"ข้าไม่นึกเลยว่า... คนที่ถือประคองถ้วยยาให้ข้าดื่มทุกค่ำคืน จะเป็นคนเดียวกับที่ถือมีดเล่มนี้จ่อคอหอยข้าในวันข้างหน้า"
เสียงของมู่หรงเซียนแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่กรีดผ่านอากาศท่ามกลางความเงียบงันในห้องลับใต้ดิน กลิ่นอายของกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่กลับทำให้รุ้งรู้สึกคลื่นเหียน นางพยายามฝืนขยับข้อมือที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กเย็นเฉียบ ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงจากการถูกวางยาชาทำให้นางทำได้เพียงจ้องมองใบหน้าที่ก้าวออกมาจากเงามืดนั้นอย่างไม่ลดละ
คนผู้นั้นคือ 'ชิงหลัน' สาวใช้ผู้จงรักภักดีที่นางชุบเลี้ยงและไว้วางใจเหนือชีวิตตลอดสิบปีที่ผ่านมา ใบหน้าที่มักจะฉายแววอ่อนโยนและซื่อตรงเสมอ บัดนี้กลับราบเรียบไร้ความรู้สึกราวกับรูปสลักหิน
"คุณหนู... อย่าได้โทษชิงหลันเลยเจ้าค่ะ" หญิงสาวผู้เป็นคนสนิทก้มลงมองเจ้านายด้วยแววตาที่สั่นไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว "สิบปีที่ข้าต้องแสร้งทำเป็นคนซื่อสัตย์ ชีวิตข้าถูกตระกูลเว่ยกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่พวกเขาช่วยข้าจากกองเพลิงในจวนสกุลมู่ที่ท่านพ่อของท่านเป็นคนสั่งให้เผา... ท่านรอดมาได้ แต่ครอบครัวของข้าต้องตายเพราะคำสั่งของบิดาท่าน"
มู่หรงเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและแฝงความขมขื่น "ที่แท้ก็คือคนของเว่ยจงต๋าที่แทรกซึมเข้ามาตั้งแต่ต้น... ข้าช่างโง่เขลานักที่มองข้ามความแค้นในดวงตาเจ้าไป"
"ไม่ใช่เพราะท่านโง่ แต่เพราะท่านเลือกจะเชื่อใจในสิ่งที่ท่านอยากเห็น" เว่ยจงต๋าที่ยืนพิงผนังอยู่ด้านหลังก้าวออกมา แสงจากคบเพลิงวูบไหวทำให้เงาของเขาทอดยาวพาดผ่านร่างของมู่หรงเซียนราวกับอสรพิษที่กำลังรัดพันเหยื่อ "ฮ่องเต้ฉีเฟยหลงคงกำลังวุ่นวายกับการตามหาคนหายจนไม่เหลือเวลาไปจัดการราชการแผ่นดินแน่ ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าหากพรุ่งนี้เช้า... พบศพพระชายาในอนาคตถูกโยนลงบ่อปลาในวังหลวง ฝ่าบาทผู้สูงส่งจะทรงมีสีหน้าเช่นไร"
"เขาไม่มีวันยอมให้เจ้าทำเช่นนั้น" มู่หรงเซียนกัดฟันกรอด พยายามเรียกสติที่กำลังพร่าเลือนให้กลับมา "ฉีเฟยหลงไม่ใช่ฮ่องเต้หุ่นเชิดอย่างที่เจ้าคิด"
"เขาก็แค่เด็กหนุ่มที่กำลังตกหลุมรักจนลืมทางออก" เว่ยจงต๋ากระตุกยิ้ม ก่อนจะส่งสัญญาณให้ชิงหลันเตรียมลงมือ "จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอย"
ชิงหลันขยับเข้ามาใกล้ มือที่สั่นเทาถือมีดสั้นเล่มบางเล็งไปยังตำแหน่งหัวใจของมู่หรงเซียน ในวินาทีที่ใบมีดเย็นเฉียบสัมผัสลงบนอาภรณ์หรูหรา มู่หรงเซียนกลับนิ่งสงบ นางไม่ขัดขืน ไม่ร้องขอชีวิต ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับฉายแววคมกริบดุจมีดพกที่นางซ่อนไว้ภายใต้กระดูกข้อมือ
"เจ้าคิดว่าข้าดื่มยานั่นลงไปจริงๆ หรือ ชิงหลัน?"
คำถามนั้นทำให้มือของสาวใช้ชะงัก ชิงหลันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่เว่ยจงต๋าขมวดคิ้วแน่นและก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มู่หรงเซียนเค้นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กระชากโซ่ที่ดูเหมือนแน่นหนาให้หลุดออกอย่างง่ายดาย เพราะนางแอบฝนโซ่ส่วนที่สัมผัสกับฐานเหล็กมานานหลายคืนจนแทบขาดสะบั้น
"ข้าอาจจะไว้ใจเจ้ามากเกินไป... แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าข้าจะปล่อยให้ตัวเองตายในเงื้อมมือคนทรยศ!"
มู่หรงเซียนตวัดเท้าเตะเข้าที่ข้อมือของชิงหลันจนมีดกระเด็นหลุดมือ ก่อนจะคว้าตัวสาวใช้มาเป็นโล่กำบังในจังหวะเดียวกับที่ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาจากความมืดมิดในมุมอับของห้อง!
ลูกธนูพลาดเป้าหมายจากหัวใจของมู่หรงเซียนไปเพียงเสี้ยวจงกู แต่มันกลับปักเข้าที่ไหล่ของชิงหลันจนเลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาทันที มู่หรงเซียนชะงักด้วยความตื่นตะลึง ธนูนี้ไม่ได้มาจากเว่ยจงต๋า... เพราะฝ่ายนั้นเองก็กำลังเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงเช่นกัน
ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นและกังวานของรองเท้าบูทหนังทหารดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีทองของมหาดเล็กราชองครักษ์ปรากฏกายขึ้น พร้อมกับคมดาบที่พาดผ่านลำคอของเว่ยจงต๋าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
"ใครที่บังอาจแตะต้องนาง... ผู้นั้นคือศัตรูของบัลลังก์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่คุ้นเคยทำให้นัยน์ตาของมู่หรงเซียนไหวระริก บุรุษที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่เพียงแค่ราชองครักษ์ แต่คือฉีเฟยหลงที่สวมหน้ากากเหล็กปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ดุดันและเย็นชาประดุจมังกรหวงถิ่น ทำให้นางรู้ทันทีว่านี่คือจุดจบของความอดทนครั้งสุดท้าย
ทว่าในจังหวะที่มู่หรงเซียนกำลังจะเอ่ยปาก เสียงที่สองก็ดังขึ้นจากด้านหลังของฉีเฟยหลง... เสียงฝีเท้าของกองทัพที่ควรจะอยู่ชายแดนกลับดังสนั่นอยู่หน้าประตูห้องลับนี้ นี่ไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่มันคือกับดักซ้อนกับดักที่มู่หรงเซียนเองก็คาดไม่ถึง
ชิงหลันที่ถูกพิษนอนหายใจรวยรินบนพื้นเอื้อมมือมาคว้าชายกระโปรงของมู่หรงเซียนไว้แน่น เลือดข้นคลักไหลซึมจากมุมปากของนางพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ทำให้หัวใจของมู่หรงเซียนแทบหยุดเต้น
"อย่า... อย่าไว้ใจ... คนที่ยืนอยู่ข้างหลังฝ่าบาท..."
มู่หรงเซียนเหลือบมองไปที่ชายที่ยืนเคียงข้างฮ่องเต้ บุรุษผู้สวมอาภรณ์นักพรตสีเทาที่นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาไม่ได้ถือดาบ แต่ในมือของเขากลับกำหยกประจำตำแหน่งที่ควรจะอยู่กับตัวมู่หรงเซียนตลอดเวลา... หยกที่นางเคยทำหายไปเมื่อสามปีก่อน
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดหักมุมนี้จนวางไม่ลงนะคะ หวังว่าจะพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 32
การหักหลังครั้งที่หนึ่ง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!