หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 8

กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“หลักฐานชิ้นนี้... ใต้เท้าเว่ยคงไม่คิดจะอธิบายให้ฝ่าบาทฟังหน่อยหรือเพคะ ว่าเหตุใดตราประทับลับของกรมกลาโหม ถึงไปปรากฏอยู่ในจวนของขุนนางชั้นผู้น้อยที่เพิ่งถูกจับกุมตัวเมื่อครู่?” น้ำเสียงของมู่หรงเซียนราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าแววตาที่จ้องมองไปยังอัครมหาเสนาบดีเว่ยกลับคมกริบดุจปลายมีดที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้ม เธอวางม้วนกระดาษหนังแพรลงบนโต๊ะไม้หอมของฮ่องเต้ฉีเฟยหลง เสียงกระทบของมันเบาหวิว แต่ในความรู้สึกของขุนนางในท้องพระโรงกลับดังสนั่นหวั่นไหวดุจเสียงสายฟ้าฟาด ฉีเฟยหลงประทับนั่งบนบัลลังก์มังกร พระเนตรดุจพยัคฆ์กวาดมองเหล่าขุนนางที่เริ่มสั่นสะท้าน พระองค์ทรงทราบดีว่านี่คือหมากที่มู่หรงเซียนวางไว้ และเป็นหมากที่เดิมพันด้วยชีวิตของ 'เสิ่นเจี้ยน' ไส้ศึกตัวฉกาจที่เว่ยใช้เป็นมือเป็นเท้ามาโดยตลอด “พระสนม... พระนางกำลังใส่ความข้าพเจ้า!” เว่ยชิงฉุน อัครมหาเสนาบดีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก้าวออกมาข้างหน้า สายตาที่เขาใช้มองมู่หรงเซียนเต็มไปด้วยความอาฆาต “การนำตราประทับของหน่วยงานมาแอบอ้างเช่นนี้ หากไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน ต่อให้เป็นพระสนมข้าก็คงไม่อาจปล่อยผ่าน!” “ใส่ความงั้นหรือ?” มู่หรงเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหันไปสบตาฮ่องเต้ฉีเฟยหลงเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบนความสนใจกลับไปยังชายชรา “เสิ่นเจี้ยนสารภาพหมดสิ้นแล้วเพคะว่าเขาเป็นเพียง 'หมาก' ที่ถูกชักใย และคนที่สั่งการให้เขาส่งข่าวลับการเคลื่อนกำลังพลไปยังชายแดนฝั่งตะวันออก ก็คือจดหมายที่ประทับตราของท่าน... ท่านอัครมหาเสนาบดี ท่านจะบอกว่าเสิ่นเจี้ยนจำผิดคน หรือท่านจะบอกว่าเขากล้าอาจหาญถึงขั้นแอบขโมยตราท่านไปใช้เองโดยที่ท่านไม่รู้เรื่องรู้ราว?” ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรง อากาศรอบกายดูเหมือนจะเบาบางลงจนน่าอึดอัด ฉีเฟยหลงขยับพระวรกายเล็กน้อย พระองค์ทรงรู้จังหวะดีว่าต้องส่งแรงกดดันในเวลาใด “เว่ยชิงฉุน... เจ้าได้ยินที่พระสนมพูดหรือไม่?” เสียงของฮ่องเต้ต่ำลึกและทรงพลัง “เหตุใดขุนนางชั้นผู้น้อยถึงมีอิทธิพลล้นฟ้าจนสามารถขโมยตราประจำตำแหน่งของเจ้าไปใช้โดยที่เจ้าไม่เอะใจเลยแม้แต่น้อย หรือว่าระบบการจัดการภายในจวนของเจ้า มันหละหลวมเสียจนข้าควรจะพิจารณาเปลี่ยนตัวอัครมหาเสนาบดีเสียใหม่?” เว่ยชิงฉุนกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาตกหลุมพรางนี้เข้าเต็มเปา หากเขายอมรับว่าตราเป็นของเขา เขาก็จะถูกโยงเข้ากับความผิดฐานกบฏ แต่หากเขาปฏิเสธ เขาก็ต้องสละ 'เสิ่นเจี้ยน' ทิ้งทันทีเพื่อตัดตอน “กระหม่อม... กระหม่อมถูกคนชั่วใส่ร้ายพะยะค่ะ!” เว่ยชิงฉุนกัดฟันกรอด “เสิ่นเจี้ยนผู้นี้เป็นไส้ศึกแน่นอน แต่เขาคงคิดจะลากกระหม่อมลงหลุมไปด้วยเพื่อแก้แค้นที่กระหม่อมเคยตำหนิเรื่องงานในกรมกลาโหม ขอฝ่าบาททรงมีพระเมตตา สั่งประหารไส้ศึกผู้นี้เสียเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของกระหม่อม!” มู่หรงเซียนมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่เธอต้องการ กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนไม่ได้หมายถึงการฆ่าขุนนางที่คอขาดบาดตายเสมอไป แต่หมายถึงการบังคับให้ศัตรูต้องลงมือ 'ตัดนิ้ว' ตัวเองเพื่อรักษาแขนเอาไว้ “หากท่านอัครมหาเสนาบดีมั่นใจเช่นนั้น...” มู่หรงเซียนก้าวเข้าไปใกล้ชายชราอีกหนึ่งก้าว ดวงตาสีถ่านของเธอสะท้อนภาพความพ่ายแพ้ที่เว่ยชิงฉุนพยายามซ่อนไว้ “ก็โปรดออกคำสั่งประหารเขาด้วยมือของท่านเองเถิดเพคะ เพื่อแสดงให้ฝ่าบาทเห็นว่า ท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไส้ศึกผู้นี้แม้แต่น้อย” “เจ้า!” เว่ยชิงฉุนตัวสั่นเทา นี่คือการหักหลังที่ชัดแจ้งที่สุดในรอบหลายสิบปีของเขา “เว่ยชิงฉุน” ฉีเฟยหลงตรัสแทรกขึ้น “ข้าอนุญาต เจ้าจงไปที่คุกหลวง จัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นเสีย ข้าจะรอฟังข่าวดีว่าบ้านเมืองได้กำจัดเสี้ยนหนามออกไปแล้ว” เว่ยชิงฉุนก้มลงคำนับด้วยท่าทางที่ดูไร้เรี่ยวแรง เขาเดินถอยหลังออกจากท้องพระโรงด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับถูกสูบวิญญาณออกไปจากร่าง เมื่อประตูหนักปิดลง มู่หรงเซียนจึงถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เธอก้าวขึ้นไปใกล้บัลลังก์มังกรแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “เขาจะฆ่าปิดปากเสิ่นเจี้ยน แต่ในขณะเดียวกัน เขาจะทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่มัดตัวเขาเองทิ้งไปด้วยเพคะ” ฉีเฟยหลงแย้มพระสรวล มือหนากุมมือที่สั่นน้อยๆ ของมู่หรงเซียนไว้ “เจ้าเก่งมากเซียนเอ๋อร์ แผนการนี้ทำให้เขาสูญเสียคนสนิทไปหนึ่งคน และทำให้ขุนนางคนอื่นๆ เริ่มไม่ไว้วางใจเขา แต่เจ้าลืมไปหรือไม่... การตัดแขนตัวเอง แม้จะเจ็บปวด แต่มันก็ยังดีกว่าการรอให้หัวหลุดจากบ่า” “หม่อมฉันไม่ได้ลืมเพคะ...” มู่หรงเซียนตอบ สายตามองไปยังทิศทางที่เว่ยชิงฉุนเพิ่งเดินจากไป “เพราะในขณะที่เขากำลังก้าวเข้าสู่คุกหลวงเพื่อสังหารเสิ่นเจี้ยน หม่อมฉันก็ได้สั่งให้คนสนิทไปรอ 'รับ' ของบางอย่างที่เสิ่นเจี้ยนซ่อนไว้มากกว่าแค่จดหมายใบนั้นแล้ว” ทว่า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงที่ดูผิดปกติก็ดังขึ้นที่หน้าประตูท้องพระโรง หัวหน้าองครักษ์ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าฮ่องเต้ “ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ! เสิ่นเจี้ยนในคุกหลวง... ถูกคนลอบสังหารไปก่อนที่ท่านอัครมหาเสนาบดีจะไปถึง และที่สำคัญที่สุด... คนที่ลอบสังหารเขาทิ้งตราประทับของ ‘ตระกูลมู่หรง’ ไว้ที่ศพด้วยพะยะค่ะ!” มู่หรงเซียนชะงักไป ดวงตาสีถ่านเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แผนของเธอ แต่เป็นเกมที่ใหญ่กว่า... เกมที่มุ่งหมายจะลากเธอลงหลุมไปพร้อมกับเสิ่นเจี้ยนในคราวเดียว หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%