หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 18

ความลับใต้ดิน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ท่านกำลังจะบอกข้าว่า ภายใต้พื้นหินที่พวกเราเหยียบย่ำอยู่นี้ คือหัวใจที่สูบฉีดเลือดของกองทัพเว่ยอย่างนั้นหรือ?" มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องลับใต้ตำหนักร้าง เสียงของนางกังวานและเยือกเย็นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงบนความเงียบงัน นางชูคบเพลิงในมือขึ้นสูง เผยให้เห็นทางเดินหินสลักลึกที่ทอดตัวยาวลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยมาปะทะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นของความตายที่นางคุ้นเคย แต่มันคือกลิ่นของ 'อำนาจ' ที่ถูกซ่อนเร้น ฉีเฟยหลงที่ยืนอยู่เบื้องหลังขยับกายเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากชุดฉลองพระองค์สีเข้ม แววตาของฮ่องเต้หนุ่มไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาสอดพระหัตถ์เข้าไปในช่องว่างของผนังหิน ก่อนจะกดกลไกบางอย่างลงไป เสียงกลไกเฟืองเหล็กขบกันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโถงกว้าง ราวกับอสูรกายยักษ์ที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล "เว่ยเจิ้นถิงประมาทเกินไป" ฉีเฟยหลงกระซิบข้างหูของนาง เสียงของเขาแหบพร่าทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจ "เขาคิดว่าการกุมบังเหียนคลังหลวงไว้ในกำมือจะทำให้เขาสามารถสั่นคลอนบัลลังก์ได้เพียงผู้เดียว แต่เขาลืมไป... ตระกูลเว่ยไม่ได้สร้างแค่คลังแสง แต่มันสร้าง 'โซ่ตรวน' ที่ล่ามคนทั้งแผ่นดินเอาไว้" ทางลับเบื้องหน้าเปิดออก เผยให้เห็นบันไดหินวนลึกลงไป มู่หรงเซียนก้าวเดินลงไปอย่างไม่รอช้า ทุกฝีก้าวของนางหนักแน่นและมั่นคง ราวกับกำลังเดินอยู่บนทางเดินในวังหลวงที่นางคุ้นเคยดี แต่ละก้าวที่ผ่านไป กลิ่นของโลหะที่อัดแน่นเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดสิ้นสุดของบันได ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของมู่หรงเซียนถึงกับสะดุด มันไม่ใช่ห้องโถงเก็บอาวุธธรรมดา แต่มันคือโรงหล่อเหล็กขนาดมหึมาที่กินพื้นที่ลึกลงไปใต้ดินของจวนอัครมหาเสนาบดีและลามไปจนถึงเขตราชฐาน แท่งเหล็กกล้าถูกตีขึ้นเป็นรูปทรงดาบและหัวลูกศรนับหมื่นชิ้นกองเป็นภูเขาเลากา แสงจากคบเพลิงสะท้อนกับคมดาบวาววับบาดตา ราวกับทะเลแห่งความตายที่รอคอยเวลาจะกระโจนเข้ากลืนกินชีวิตผู้คน "เจ้าดูนี่สิ เซียนเอ๋อร์" ฉีเฟยหลงชี้ไปยังตราประทับบนแท่งเหล็กชิ้นหนึ่ง "นี่ไม่ใช่ตราประจำกองทัพเว่ย แต่มันคือตราประจำกองทัพพิทักษ์ชายแดนที่ถูกประกาศว่าสูญหายไปเมื่อสามปีก่อน" มู่หรงเซียนทรุดตัวลงคุกเข่า มือเรียวสวยเอื้อมไปสัมผัสตราประทับนั้นด้วยความโกรธแค้นที่พยายามกดทับไว้ในอก หัวใจของนางเต้นรัวราวกับกลองศึก ความแค้นที่ครอบครัวของนางถูกกล่าวหาว่ายักยอกเสบียงและทอดทิ้งทหารในครานั้นบัดนี้มันกระจ่างแจ้งแล้ว ทุกอย่างคือละครฉากใหญ่ที่ตระกูลเว่ยเขียนบทเอาไว้ เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามที่ขวางทางเดินสู่อำนาจ "เขาใช้ชีวิตทหารกล้าเหล่านั้นเป็นเครื่องมือในการสร้างกองทัพส่วนตัวเพื่อรอวันโค่นล้มท่าน" มู่หรงเซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความอาฆาต "ท่านอัครมหาเสนาบดีผู้นี้ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่อำนาจ แต่เขาต้องการ 'บัลลังก์เลือด' ที่อาบไปด้วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์" "ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เขาทำสำเร็จ" ฉีเฟยหลงขยับเข้ามาใกล้ กดไหล่ของนางเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม "แต่เจ้าต้องฟังข้า ห้ามผลีผลาม... หากเราเปิดเผยเรื่องนี้ตอนนี้ เว่ยเจิ้นถิงจะเผาทำลายหลักฐานทั้งหมดพร้อมกับเราสองคน" มู่หรงเซียนสูดลมหายใจลึก พยายามดึงสติกลับมา นางรู้ดีว่าหากก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ไม่ใช่แค่ชีวิตของนางที่ต้องจบสิ้น แต่มันคือความหวังสุดท้ายที่จะล้างมลทินให้ตระกูลมู่หรงด้วย นางมองไปรอบๆ คลังแสงแห่งนี้อย่างพินิจ ก่อนจะสายตาไปสะดุดกับช่องลับขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่หลังกองอาวุธ ดูเหมือนจะมีม้วนเอกสารวางอยู่ตรงนั้น นางรีบลุกขึ้นและเดินตรงไปยังจุดนั้น มือเอื้อมหยิบม้วนกระดาษที่ดูเก่าคร่ำคร่าขึ้นมา ทันทีที่คลี่ออกอ่าน แววตาของนางก็เปลี่ยนไปจากความแค้นเป็นความตื่นตะลึง เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่แผนการรบ แต่มันคือรายชื่อของขุนนางชั้นผู้ใหญ่กว่าครึ่งราชสำนักที่รับเงินสินบนจากตระกูลเว่ย และหนึ่งในนั้น... มีชื่อที่นางไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น "เฟยหลง... นี่มัน..." นางพยายามจะส่งเสียงเรียก แต่กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนมาจากทางบันไดที่พวกเขาเพิ่งลงมา ไม่ใช่ฝีเท้าของคนคนเดียว แต่เป็นเสียงของรองเท้าทหารนับสิบที่กำลังเคลื่อนขบวนลงมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของความตายคืบคลานเข้ามาพร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่สว่างวาบขึ้นที่ปากทางเข้า "ดูท่าทางเราจะถูกต้อนเข้ามุมแล้วกระมัง" ฉีเฟยหลงชักกระบี่ประจำกายออกมา เสียงคมดาบกระทบฝักดังกังวานไปทั่วโถงเงียบงัน มู่หรงเซียนกำม้วนเอกสารในมือแน่น สัญชาตญาณเตือนให้นางรู้ว่าคนที่กำลังก้าวลงมานั้นไม่ใช่ทหารยามทั่วไป แต่คือ 'เงาปีศาจ' มือสังหารส่วนตัวของเว่ยเจิ้นถิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิต และเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็นนั้นหยุดลงที่ขั้นบันไดสุดท้าย ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นหูจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด "ฝ่าบาท... ดูเหมือนพระองค์จะเสด็จมาในที่ที่ไม่ควรมาเสียแล้ว" บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาปรากฏให้เห็นเพียงรอยยิ้มเย้ยหยัน มู่หรงเซียนถึงกับตัวแข็งทื่อ เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'พี่ชายแท้ๆ' ของนาง ผู้ที่นางเชื่อว่าตายไปแล้วในสงครามเมื่อสามปีก่อน! หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นคลอนของความจริงในครั้งนี้ไปพร้อมกับมู่หรงเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%