หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 31

แผนที่ดาวกับพินัยกรรม

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“เจ้ากล้าสาบานต่อหน้าดวงวิญญาณของอดีตฮ่องเต้หรือไม่ ว่าสิ่งที่เจ้าถืออยู่ในมือนั้นคือความจริงเพียงหนึ่งเดียว?” น้ำเสียงของฮ่องเต้ฉีเฟยหลงแหบพร่า ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาขยับกายเข้าหามู่หรงเซียนภายใต้ความมืดสลัวของห้องลับใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของศิลาเก่าผสมกับกลิ่นกำยานจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก ในมือของมู่หรงเซียนมิใช่กระบี่ที่นางกุมไว้เมื่อครู่ แต่เป็นม้วนกระดาษหนังแพรเก่าคร่ำที่ดูเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากบีบแรงเกินไป มู่หรงเซียนไม่ตอบทันที ดวงตาของนางวาวโรจน์ท่ามกลางแสงตะเกียงที่วูบไหว นางค่อยๆ คลี่ม้วนกระดาษนั้นออกช้าๆ ลายเส้นขยุกขยิกที่ดูคล้ายแผนที่ดวงดาวบนท้องฟ้าปรากฏแก่สายตา ทว่าเมื่อนางกดนิ้วลงบนตำแหน่งของ ‘ดาวเหนือ’ กระดาษแผ่นนั้นก็ขยับตัวราวกับกลไกชีวิต มันเปิดออกเป็นชั้นซ้อน แผยให้เห็นรอยจารึกอักษรสีชาดที่อ่านแล้วชวนให้ขนลุกซู่ “พินัยกรรมที่อัครมหาเสนาบดีเว่ยประกาศให้โลกรู้นั้น... คือคำลวงโลกที่เขียนด้วยเลือดของผู้บริสุทธิ์ค่ะฝ่าบาท” มู่หรงเซียนกล่าวเสียงเรียบ แววตาของนางไหววูบไปชั่วขณะ “พินัยกรรมฉบับจริงฉบับนี้ มิได้เพียงระบุถึงผู้สืบทอดบัลลังก์ แต่มันคือรายชื่อของเหล่าขุนนางที่ร่วมมือกับศัตรูต่างแคว้นเพื่อสูบเลือดเนื้อของแผ่นดิน รวมถึงตราประทับลับที่พิสูจน์ได้ว่า... พ่อของข้าถูกใส่ร้ายโดยใคร” ฉีเฟยหลงนิ่งงันไป ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาคว้ามือของหญิงสาวที่สั่นเทาขึ้นมาแนบแก้ม สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วของนางทำให้เขารู้สึกถึงความแค้นที่สั่งสมมานานปี “หากข้าเปิดเผยสิ่งนี้ เว่ยจงต๋าจะใช้กองกำลังที่เขามีในมือทำลายล้างทุกอย่าง แม้แต่คนของเราเอง... เจ้าพร้อมจะเผชิญหน้ากับพายุลูกนั้นแล้วหรือ?” “พายุจะพัดพาความโสโครกออกไปให้สิ้นค่ะ” มู่หรงเซียนเชิดหน้าขึ้น สายตาเด็ดเดี่ยว “หากเราต้องรอคอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสม เราก็คงตายไปก่อนที่จะได้เห็นแผ่นดินนี้ร่มเย็น พินัยกรรมฉบับนี้คือดาบอาญาสิทธิ์ที่จะตัดหัวของงูพิษในคราบมนุษย์เสียที” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ทางเดินด้านนอก มู่หรงเซียนรีบม้วนพินัยกรรมเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว นางฉวยกระบี่ขึ้นมาอีกครั้ง สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างรู้ใจโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ในห้องลับแห่งนี้มีเพียงความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ จนกระทั่งเงาของใครบางคนปรากฏขึ้นที่หน้าประตูศิลา “นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าในคุกใต้ดินแห่งความตายนี้ จะมีหงส์กับมังกรมาลักลอบนัดพบกัน” เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน เว่ยจงต๋าแย้มยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งลูบเคราขาวอย่างใจเย็น ขณะที่ทหารองครักษ์เกราะเหล็กนับสิบชีวิตกรูเข้ามาล้อมห้องลับไว้จนมิด “ท่านอัครมหาเสนาบดี ข้าก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าท่านจะรีบร้อนอยากจบชีวิตตัวเองเร็วขนาดนี้” ฉีเฟยหลงก้าวออกมาบังหน้ามู่หรงเซียนไว้ มือขวาเลื่อนมาแตะด้ามดาบข้างเอว บรรยากาศกดดันจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง “ฝ่าบาท... คำขู่ของเด็กอมมือไม่อาจทำให้ข้าสะเทือนได้” เว่ยจงต๋าหัวเราะร่วน ก่อนจะเหลือบสายตาไปทางมู่หรงเซียน “แม่นางมู่... เจ้าฉลาดนักที่ค้นพบกลไกห้องลับนี้ แต่เจ้าคงลืมไปว่า ทุกกลไกที่อดีตฮ่องเต้สร้างไว้ ข้าเป็นผู้ถอดรหัสออกมากับมือ และสิ่งที่เจ้าถืออยู่ในอกเสื้อนั่น... มันคือกับดักที่ข้าจงใจทิ้งไว้ให้พวกเจ้ามาติดเบ็ดต่างหาก” หัวใจของมู่หรงเซียนกระตุกวูบ มือที่นางกุมไว้ที่อกเสื้อเริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ นางมองไปที่พินัยกรรมในมือ แล้วหันไปสบตากับฮ่องเต้ที่ดูจะตระหนักถึงความจริงที่น่าสะพรึงกลัวนี้เช่นกัน หากนี่คือกับดัก... สิ่งที่นางถืออยู่คืออะไร? และหากพินัยกรรมฉบับนี้เป็นของปลอม แล้วฉบับจริงล่ะอยู่ที่ไหน? เว่ยจงต๋าค่อยๆ ชักกระบี่ออกจากฝัก แสงจากตะเกียงสะท้อนคมเหล็กวาววับ “ในเมื่อพวกเจ้าอยากรู้นักว่าจุดจบของความดื้อรั้นเป็นอย่างไร... ก็จงดูให้ดีว่าพินัยกรรมแผ่นนั้น จะแผดเผาพวกเจ้าให้กลายเป็นจุณอย่างไร!” ทันใดนั้น กระดาษในอกเสื้อของมู่หรงเซียนก็เริ่มร้อนระอุขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นควันจางๆ ลอยออกมาจากรอยพับ ก่อนที่ตัวนางจะทันได้กระโดดหนี เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากภายในม้วนกระดาษ ของเหลวสีดำข้นพุ่งกระจายออกมาเป็นละอองฝอยปกคลุมไปทั่วห้อง มันไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือสารพิษระเหยที่พร้อมจะคร่าชีวิตทุกคนที่สูดดมเข้าไป! ฉีเฟยหลงคว้าตัวมู่หรงเซียนหมุนตัวหลบไปอีกมุม แต่ทว่าสายเกินไป ความมึนงงเริ่มแล่นเข้าสู่สมองของนาง ขณะที่ร่างของเว่ยจงต๋ากลับไม่สะทกสะท้าน เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงกระดูก “สายเกินไปแล้ว... ทั้งแผนที่ดาว ทั้งความลับที่พวกเจ้าโหยหา... ทั้งหมดนี้จะฝังไปพร้อมกับรัชสมัยของฮ่องเต้องค์สุดท้ายในคืนนี้!” มู่หรงเซียนพยายามฝืนลืมตาขึ้นมองภาพเบื้องหน้า ก่อนที่สติจะดับวูบลง นางเห็นเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังของเว่ยจงต๋า... เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิทและมีใบหน้าที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ใบหน้าที่ควรจะตายไปจากแผ่นดินนี้ตั้งแต่สิบปีก่อน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับข้าในกงล้อแห่งโชคชะตานี้ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ หลิวเยี่ยนซีค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%