หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 3

ข้อเสนอแลกแผ่นดิน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"เจ้าประเมินข้าต่ำไป หรือประเมินความแค้นของตนเองสูงเกินไปกันแน่ มู่หรงเซียน?" น้ำเสียงของฉีเฟยหลงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทรงพระอักษร กลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่เคยหอมผ่อนคลาย กลับบีบคั้นประสาทสัมผัสจนมู่หรงเซียนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก นางยังคงยืนนิ่งหลังตรงดั่งต้นไผ่ในพายุ แม้ในใจจะเริ่มตระหนักว่าหมากตานี้ นางก้าวพลาดเสียแล้ว "ฝ่าบาทตรัสเรื่องอันใด หม่อมฉันเป็นเพียงนางในที่โชคชะตาเล่นตลกให้ต้องมาพบเจอเรื่องราวเกินตัว" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยซ่อนประกายความหวาดหวั่น ฉีเฟยหลงแค่นหัวเราะ เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้มังกร เดินอ้อมโต๊ะไม้ประดู่แผ่นใหญ่มาหยุดลงตรงหน้าหญิงสาว ความสูงที่มากกว่าทำให้เขาต้องก้มมองนาง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองใบหน้ามู่หรงเซียนราวกับจะถลกหนังกำพร้าของนางออกมาดูความจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน "โชคชะตาเล่นตลก?" เขาขยับเข้าไปใกล้จนมู่หรงเซียนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุด "ตระกูลมู่ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน บุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพมู่เหวินที่หลบหนีการกวาดล้างของเว่ยเจิ้น... เจ้าคิดว่าข้าจะลืมใบหน้าของคนที่เคยเป็นคู่หมั้นหมายในวัยเยาว์ของข้าไปได้จริงๆ หรือ?" หัวใจของมู่หรงเซียนกระตุกวูบ แต่นางยังคงเชิดหน้าขึ้น สบสายตาเขาอย่างไม่ลดละ "ในเมื่อฝ่าบาททรงทราบแล้ว จะรับสั่งให้ทหารมาลากตัวหม่อมฉันไปสำเร็จโทษที่ใดดีเล่าคะ หรือจะส่งให้ท่านอัครมหาเสนาบดีเว่ยเป็นของขวัญล้างมลทินให้แก่ตระกูลของเขากัน?" ฉีเฟยหลงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือหนาไปเชยคางนางขึ้นเบาๆ สัมผัสนั้นแฝงความหนักแน่นและหยั่งเชิง "เว่ยเจิ้นเป็นหนามยอกอกข้า แต่มันเป็นหนามที่ข้ายังถอนทิ้งไม่ได้ หากข้าส่งเจ้าไปให้มัน เจ้าก็เท่ากับตายเปล่า แต่หากเราจับมือกัน... แผ่นดินที่กำลังถูกปลวกกินนี้ อาจยังมีโอกาสรอดพ้นจากหายนะ" "จับมือ?" มู่หรงเซียนแค่นยิ้มหยัน "ฝ่าบาททรงต้องการใช้หม่อมฉันเป็นหมากตัวใหม่ในกระดานการเมืองของพระองค์ เพื่อแลกกับลมหายใจของหม่อมฉันใช่หรือไม่?" "ไม่ใช่หมาก แต่เป็นพันธมิตร" ฉีเฟยหลงก้มลงกระซิบข้างหูนาง น้ำเสียงที่เคยเย็นเยียบแปรเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "ข้ามีบัลลังก์ที่ไร้อำนาจ เจ้ามีความแค้นที่ไร้ทางออก หากเจ้าช่วยข้ากำจัดเว่ยเจิ้นและคืนอำนาจให้ราชวงศ์ฉี ข้าจะคืนความบริสุทธิ์ให้ตระกูลมู่ด้วยเลือดของพวกกบฏ... นี่คือข้อเสนอแลกแผ่นดิน เจ้าจะรับหรือไม่?" มู่หรงเซียนนิ่งคิด ลมหายใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย สิ่งที่ฮ่องเต้หนุ่มหยิบยื่นมาคือดาบสองคมคมกริบ หากนางรับคำ แผ่นดินนี้อาจเปลี่ยนมือ แต่ชีวิตของนางหลังจากนี้จะไม่มีวันได้กลับไปใช้ชีวิตธรรมดาอีกต่อไป "ฝ่าบาททรงมั่นใจหรือเพคะ ว่าหม่อมฉันจะยอมลงเรือลำเดียวกับผู้ที่กุมชะตาชีวิตของหม่อมฉันไว้ในกำมือ" "ข้าไม่มั่นใจหรอก" ฉีเฟยหลงถอยห่างออกมาแล้วหมุนตัวกลับไปยังโต๊ะทรงพระอักษร เขาหยิบตราชื่อหยกสีมรกตวางลงบนโต๊ะ "แต่ข้าเชื่อในความแค้นของเจ้า มู่หรงเซียน... คนที่อยากฆ่าคนอย่างเว่ยเจิ้นจนตัวตาย ย่อมไม่ยอมให้คนอื่นแย่งสิทธิ์นั้นไปง่ายๆ หรอก จริงไหม?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มู่หรงเซียนมองตราชื่อหยกนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ในขณะที่ภายนอกห้องโถง เสียงฝีเท้าขององครักษ์เว่ยเจิ้นที่กำลังเดินตรวจตราใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เริ่มทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนถึงขีดสุด "ฝ่าบาท!" เสียงขันทีหน้าห้องดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอัครมหาเสนาบดีเว่ยขอเข้าเฝ้าด่วนพ่ะย่ะค่ะ เขาอ้างว่ามีราชกิจเร่งด่วนเกี่ยวกับ... หญิงสาวลึกลับที่เพิ่งลอบเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นใน" มู่หรงเซียนเบิกตากว้าง หันไปมองฉีเฟยหลงที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง ฮ่องเต้หนุ่มคว้าข้อมือนางแล้วลากเข้าไปหลบหลังฉากกั้นไม้ฉลุลายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดเสียงต่ำสั่ง "หากเจ้าไม่ต้องการถูกจับในนาทีนี้ ก็จงจำไว้ว่าข้าคือคนเดียวที่จะปกป้องเจ้าได้" เสียงประตูห้องทรงพระอักษรถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการอนุญาต ร่างสูงใหญ่ของเว่ยเจิ้นก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยพิษร้าย "ขออภัยที่เสียมารยาทพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท แต่กระหม่อมได้ยินมาว่า... ในห้องนี้มีหนอนบ่อนไส้ที่ควรค่าแก่การกำจัดทิ้งเสียตั้งแต่บัดนี้" มู่หรงเซียนกลั้นหายใจ มือเรียวเอื้อมไปหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ ทันใดนั้น ฉีเฟยหลงก็ขยับตัวก้าวออกไปเผชิญหน้ากับศัตรู พร้อมกับหันมามองนางผ่านช่องว่างของฉากกั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำสั่งบางอย่าง "ท่านอัครมหาเสนาบดีดูจะร้อนรนเกินไปนะ" ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "แต่ข้าเองก็กำลังจะเปิดเผย 'ของขวัญ' ชิ้นสำคัญให้ท่านได้เห็นอยู่พอดี" ขณะที่เว่ยเจิ้นหรี่ตาลงอย่างสงสัย ฮ่องเต้ฉีเฟยหลงก็เอื้อมมือไปแตะที่กลไกซ่อนบนผนังห้อง ทันใดนั้น พื้นห้องที่มู่หรงเซียนยืนอยู่ก็สั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนจะยุบตัวลงกลายเป็นทางลับใต้ดินที่มืดมิด! หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการเริ่มต้นเกมชิงอำนาจครั้งนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%