กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลาและเนยสดที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องครัวในยามบ่าย หาได้ช่วยให้บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังงามผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... มันกลับยิ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ความอึดอัดพุ่งทะยานขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน ปลายนิ้วเรียวสวยที่เพิ่งบรรจงแต่งแต้มด้วยยาทาเล็บสีเอิร์ธโทนกำลังกำก้านช้อนสลัดในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคู่คมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งจ้องมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะอย่างเอาเรื่อง ภาพถ่ายในหน้าจอแสดงให้เห็นรอยยิ้มกว้างจนตาหยีของเด็กชายฝาแฝดสองคน—น้องไปร์ทและน้องโปรด—ที่กำลังนั่งกินไอศกรีมอยู่ร่วมโต๊ะกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่อย่างสนุกสนาน และชายคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น... นอกเสียจาก ภาณุ อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งที่เธอเพิ่งก้าวเดินออกมาจากชีวิตของเขาด้วยรอยแผลเป็นเต็มแผ่นหลัง
"คุณแม่คะ หน้าตาคุณแม่ตอนนี้เหมือนยักษ์ใจร้ายในนิทานที่หนูเคยอ่านเลยค่ะ"
เสียงใสแจ๋วของน้องไปร์ทที่เพิ่งวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องครัว พร้อมกับน้องโปรดที่เดินตามมาติดๆ ทำเอาพิมพ์มาดารีบปรับสีหน้าแทบไม่ทัน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะวางช้อนลงแล้วย่อตัวลงนั่งคุกเข่าให้เสมอระดับสายตาของลูกชายฝาแฝดทั้งสอง
"ใครสอนให้ใช้คำว่ายักษ์ใจร้ายกับคุณแม่กันคะ hmmm?" พิมพ์มาดาพยายามบังคับน้ำเสียงให้อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าในอกข้างซ้ายตอนนี้ไฟโทสะกำลังแผดเผาจนแทบไหม้เกรียม "แล้วไหนลูกบอกว่าจะไปบ้านคุณยายไงคะ ทำไมถึง..."
"ก็คุณอาใจดีคนนั้นบอกว่าจะพาไปกินไอศกรีมรสพิเศษที่นำเข้าจากอิตาลี แถมยังวาดรูปหุ่นยนต์แปลงร่างให้พวกหนูดูด้วยนี่นาครับ" น้องโปรดเอียงคอพูดด้วยดวงตากลมโตใสซื่อบริสุทธิ์ ไร้เดียงสาเกินกว่าจะรู้ว่าการกระทำเล็กๆ ของตัวเองกำลังทำให้หัวใจของมารดาเต้นเร่าด้วยความระแวง
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกโกรธระคนเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอเลี้ยงลูกทั้งสองคนประหนึ่งไข่ในหิน ประคับประคองจิตบอบบางที่เคยขาดความอบอุ่นมานานนับปีด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา แต่เพียงแค่พริบตาเดียว... ผู้ชายคนที่เคยผลักไสไล่ส่งเธอลงจากคานทองแห่งความสุขอย่างไร้เยื่อใย กลับใช้ลูกไม้ตื้นๆ เข้ามาตีสนิทกับเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอได้อย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ?
*ช่างน่าสมเพชเสียจริง... ภาณุ*
หญิงสาวคิดในใจอย่างเยือกเย็น เปลวไฟแห่งการแก้แค้นที่เคยสงบลงชั่วคราวถูกเติมเชื้อเพลิงใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเขาอยากเล่นเกมนี้... เธอก็พร้อมจะเปิดฉากสงครามประสาทให้เขาได้รู้ซึ้งว่า การสูญเสียสิ่งที่รักมันเจ็บปวดเจียนตายแค่ไหน!
เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าสูทเข้ารูปสไตล์นักธุรกิจหญิงมืออาชีพให้เรียบร้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวก세นกราวด้วยความเยชาชาและเด็ดเดี่ยว เธอเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านด้วยฝาดก้าวที่มั่นคง โดยมีสายตาอยากรู้อยากเห็นของลูกแฝดมองตามมาห่างๆ
แกร็ก...
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ภาณุกำลังยืนอยู่ตรงนั้น สวมสูทสีเข้มราคาแพงที่ดูราวกับตัดเย็บมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ทว่าใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยและหยิ่งผยองในยศถาบรรดาศักดิ์ กลับมีรอยยิ้มเจือจางระบายอยู่มุมปากอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เขาคิดว่ามันชวนฟังที่สุด
"พิมพ์... ผมมา..."
"เชิญป้ายหน้าค่ะ คุณภาณุ"
น้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของพิมพ์มาดา ตัดบทสนทนากลางอากาศอย่างไม่ไว้หน้า
ภาณุชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกราบมองอดีตภรรยาที่เวลานี้ไม่ได้อ่อนแอและร้องไห้อ้อนวอนเขาเหมือนวันเก่าก่อนอีกต่อไปแล้ว หญิงตรงหน้ายืนกอดอก แววตาดุดันและเต็มไปด้วยความชิงชังอย่างปิดไม่มิด
"ผมแค่มาส่งเด็กๆ..." ภาณุพยายามรักษาความสุขุม แม้หัวใจจะกระตุกวูบกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวของเธอ "เราควรคุยกันดีๆ พิมพ์ ลูกๆ เริ่มโตแล้ว พวกเขาก็ควรได้รับความรักจากทั้งพ่อและแม่"
"ความรัก?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันเหยียดและเจ็บปวดในคราเดียวกัน เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก "เพิ่งมารู้จักคำนี้หรือไงคะ ตอนที่คุณทิ้งใบหย่าให้ฉันเซ็นโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง คุณเคยคิดถึงคำว่าพ่อหรือความรักบ้างไหม?"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ภาณุมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววอาฆาตมาดร้าย เขารู้ดีว่าความผิดบาปในอดีตมันหนาเตอะเกินกว่าจะลบล้างได้ง่ายๆ แต่การถูกเธอกีดกันและมองด้วยสายตาราวกับเขาเป็นสิ่งปฏิกูลเช่นนี้ มันก็สร้างความเจ็บปวดให้เขาไม่แพ้กัน
"ผมรู้ว่าผมเลว..." ภาณุกัดฟันกรอด น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความอัดอั้น "ผมยอมรับทุกอย่างที่คุณต้องการจะด่า จะตบ จะตีผมก็ได้... แต่ขอร้องล่ะ อย่ากีดกันผมออกจากลูกเลยนะ พิมพ์"
"กีดกันเหรอคะ?" พิมพ์มาดายิ้มเยาะ ยื่นมือไปแตะปกเสื้อสูทของเขาเบาๆ ก่อนจะปัดออกราวกับมันสกปรกนักหนਾ "ฉันไม่มีความจำเป็นต้องกีดกันคุณหรอกค่ะ เพราะต่อให้คุณพยายามเอาใจเด็กๆ แค่ไหน... สุดท้ายแล้ว คนที่อยู่ในความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดของพวกเขาก็คือ 'คุณ' อยู่ดี"
พูดจบ พิมพ์มาดาก็เตรียมจะกระแทកประตูปิดใส่หน้าอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ ทว่าในวินาทีที่บานประตูกำลังจะเคลื่อนตัวปิดลงนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของภาณุ ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหญิงสาวเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ
"ถ้าคุณยังใจร้ายกับผมแบบนี้... อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ พิมพ์ ว่าผมอาจจะใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย... 'แย่งลูก' กลับมาทั้งหมด ทั้งไปร์ทและโปรด!"
มือที่กำลังจับลูกบิดประตูของพิมพ์มาดาแข็งค้างทันที หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนโกรธจัด เธอหันขวับกลับมามองหน้าอดีตสามีที่เวลานี้แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่งไม่แพ้กัน
ชายหนุ่มไม่ได้พูดเล่น... และเกมนี้ กำลังจะก้าวเข้าสู่จุดที่อันตรายที่สุด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่นี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - ชานมไข่มุกหวานร้อย
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 28
สงครามประสาทในบ้านพัก
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!