“ถ้าชีวิตของหม่อมฉันมีค่าเพียงแค่กระดาษที่ใต้เท้าขยี้ทิ้ง เหตุใดใต้เท้าถึงยังไม่ลงดาบเสียให้สิ้นเรื่องเล่าคะ?”
มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นราวกับก้อนหินหนักอึ้งกดทับทรวงอก นางไม่ได้หลบสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของเว่ยหยวนแม้แต่น้อย ท่ามกลางห้องโถงลับที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาถูกและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ หญิงสาวเหยียดริมฝียิ้มบางเบา ท้าทายอำนาจมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามารอบตัว
เว่ยหยวนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งเหมือนเศษเหล็กครูดกับหินลับมีด “การตายของเจ้ามันง่ายเกินไป มู่หรงเซียน... ข้าต้องดูให้แน่ใจว่ามังกรที่ไร้เขี้ยวเล็บตัวนั้นจะสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวที่สุดอย่างไร”
“ฝ่าบาทมิได้ไร้เขี้ยวเล็บ...” มู่หรงเซียนขยับกายเล็กน้อย ชุดยาวสีน้ำเงินเข้มขยับไหวไปตามจังหวะที่นางก้าวเข้ามาใกล้ชายชรา “พระองค์เพียงแต่กำลังรอ... รอให้สุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่ออำนาจมากกว่าแผ่นดิน แสดงธาตุแท้ออกมาให้คนทั้งราชสำนักได้เห็นต่างหาก”
ฉีเฟยหลงที่ยืนนิ่งอยู่ในเงามืดเบื้องหลังกำแพงชั้นใน บีบกระบี่ในมือจนเส้นเลือดขึ้นชัดเจน เขาได้ยินทุกคำพูด ทุกความกล้าหาญของหญิงสาวผู้เป็นดั่งแสงสว่างเดียวในยามวิกาลนี้ หัวใจของเขาสั่นไหว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความเดือดดาลที่มอดไหม้อยู่ในอกและถูกเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นอันเป็นอาวุธของผู้ปกครอง
ขณะที่เว่ยหยวนกำลังจะตวาดสั่งให้องครักษ์เงาลงมือ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ไม่ใช่เสียงขององครักษ์ที่เว่ยหยวนจัดเตรียมไว้ แต่เป็นเสียงของเหล่านักปราชญ์และขุนนางฝ่ายกลางที่เคยสงวนท่าทีมาตลอดหลายปี
“ใต้เท้าเว่ย... ดูเหมือนว่าวันนี้ท่านจะมีแขกเหรื่อมาเยือนมากกว่าที่คิดนะคะ” มู่หรงเซียนเอ่ยพร้อมกับก้มลงคำนับฮ่องเต้ที่ก้าวออกมาจากเงามืดอย่างองอาจ
ฉีเฟยหลงกวาดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองไปยังเว่ยหยวน “เว่ยหยวน เจ้าคิดว่าความลับนี้จะถูกฝังไว้ที่นี่เพียงลำพังงั้นหรือ? เจ้าประเมินข้า... และประเมินความอดทนของเหล่าขุนนางผู้จงรักภักดีต่ำเกินไป”
ประตูห้องโถงถูกผลักออกกว้าง ขุนนางอาวุโสฝ่ายกลางอย่างใต้เท้าหลินและเหล่าเสนาบดีอีกสามสี่ท่านเดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตานั้นกลับหนักแน่นราวกับผาหิน พวกเขาไม่ได้มาเพื่อคุกเข่า แต่มาเพื่อยืนหยัดเคียงข้างราชบัลลังก์ที่กำลังสั่นคลอน
“ฝ่าบาท... กระหม่อมทั้งหลายตระหนักแล้วว่า ความสงบสุขที่ซื้อมาด้วยความเงียบนั้น คือความตายที่แท้จริง” ใต้เท้าหลินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องโถง บรรยากาศแห่งความกดดันเปลี่ยนทิศทางในทันที เว่ยหยวนชะงักกึก สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าเครือข่ายที่เขาคิดว่ากำจัดสิ้นไปแล้ว กำลังร่วมมือกันตีโอบล้อมเขาจากทุกทิศทาง
มู่หรงเซียนมองเหตุการณ์นั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ นางสัมผัสได้ถึงมือที่อบอุ่นและแข็งแกร่งของฉีเฟยหลงที่คว้ามือของนางเอาไว้แน่นใต้แขนเสื้อกว้าง กระแสพลังแห่งความเชื่อมั่นไหลผ่านเข้าสู่หัวใจ นางรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการพลิกฟ้า
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะเข้าทางฮ่องเต้ เสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนและเสียงตวาดขององครักษ์รักษาพระองค์ก็ดังแทรกเข้ามาจากเบื้องนอก
“ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีคนสนิทวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าฉีเฟยหลง มือที่สั่นเทาของเขายื่นม้วนกระดาษประทับตราอาญาสิทธิ์ที่ดูคุ้นตา “สนมเอกเฟยหรง... นาง... นางแอบอ้างราชโองการปลอมของอดีตฮ่องเต้ สั่งเคลื่อนพลกองทัพทมิฬจากชายแดนเข้าสู่เมืองหลวงโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากฝ่าบาท ตอนนี้กองทัพเหล่านั้นมาถึงหน้าประตูเมืองชั้นในแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉีเฟยหลงปล่อยมือมู่หรงเซียน ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่เว่ยหยวนที่เคยสิ้นหวังกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ดูเหมือนว่าสายลมจะเปลี่ยนทิศอีกครั้งแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท... ความตายของพระองค์ ไม่ได้อยู่ที่ข้าเพียงคนเดียวเสียแล้ว”
มู่หรงเซียนหันไปมองฮ่องเต้ เห็นเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว นางรู้ดีว่าศึกนี้ไม่ใช่แค่การกู้บัลลังก์ แต่คือการสู้กับคนทรยศที่ใกล้ตัวที่สุด... และในวินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดจากหน้าประตูเมืองหลวงก็ดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นสะเทือนจนเทียนในห้องโถงดับวูบลงเกือบหมดสิ้น ทิ้งให้พวกเขาทั้งหมดตกอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านรอยแยกของประตูมาเพียงน้อยนิด
หลิวเยี่ยนซีขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับเส้นทางสายเลือดนี้ด้วยกันนะคะ
หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 24
สายลมเปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร สยบหล้าบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!