"ฝ่าบาททรงแน่ใจแล้วหรือว่า... โลหิตของขุนนางกังฉินเหล่านั้น จะชำระล้างความอัปยศที่ตระกูลข้าเคยได้รับได้หมดสิ้น?"
มู่หรงเซียนเอ่ยถามขณะที่ปลายนิ้วเรียวงามลากผ่านแผนที่ยุทธศาสตร์บนโต๊ะทรงพระอักษร สายตาของนางไม่ได้จับจ้องที่ภูมิประเทศ แต่จับจ้องที่เงาสะท้อนในดวงตาของบุรุษตรงหน้า—บุรุษผู้เป็นดั่งมังกรที่ถูกกักขังมานานปี
ฮ่องเต้ฉีเฟยหลงไม่ตอบในทันที พระองค์ผินพระพักตร์ออกไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้าง มองดูทัศนียภาพของเมืองหลวงที่ถูกปกคลุมด้วยม่านราตรีและกลิ่นอายของพายุที่กำลังจะมาถึง พระหัตถ์ที่กำด้ามกระบี่มังกรแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนบ่งบอกถึงความกดดันที่สั่งสมมาตลอดรัชสมัย
"เซียนเอ๋อร์..." สุรเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น "ข้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่การล้างแค้น แต่นี่คือการสังคายนาแผ่นดิน เว่ยอวิ๋นหรานยึดครองหัวใจของเมืองหลวงด้วยเงินตราและอำนาจมืดมานานเกินไปแล้ว คืนนี้... คือจุดจบของความโอหังนั้น"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารองครักษ์เสื้อแพรดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนจะหยุดลงและรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ทูลฝ่าบาท กองกำลังทัพบูรพาจากชายแดนเหนือเคลื่อนพลถึงหน้าประตูปราการชั้นในแล้วพ่ะย่ะค่ะ... พวกเขาได้รับคำสั่งลับจากใต้เท้ามู่หรง โดยไม่ผ่านตราประทับของอัครมหาเสนาบดีเว่ย"
มู่หรงเซียนยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่น แต่มันช่างงดงามและน่าสะพรึงกลัวในคราวเดียวกัน "ในที่สุด... เว่ยอวิ๋นหรานที่หลงระเริงในหอสุราคงยังไม่รู้ตัวว่า บัดนี้กรงเล็บของมังกรกำลังบดขยี้รังหนูของมันอยู่"
ภายในห้องโถงกว้างที่ประดับด้วยโคมไฟสีแดงฉาน ทุกอย่างเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ ฉีเฟยหลงหันกลับมาหาหญิงสาวผู้เป็นดวงใจ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งการทวงคืน "เซียนเอ๋อร์ เจ้าจงกลับไปเตรียมตัว หากเหตุการณ์วุ่นวาย ข้าจะส่งคนไปรับเจ้าที่ตำหนักบูรพา"
"ฝ่าบาทเพคะ" มู่หรงเซียนขยับเข้าไปใกล้ ขยับเข็มขัดหยกบนฉลองพระองค์ให้เข้าที่ "ในยามที่มังกรทะยานขึ้นฟ้า หงส์ก็พร้อมที่จะกางปีกเคียงข้าง อย่าได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของข้าเลย สิ่งที่ข้าต้องการเห็นที่สุดในคืนนี้... คือสีหน้าของเว่ยอวิ๋นหรานเมื่อเขาพบว่า 'หมาก' ที่เขาคิดว่าควบคุมไว้ได้ แท้จริงแล้วคือกองกำลังที่จะเด็ดหัวเขาเอง"
ฉีเฟยหลงคว้ามือของนางมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือทำให้นางรู้สึกถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเกราะทองคำของเขา "หากคืนนี้ข้าพ่ายแพ้... จงหนีไปให้ไกลที่สุด"
"หากฝ่าบาทแพ้ ข้าก็ไม่มีชีวิตอยู่เพื่อมองดูแผ่นดินนี้ล่มสลายในมือสุนัขรับใช้เช่นเว่ยอวิ๋นหราน" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับจะจารึกทุกความรู้สึกไว้เป็นครั้งสุดท้าย
เสียงแตรศึกดังขึ้นจากระยะไกล ทำลายความเงียบของราตรีลงอย่างสิ้นเชิง แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าม้าจำนวนนับหมื่นเริ่มทำให้พื้นดินที่ตั้งของพระราชวังหลวงสั่นไหว นี่คือสัญญาณของการบุก!
มู่หรงเซียนก้าวออกมายังระเบียงหน้าตำหนัก มองลงไปเบื้องล่างเห็นเปลวไฟจากคบเพลิงของทหารนับหมื่นเคลื่อนตัวเข้ามาประหนึ่งสายน้ำสีแดงที่กำลังล้อมกรอบเมืองหลวงเอาไว้ บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ อัครมหาเสนาบดีเว่ยอวิ๋นหรานที่เคยคิดว่าตนเองเป็นผู้ควบคุมกระดาน กำลังจะถูกรุกฆาตในตาเดียว
ทว่า... ในขณะที่มู่หรงเซียนกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะที่ใกล้เข้ามา เสียงกรีดร้องจากตำหนักฝ่ายในก็ดังแทรกขึ้นมา แสงสีแดงของคบเพลิงไม่ได้มาจากทหารของฉีเฟยหลงเพียงกลุ่มเดียว แต่มันมาจากทิศทางที่นางไม่คาดคิด
"ฝ่าบาท! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ทัพของเว่ยอวิ๋นหราน... พวกเขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง แต่พวกเขากำลังปิดล้อม 'ประตูทักษิณ' ด้วยกองกำลังทหารม้าเกราะดำที่ระดมมาจากเมืองข้างเคียงทั้งหมด! ที่เราเห็นล้อมเมืองหลวงอยู่นี้... คือกับดักที่เขาล่อให้เราเผยตัวออกมาพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หรงเซียนชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปในทันที นางมองไปยังทิศทางประตูทักษิณที่เปลวไฟกำลังลุกโชนขึ้นสูงกว่าเดิม เสียงหัวเราะกังวานอันคุ้นเคยของเว่ยอวิ๋นหรานดังกึกก้องไปทั่วบริเวณพระราชวัง ราวกับจะเยาะเย้ยความโง่เขลาของราชันย์ที่คิดจะกู้บัลลังก์
"เราโดนหักหลัง..." ฉีเฟยหลงพึมพำพร้อมกับชักกระบี่ออกมา
ประตูตำหนักที่ปิดสนิทถูกถีบพังเข้ามาด้วยฝีมือของใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังมู่หรงเซียนมาตลอดทาง—ขันทีคนสนิทที่เพิ่งวิ่งมาแจ้งข่าวเมื่อครู่กลับยิ้มเหี้ยม มือของเขากำลังถือราชโองการปลอมที่ประทับตราลัญจกรจริงไว้แน่น ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"ขอประทานอภัยฝ่าบาท แต่หมากตัวที่ท่านคิดว่าควบคุมได้... แท้จริงแล้วถูกซื้อด้วยชีวิตของคนในตระกูลหลิวที่เหลืออยู่มานานแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
มู่หรงเซียนหน้าซีดเผือด นางหันไปมองร่างของคนที่ตนไว้ใจที่สุดด้วยแววตาแตกสลาย นี่ไม่ใช่แค่การล้อมเมือง แต่มันคือการปูทางสู่ความตายที่ถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดี!
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 37
การกลับมาของราชันย์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!