"ฝ่าบาท... ขยับพระหัตถ์ไม่ได้แล้วหรือเพคะ?"
มู่หรงเซียนกระซิบถามพลางประคองถ้วยยาด้วยมือที่สั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของฉีเฟยหลงที่เอนกายพิงพนักแท่นบรรทมอย่างอ่อนแรง ภายในตำหนักบรรทมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันกำยานราคาแพงกลับมีความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ฉีเฟยหลงไม่ตอบ เขาเพียงปรือตาขึ้นมองนาง แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ที่บาดเจ็บคู่นั้นยังคงมีความลับซ่อนอยู่ลึกสุดใจ ก่อนที่เขาจะไอออกมาเป็นเลือดสีแดงสดหยดลงบนผ้าปูสีทองอร่าม กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง ท่ามกลางเสียงสะอื้นของนางกำนัลที่คุกเข่าอยู่ด้านนอก
"เสนาบดีเว่ย... เขากำลังมาใช่หรือไม่" เสียงของฮ่องเต้แหบพร่าคล้ายคนใกล้สิ้นลม
มู่หรงเซียนโน้มตัวลงไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้ฉีเฟยหลงชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นางกลับไม่แสดงความหวั่นไหวใดๆ ออกมา นางเอื้อมมือไปเช็ดคราบเลือดที่มุมปากเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบตอบที่ข้างหู
"เพคะ เขามาพร้อมกับตราประทับลัญจกรและร่างพระราชโองการสมเด็จพระพันปีหลวง... ดูเหมือนว่าเขาจะรอคอยวันนี้มาเนิ่นนานเหลือเกิน ฝ่าบาทจะทรงเล่นละครฉากนี้ต่อจนถึงที่สุดเลยหรือเพคะ?"
ฉีเฟยหลงคว้าข้อมือของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนมู่หรงเซียนรู้สึกได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใน "เซียนเอ๋อร์ หากข้าไม่ล้มลง... งูพิษตัวไหนจะกล้าโผล่หัวออกมาจากรูเล่า? วันนี้คือคืนตัดสินชะตา หากข้าพลาด... เจ้าจงรีบหนีไปจากวังหลวงเสีย อย่าได้หันหลังกลับมา"
มู่หรงเซียนแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของนางเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว "หม่อมฉันมิใช่สตรีอ่อนแอที่จะทิ้งสหายศึกไว้เบื้องหลัง หากฝ่าบาทจะเล่นบทจักรพรรดิผู้สิ้นไร้บัลลังก์ หม่อมฉันก็จะเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ท่านสามารถใช้สังหารข้าศึกได้ตามใจปรารถนา"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นหน้าตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันทีประจำตัวเสนาบดีเว่ย "อัครมหาเสนาบดีเว่ยขอเข้าเฝ้า! เพื่อถวายรายงานเรื่องด่วนเกี่ยวกับพระอาการของฝ่าบาท!"
มู่หรงเซียนถอยห่างออกมาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย นางหันไปสบตากับฉีเฟยหลงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผินหน้าไปทางประตู ตำหนักถูกผลักเปิดออกด้วยความรุนแรง เว่ยอิงจงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่พยายามปั้นแต่งให้ดูโศกเศร้า แต่ในดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมนั้นกลับเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจที่ปิดไม่มิด
"ฝ่าบาท... กระหม่อมได้ยินข่าวว่าอาการของท่านทรุดหนักถึงขั้นไม่มีสติสัมปชัญญะ จึงรีบนำเหล่าขุนนางผู้ใหญ่มาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระบ้านเมือง" เว่ยอิงจงกล่าวพลางเดินตรงมายังแท่นบรรทม สายตาเขาสอดส่ายไปทั่วห้องราวกับกำลังตรวจตราสมบัติที่เขามั่นใจว่าจะตกเป็นของตนในไม่ช้า
"ท่านเสนาบดี... ฝ่าบาททรง..." มู่หรงเซียนแสร้งทำเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้น นางทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น บดบังรอยยิ้มเย้ยหยันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเศร้าสร้อย
"มู่หรงเซียน เจ้าออกไปเสีย ข้ามีเรื่องต้องคุยกับฝ่าบาทตามลำพัง" เว่ยอิงจงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาก้าวเข้าไปหาแท่นบรรทม เตรียมจะเอื้อมมือไปแตะต้องตัวฮ่องเต้เพื่อทดสอบลมหายใจ
ในขณะที่นิ้วมือหยาบกร้านของเสนาบดีเว่ยกำลังจะสัมผัสกับลำคอของฉีเฟยหลงนั้นเอง มือที่ไร้เรี่ยวแรงของฮ่องเต้กลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป!
บรรยากาศในตำหนักหยุดชะงักลงฉับพลัน เว่ยอิงจงเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อพบว่าดวงตาที่เคยปรือปิดของฉีเฟยหลงบัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ
"ท่านเสนาบดี... รีบร้อนเกินไปหรือไม่?" ฉีเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ผิดกับอาการประชวรเมื่อครู่ลิบลับ
เว่ยอิงจงหน้าถอดสี รีบชักมือกลับแล้วก้าวถอยหลังอย่างเสียหลัก "ฝ่า... ฝ่าบาท! กระหม่อมเพียงแต่..."
"เพียงแต่ต้องการเห็นข้าตายใช่ไหม?" ฉีเฟยหลงลุกขึ้นนั่งอย่างสง่างาม ราวกับพยัคฆ์ที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ "ท่านรวบรวมเหล่าขุนนางที่จงรักภักดีต่อท่านมาที่นี่เพื่ออะไร? เพื่อสถาปนาตนเองเป็นผู้สำเร็จราชการ หรือเพื่อจะปลงพระชนม์กษัตริย์ผู้ป่วยไข้กันแน่?"
ทว่า... ในวินาทีที่ฉีเฟยหลงกำลังจะได้เปรียบ มู่หรงเซียนที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ กลับเปลี่ยนท่าที นางชักมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมาแล้วจ่อไปที่พระศอของฉีเฟยหลง!
การกระทำที่พลิกผันอย่างคาดไม่ถึงนี้ทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ แม้แต่เว่ยอิงจงยังอ้าปากค้างด้วยความงุนงง
"มู่หรงเซียน... เจ้า!" ฉีเฟยหลงเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความตกตะลึง
มู่หรงเซียนไม่ได้มองหน้าเขา แต่นางจ้องเขม็งไปที่เว่ยอิงจงด้วยแววตาที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง "เสนาบดีเว่ย... ท่านควรดีใจนะที่แผนการของท่านวันนี้มิได้มีแค่ท่านเพียงผู้เดียวที่วางเอาไว้"
นางกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในตำหนักต้องหยุดหายใจ "ท่านลืมไปแล้วหรือว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนส่งข่าวเรื่องพิษในยาถวายให้ท่านทราบตั้งแต่วันแรก... ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่ได้อยู่ข้างท่าน... แต่หม่อมฉันอยู่ข้างคนที่จ่ายให้มากกว่าเสมอ"
ฉีเฟยหลงจ้องมองหญิงสาวที่เขาเคยเชื่อใจด้วยสายตาที่แตกสลาย ขณะที่เว่ยอิงจงเริ่มหัวเราะร่าออกมาด้วยความยินดีที่คาดไม่ถึง
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าตอนที่ 19 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปพร้อมกับมู่หรงเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 19
การลวงหลอกครั้งใหญ่
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!