาร แต่อำนาจในราชสำนักถูกเขากัดกินไปจนถึงกระดูกสันหลังแล้ว
"เจ้าคิดว่าไฟเพียงเท่านี้จะเผาผลาญความชอบธรรมของตระกูลฉีได้งั้นหรือ?" มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก "หากข้าจะพินาศ ข้าก็จะดึงท่านลงไปรับโทษในขุมนรกด้วยกัน"
เว่ยจงเหวินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาเขามองนางราวกับมองมดปลวกที่พยายามต่อต้านกระแสน้ำป่า "คุณหนูมู่... ท่านยังคงดื้อรั้นเหมือนบิดาท่านไม่มีผิด แต่น่าเสียดาย ที่ความกล้าหาญมักเป็นอาภรณ์ชิ้นแรกที่ถูกฉีกทิ้งเมื่อความตายมาเยือนถึงหน้าประตู"
เขาส่งสัญญาณด้วยการสะบัดแขนเสื้อ ทหารกลุ่มหนึ่งกรูเข้ามาล้อมทั้งคู่ไว้ หอกยาวในมือคมกริบสะท้อนแสงไฟจนน่าสะพรึงกลัว ฉีเฟยหลงกุมมือมู่หรงเซียนแน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือทำให้นางรู้ว่าในเวลานี้ พวกเขาเหลือกันเพียงสองคนในวังที่กว้างใหญ่และโหดร้ายแห่งนี้
"เฟยหลง" มู่หรงเซียนกระซิบแผ่วเบาโดยไม่หันไปมอง "ทางลับใต้ศิลาหน้าตำหนักข้าจำได้แม่น ท่านต้องไปก่อน"
"ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่หรือ?" ฉีเฟยหลงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหัวใจที่หนักอึ้ง "ในฐานะฮ่องเต้ ข้าอาจจะไร้ซึ่งอำนาจ แต่ในฐานะบุรุษ ข้าไม่มีวันก้าวผ่านซากศพของหญิงอันเป็นที่รักเพื่อหนีเอาตัวรอด!"
คำสารภาพท่ามกลางวิกฤตทำให้มู่หรงเซียนหัวใจสั่นไหว แต่นางไม่มีเวลาสำหรับความอ่อนไหว นางใช้จังหวะที่เว่ยจงเหวินกำลังสั่งการทหาร คว้าปิ่นทองคำที่เหน็บอยู่ที่มวยผมออกมา ปลายแหลมคมนั้นอาบด้วยยาพิษที่นางเตรียมไว้เผื่อวันเช่นวันนี้
"ถ้าเช่นนั้น เราจะไปด้วยกัน" มู่หรงเซียนกล่าวพลางขยับตัวเข้าประชิดฉีเฟยหลง "แต่อย่าให้ข้าต้องเสียแรงเปล่า จงเตรียมตัวรับมือเมื่อข้าให้สัญญาณ"
เพลิงลุกลามเร็วกว่าที่คาด ความวุ่นวายเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเหล่าขันทีและนางกำนัลวิ่งหนีตายกันอลหม่าน เสียงกรีดร้องประสานกับเสียงโลหะกระทบกันดังก้องวังหลวง เว่ยจงเหวินขมวดคิ้ว เขาเห็นมู่หรงเซียนพุ่งตัวเข้าใส่ทหารที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็วราวกับเงา ปิ่นทองในมือนางปักเข้าที่จุดตายบนลำคอทหารผู้นั้นอย่างแม่นยำ จนร่างนั้นทรุดลงทันที
"จับพวกมัน! ใครฆ่าพวกมันได้ ข้าจะมอบทองคำให้สิบหีบ!" เว่ยจงเหวินตวาดลั่น
ขณะที่ทั้งคู่กำลังรุกถอยร่นไปยังมุมอับของกำแพงวัง ทันใดนั้นประตูทางทิศตะวันออกที่ควรจะถูกปิดตายกลับถูกพังลงจากภายนอก กองทัพปริศนาในชุดเกราะสีดำสนิทขี่ม้าบุกเข้ามากลางวงล้อม แสงไฟสะท้อนบนเกราะเหล็กวาววับ บุคคลที่นำขบวนสวมหน้ากากเหล็กปิดบังใบหน้า ทว่าดาบในมือนั้นตวัดฟันเหล่าทหารของเว่ยจงเหวินจนขาดสะบั้นเหมือนผักปลา
มู่หรงเซียนหยุดชะงัก สายตาจับจ้องไปที่คนผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ... หรือนี่จะเป็นกำลังเสริมที่นางไม่เคยคาดคิด?
ชายสวมหน้ากากกระโดดลงจากหลังม้า เขาตรงดิ่งมายังทิศทางของฮ่องเต้ เว่ยจงเหวินถอยหลังกรูดด้วยความหวาดระแวง ทว่าในวินาทีที่ชายผู้นั้นมาถึงตัว เขากลับลดดาบลงแล้วคุกเข่าต่อหน้าฉีเฟยหลง พลางเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่กังวานว่า
"ฝ่าบาท... แม่ทัพหานแห่งกองกำลังพิทักษ์ชายแดนใต้ รายงานตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หรงเซียนมองชายผู้นั้น ก่อนจะเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้าย... หัวใจของนางกระตุกวูบ ความลับที่นางเก็บซ่อนไว้เกี่ยวกับตัวตนของแม่ทัพหานแท้จริงแล้วมันกำลังจะเปิดเผยในรูปแบบที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด กำลังจะเข้าสู่จุดแตกหักที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้อีกต่อไป
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับหลิวเยี่ยนซีในบทนี้นะคะ
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 41
ไฟลุกท่วมตำหนัก
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!