"ข้าไม่ได้ต้องการเห็นเลือดบนบันไดหยกในคืนนี้ เว่ยชิง... แต่ถ้าเจ้ายังไม่วางกระบี่ลง ข้าก็ไม่การันตีว่าคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของตระกูลเว่ยหรือไม่"
มู่หรงเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่บาดลึกถึงกระดูก นางยืนตระหง่านอยู่บนระเบียงทางเดินเชื่อมตำหนักบรรทม สายตาจ้องมองไปยังเหล่าองครักษ์ชุดดำที่กำลังล้อมกรอบโถงกว้างเอาไว้ ความเงียบงันของวังหลวงในยามวิกาลไม่ได้ดูสงบ หากแต่มันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่โชยมากับสายลม
อัครมหาเสนาบดีเว่ยชิงหัวเราะร่า เสียงหัวเราะแหบแห้งนั้นบาดหูนัก เขาสะบัดชายเสื้อคลุมปักลายเมฆาด้วยท่าทีถือดี ก่อนจะก้าวเท้าผ่านร่างของขันทีที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น "ฮองเฮา... ท่านมักจะใช้ลิ้นที่คมกริบของท่านชักจูงผู้อื่นเสมอ แต่น่าเสียดายที่ในคืนที่สุนัขจะกัดเจ้าของเช่นนี้ เหตุผลไร้ความหมายกว่าคมดาบ"
"เจ้าเรียกตัวเองว่าสุนัขเฝ้าบ้านหรือ?" มู่หรงเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมปลาบดุจอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ นางขยับกายไปข้างหน้าครึ่งก้าว ขวางหน้าประตูตำหนักเอาไว้ราวกับเป็นด่านสุดท้ายที่ไม่มีวันพังทลาย "สุนัขที่แว้งกัดผู้มีพระคุณ สุดท้ายมักจะจบลงด้วยการถูกถลกหนังทำเป็นเครื่องดนตรีให้คนทั้งแผ่นดินดูแคลน"
"หุบปาก!" เว่ยชิงคำราม ใบหน้าที่เคยสุขุมยามอยู่ในท้องพระโรงบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว เหล่าองครักษ์นับสิบก็ชักดาบออกมาพร้อมกัน แสงจันทร์สลัวสะท้อนบนคมดาบวับวาว
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะพุ่งถึงขีดสุด บานประตูหนักอึ้งเบื้องหลังมู่หรงเซียนก็แง้มเปิดออกช้าๆ ไอความเย็นจากภายในตำหนักไหลออกมาปะทะกับใบหน้าของนาง กลิ่นกำยานที่หอมอบอวลแทรกซึมด้วยกลิ่นของความกดดัน
"ใครอนุญาตให้สุนัขเข้ามาเห่าหอนในเขตกักบริเวณของเปิ่นกง?"
สุรเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้น ฮ่องเต้ฉีเฟยหลงก้าวออกมาจากเงามืด ชุดบรรทมสีครามเข้มไม่ได้ทำให้รัศมีแห่งโอรสสวรรค์ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย พระเนตรเรียวคมดุจพญาอินทรีจ้องมองเว่ยชิงด้วยความสมเพช "เว่ยชิง... ท่านเหนื่อยมาทั้งชีวิตเพื่อวางแผนยึดบัลลังก์ที่กำลังจะพังทลายนี้หรือ? ช่างเป็นความทะเยอทะยานที่น่าขบขันนัก"
"ฝ่าบาท..." เว่ยชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก "บัลลังก์ที่พังทลายจะกลายเป็นฐานที่มั่นใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ หากผู้ครองบัลลังก์นั้นคือข้า มิใช่พระองค์ที่เอาแต่หลงมัวเมาในสตรี"
ฉีเฟยหลงก้าวมาเคียงข้างมู่หรงเซียน ฝ่าพระหัตถ์แกร่งคว้าข้อมือนางไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวหนังทำให้มู่หรงเซียนรู้ว่า มือของเขากำลังสั่น... ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความเดือดดาลที่ถูกกดทับมานานแรมปี
"นางไม่ใช่สตรีที่เจ้าจะมาดูหมิ่น" ฉีเฟยหลงตรัสเสียงต่ำ "นางคือคนเดียวที่จะส่งเจ้าไปลงนรกในคืนนี้"
สิ้นกระแสรับสั่ง ประตูด้านหลังเว่ยชิงที่ควรจะถูกปิดตาย กลับถูกกระแทกจนพังทลายลงด้วยกำลังของทหารหลวงที่ซุ่มซ่อนอยู่นับร้อย เว่ยชิงหน้าถอดสี ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งในชุดสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นข้างกายเขาพร้อมกับคมมีดสั้นที่จ่อเข้าที่ลำคอของเสนาบดีเฒ่าทันที
"ท่านเสนาบดี... ดูเหมือนแผนการของท่านจะมี 'คนนอก' เข้ามาแทรกแซงเสียแล้วนะ" เสียงสตรีปริศนาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าดังขึ้น ก่อนจะดึงหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เว่ยชิงถึงกับเข่าทรุด
"เจ้า... เจ้ายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร! ข้าเป็นคนสั่งประหารตระกูลเจ้าด้วยมือตัวเอง!"
มู่หรงเซียนคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง นางก้าวเข้าไปใกล้เว่ยชิงที่กำลังสั่นสะท้าน "การตายของคนตระกูลข้า เป็นเพียงละครที่ท่านสร้างขึ้นเพื่อเสวยสุขบนกองซากศพ วันนี้... ข้ามาเพื่อทวงคืนบทละครฉากนั้นด้วยเลือดของท่านเอง"
ฉีเฟยหลงกำกระบี่ในมือแน่นก่อนจะตวัดขึ้นชี้ไปที่คอหอยของศัตรูหมายเลขหนึ่ง "เริ่มการกวาดล้างคืนนี้เดี๋ยวนี้... อย่าให้ใครเหลือรอดออกไปจากกำแพงวังแม้แต่คนเดียว!"
ทว่า ในขณะที่คมดาบกำลังจะสะบั้นคอเว่ยชิง เสียงปรบมือเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากมุมมืดของเพดานตำหนัก ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังเงาร่างหนึ่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนคานไม้สูงชัน
"ช่างเป็นค่ำคืนที่เร้าใจจริงๆ... แต่ดูเหมือนพวกท่านจะลืมแขกคนสำคัญที่สุดไปเสียสนิท" ชายผู้สวมหน้ากากเงินแสยะยิ้ม กวาดสายตามองทั้งสามคนที่อยู่เบื้องล่าง "มู่หรงเซียน... เจ้าคิดหรือว่าเว่ยชิงเป็นเพียงหมากตัวเดียวที่ข้าถืออยู่ในมือ?"
ชายคนนั้นกระโดดลงมาประจันหน้า ทั้งยังโยนห่อผ้าห่อหนึ่งลงมาตรงหน้าฮ่องเต้ฉีเฟยหลง เมื่อผ้าคลุมเปิดออก สิ่งที่อยู่ภายในกลับทำให้มู่หรงเซียนหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด... มันคือตราประทับมังกรหยกที่ควรจะอยู่กับพระสนมคนสนิทของนางที่ถูกส่งไปต่างเมือง!
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร!" ฉีเฟยหลงตวาดลั่น
ชายปริศนาหัวเราะร่า ก่อนจะชี้ปลายดาบมาที่มู่หรงเซียน "นางไม่ได้มีแค่ศัตรูชื่อเว่ยชิงหรอกนะ... เพราะคนที่จะลากพระองค์ลงจากบัลลังก์ในคืนนี้จริงๆ คือสตรีที่พระองค์กำลังปกป้องอยู่ข้างๆ นี่ต่างหากล่ะ!"
หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุการเมืองและลมหายใจแห่งความแค้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 15
คืนล้อมวัง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!