หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 40

กลยุทธ์ม้าไม้

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"อย่าให้ใครในขบวนขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว หากไม่อยากกลายเป็นศพเฝ้าประตูเมือง" เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของมู่หรงเซียนดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในเกวียนขนส่งสินค้าที่อบอ้าว นางกระชับกริชสั้นในมือแน่น สายตาจ้องเขม็งผ่านช่องว่างเล็กๆ ของผ้าใบที่คลุมทับไม้ซุงจำนวนมหาศาล เบื้องหน้าคือประตูเมืองหลวงที่ตั้งตระหง่านดุจปากอสูรที่พร้อมจะกลืนกินทุกคนที่ย่างกรายเข้าไป ขบวนสินค้าของตระกูลเว่ยที่พวกนางปลอมตัวเข้ามานั้นดูเนียนตาราวกับไร้ที่ติ ทว่าในบรรดาไม้ซุงที่บรรทุกมา กลับซ่อนยอดฝีมือที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้ฉีเฟยหลงไว้เกือบครึ่งร้อย นี่คือ 'กลยุทธ์ม้าไม้' ที่มู่หรงเซียนคิดค้นขึ้น เพื่อบุกทะลวงหัวใจของศัตรูในคราวที่อีกฝ่ายประมาทที่สุด "เจ้าคิดว่าข้าจะตื่นเต้นจนลืมหายใจหรืออย่างไร?" ฮ่องเต้ฉีเฟยหลงที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าหนุ่มนั่งอยู่ข้างนาง กระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แม้ในดวงตาจะแฝงไปด้วยความกดดันมหาศาล มือหนาของเขาเอื้อมมาบีบมือนางเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความมั่นใจ "หากแผนการนี้สำเร็จ ความแค้นของตระกูลเจ้าและการช่วงชิงอำนาจของข้า จะจบลงด้วยชัยชนะที่งดงามที่สุด" "อย่าเพิ่งวาดฝันถึงชัยชนะเพคะ ฝ่าบาท" มู่หรงเซียนปรายตามองบุรุษข้างกาย "ศัตรูของเราคืออัครมหาเสนาบดีเว่ย ชายผู้ที่แม้แต่ลมหายใจยังเต็มไปด้วยพิษสง เราไม่ได้กำลังเดินเข้าหาขุมทรัพย์ แต่กำลังเดินเข้าหาปากเสือ" ทหารยามหน้าประตูเมืองเดินเข้ามาใกล้ พวกมันใช้หอกยาวเขี่ยกองสินค้าอย่างไม่ใส่ใจ เสียงเหล็กกระทบไม้ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของคนในเกวียน ทุกชีวิตกลั้นหายใจ หัวใจของมู่หรงเซียนเต้นจังหวะเดียวกับเสียงฝีเท้าของทหารยามที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้จุดที่พวกนางซ่อนตัวอยู่ "หยุดก่อน!" เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น เป็นหัวหน้าทหารยามที่เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าถมึงทึง "ช่วงนี้มีคำสั่งเข้มงวดจากท่านอัครมหาเสนาบดีเว่ย ใครก็ตามที่เข้าเมืองต้องตรวจค้นทุกกระเบียดนิ้ว เปิดผ้าใบออกให้หมด!" หัวใจของมู่หรงเซียนกระตุกวูบ แต่นางยังคงรักษาใบหน้าให้เรียบเฉย นางขยับนิ้วเป็นสัญญาณลับให้คนของนางเตรียมพร้อม หากการเจรจาล้มเหลว การนองเลือดจะเริ่มขึ้นทันทีที่หน้าประตูเมือง ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกนางปรารถนาในตอนนี้ "พี่ชาย ใจเย็นๆ ก่อน" ฮ่องเต้ฉีเฟยหลงก้าวลงจากเกวียนด้วยท่าทางที่ดูนอบน้อมดั่งพ่อค้าผู้มั่งคั่ง เขาแสร้งทำเป็นล้วงกระเป๋าหยิบป้ายหยกประจำตัวที่ปลอมแปลงขึ้นมาอย่างแนบเนียน พร้อมกับถุงเงินที่หนักอึ้งยัดใส่มือทหารยามคนนั้น "พวกเราเป็นเพียงพ่อค้าที่ขนไม้ซุงชั้นดีมาจากแดนเหนือเพื่อมาถวายแด่จวนอัครมหาเสนาบดีโดยเฉพาะ หากล่าช้าไป ท่านเสนาบดีตำหนิพวกเราขึ้นมา เกรงว่าพี่ชายอาจจะเดือดร้อนไปด้วยนะ" ทหารยามชั่งน้ำหนักถุงเงินในมือ สายตาของมันฉายแววโลภออกมาอย่างปิดไม่มิด มันหันไปมองป้ายหยกที่ดูทรงอำนาจ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ขบวนรถที่ดูไม่มีพิษมีภัย "อืม... ข้าก็ไม่ได้อยากขัดคำสั่ง แต่ท่านเสนาบดีสั่งกำชับนักหนาว่าต้องตรวจให้ละเอียด" ทหารยามยังคงลังเล มันเดินเข้าไปใกล้เกวียนของมู่หรงเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ จนปลายหอกเกือบจะแทงทะลุผ้าใบเข้าไปแล้ว ในจังหวะนั้นเอง มู่หรงเซียนตัดสินใจขยับตัว นางแสร้งทำเป็นไอและผลักม่านไม้ข้างเกวียนออกมาเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าสวยสง่าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูเป็นสตรีชาวบ้านธรรมดา แต่นัยน์ตากลับคมกริบดุจมีดโกน "ท่านพี่... ข้าเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว" นางแสร้งทำเสียงอ่อนแอ "อากาศในเกวียนมันอบอ้าวเหลือเกิน หากท่านทหารจะตรวจ ก็รีบตรวจเถิด ข้าไม่อยากให้สามีต้องเดือดร้อนเพราะอาการป่วยของข้า" ทหารยามชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสตรีโฉมงาม ใบหน้าที่เคยถมึงทึงเริ่มผ่อนคลายลง มันมองสบตานางด้วยความหลงใหลชั่วครู่ ก่อนจะโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ "ไปๆ! เสียเวลาจริง ข้ามีงานต้องทำอีกเยอะ ผ่านไปได้!" ขบวนเกวียนค่อยๆ เคลื่อนผ่านประตูเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวงที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน มู่หรงเซียนถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่เกาะกินหัวใจเริ่มจางหาย ทว่าในวินาทีที่เกวียนเคลื่อนผ่านจุดตรวจไปได้ไม่กี่ลี้ นางกลับรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากมุมมืดของหอนางโลมข้างทาง นางแอบแง้มผ้าม่านออกไปดู เห็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง เขาไม่ได้มองมาที่ขบวนสินค้า แต่มองมาที่นางโดยตรง มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้มู่หรงเซียนต้องขนลุกชัน นั่นคือสายลับของเว่ย... หรืออาจเป็นตัวเว่ยเองที่วางกับดักรอไว้ตั้งแต่แรก? "ฝ่าบาท..." นางกระซิบเรียกฮ่องเต้ฉีเฟยหลง "เราอาจจะถูกต้อนเข้ากรงเรียบร้อยแล้ว" ฉีเฟยหลงหันมามองนาง นัยน์ตาของเขามีประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน "ไม่ใช่แค่นางที่รู้ตัวหรอกนะ เยี่ยนซี" ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นพลางมองไปเบื้องหน้า "เพราะสิ่งที่อยู่ในเกวียนคันหลังสุด ไม่ใช่ไม้ซุงอย่างที่พวกมันคิด แต่คือตราประทับอาญาสิทธิ์ที่ข้าลอบนำออกมาจากวังหลวงเพื่อใช้เผด็จศึกในคืนนี้ต่างหาก" ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากวังหลวงก็ดังกึกก้องไปทั่วเมืองหลวง พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังทหารรักษาการณ์ที่ล้อมขบวนสินค้าของพวกนางไว้ทุกทิศทาง ประตูเมืองที่เพิ่งผ่านเข้ามาถูกปิดตายลงอย่างรวดเร็ว ขบวนสินค้าถูกล้อมกรอบด้วยทหารนับร้อยที่ชักดาบออกมาพร้อมสังหาร มู่หรงเซียนมองไปยังทหารเหล่านั้น ก่อนจะพบกับบุคคลที่ก้าวออกมาจากแถวหน้า—อัครมหาเสนาบดีเว่ย ในชุดขุนนางเต็มยศที่เปื้อนคราบเลือด เขายิ้มอย่างผู้ชนะแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฝ่าบาท... ยินดีต้อนรับกลับสู่กรงขังของข้าพระองค์" หวังว่าตอนที่ 40 นี้จะถูกใจรี้ดเดอร์ทุกท่านนะคะ หลิวเยี่ยนซีตั้งใจเขียนสุดฝีมือเลยค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%