“ถ้าคิดว่าการเอาไวน์ราคาถูกมาราดใส่ชุดราตรีหลักแสนของฉัน จะช่วยยกระดับรสนิยมต่ำตมของคุณให้สูงขึ้นมาได้... เกรงว่าคุณคงต้องไปเกิดใหม่อีกสักเจ็ดชาติค่ะ, คุณลลิตา”
สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าคมกริบราวด์ใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้งพิษ เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ภายในงานกาล่าดินเนอร์การกุศลแห่งปี แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนใบหน้าเรียบเฉยของ พิมพ์มาดา หญิงสาวในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูป ขับเน้นทรวดทรงองเอวให้ออกมาสง่างามและทรงอำนาจจนผู้คนในงานต้องเหลียวมอง
บนพื้นพรมราคาแพง ลลิตากำลังนั่งกองอยู่กับพื้น สภาพของอดีตคู่หมั้นผู้เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ดูไม่จืด ไวน์สีแดงฉานไหลเยิ้มเปรอะเปื้อนชุดดีไซเนอร์ชื่อดังของเธอเอง ไม่ใช่ชุดของพิมพ์มาดาอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจจะให้เป็น
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วจนแทบไม่มีใครตั้งตัว เมื่อครู่ลลิตาแกล้งเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถาดเครื่องดื่ม ก่อนจะทำทีสะดุดขาตัวเองเพื่อหวังจะสาดไวน์แดงใส่พิมพ์มาดาให้อับอายต่อหน้าแขกเหรื่อระดับ A-List ของเมืองหลวง แต่พิมพ์มาดาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว สัญชาตญาณและการฝึกฝนในแวดวงธุรกิจทำให้เธอปัดข้อมือของอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับหมุนตัวกลับและตวัดแก้วไวน์ในมือของลลิตาเองให้ราดรดร่างของเจ้าตัวกลับไปอย่างไร้ความปรานี
“แก... แกกล้าดียังไง!” ลลิตาหวีดร้องด้วยความอับอาย ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างแพงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เธอยันกายลุกขึ้นหมายจะพุ่งเข้ามาตบหน้าพิมพ์มาดาให้หายแค้น
ทว่าพิมพ์มาดาไม่มีแม้แต่จะกะพริบตา เธอยืนนิ่งสงบ ดرายนางพญาผู้สูงศักดิ์ ปลายนิ้วเรียวยาวถือแก้วแชมเปญไว้หลวมๆ สายตาคมกริบกวาดมองลลิตาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเวทนาและดูแคลนอย่างเปิดเผย
“มือไม้สั่นขนาดนี้ สงสัยอาการทางประสาทกำเริบอีกแล้วสินคะ? แนะนำว่าควรกลับไปทานยาและนอนพักที่โรงพยาบาลจิตเวช อย่ามาเดินเร่ร่อนสร้างความอับอายให้วงศ์ตระกูลในงานสังคมแบบนี้เลยค่ะ มันน่าสมเพช”
คำพูดเชือดเฉือนที่ไร้ซึ่งคำหยาบคาย แต่กลับบาดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้เสียงซุบซิบนินทาของบรรดาไฮโซรอบข้างดังเซ็งแซ่ ลลิตาตัวสั่นเทาด้วยความแค้นจนพูดไม่ออก น้ำตาแห่งความคับแค้นใจเอ่อคลอเบ้า เมื่อเธอตระหนักได้ว่า... ผู้หญิงตรงหน้าในตอนนี้ แตกต่างจากพิมพ์มาดาผู้น่าสงสารคนเดิมลิบลับ หล่อนกลายเป็นนักธุรกิจหญิงทรงอิทธิพลที่น่ากลัว และเธอก็ไม่มีทางสู้ได้เลย
ในมุมมืดของห้องจัดเลี้ยง ภาณุ ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน สายตาคมปลาบจับจ้องเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมเข้มฉายแววพึงพอใจและระคนทึ่งอย่างปิดไม่มิด ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสและมองข้ามความสำคัญ บัดนี้เปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนเขารู้สึกแสบตา
หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของเขากลับกระชากไหวอย่างรุนแรง ทุกอิริยาบถ ทุกคำพูดที่เด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นของพิมพ์มาดา ยิ่งตอกย้ำให้เขาสำนึกได้ว่า เขาได้ทำผิดพลาดมหันต์แค่ไหนที่ปล่อยเพชรเมงามณีนี้หลุดมือไป
ภาณุก้าวเท้าเตรียมจะเดินเข้าไปหาอดีตภรรยา เพื่อแสดงตัวและปกป้องเธอจากสายตาของผู้คนที่เริ่มรุมล้อม แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวถึงตัวพิมพ์มาดา ร่างสูงสง่าของนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งชื่อดังอีกคนก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางเสียก่อน พร้อมกับส่งยิ้มละมุนและยื่นมือมาโอบเอวบางของพิมพ์มาดาไว้อย่างสนิทสนม
“พิมพ์ครับ... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมตรงนี้ถึงเสียงดังจัง?”
พิมพ์มาดาหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มข้างกาย แววตาที่เคยเย็นชากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด “ไม่มีอะไรค่ะคุณคาร์ล แค่มีแมวขยะมาส่งเสียงน่ารำคาญนิดหน่อย เราไปคุยกับแขกทางโน้นกันดีกว่าค่ะ”
ภาพนั้นบาดตาบาดใจภาณุจนแทบกระอักเลือด กำปั้นหนาภายใต้สูทราคาแพงกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความหึงหวงและสำนึกเสียใจตีรวนขึ้นมาจนหายใจแทบไม่ออก เขาเป็นอดีตสามีตามกฎหมาย แต่กลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนเคียงข้างเธอในฐานะคนรัก
ดวงตาคมกริบมองตามร่างระหงของอดีตภรรยาที่เดินคลอเคลียไปกับชายอื่น ทว่าก่อนที่พิมพ์มาดาจะลับสายตาไป เธอกลับหันกลับมาสบตากับภาณุกลางฝูงชน รอยยิ้มมุมปากที่เธอมอบให้เขา ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความโกรธแค้น แต่มันคือรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทรงพลังที่สุด... เป็นการประกาศิตอย่างไร้เสียงว่า *‘คุณไม่มีค่าพอในสายตาฉันอีกต่อไปแล้ว’*
ภาณุกัดฟันกรอดด้วยความคลั่งรักและเจ็บปวด เขาสัญญา, ไม่ว่าผู้ชายคนไหนหน้าไหนก็ไม่มีทางแย่งเأิมภรรยาของเขากลับไปได้ทั้งนั้น พิมพ์มาดาต้องเป็นของเขา... และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อทวงเธอกลับคืนมา แม้จะต้องพลิกแผ่นดินหรือแลกด้วยชีวิตก็ตาม
ทว่า ในจังหวะที่ภาณุกำลังจะสาวเท้าตามพิมพ์มาดาออกไปนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงสั่นเตือนขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากเลขาคนสนิทที่น้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติ
“ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ทางเราเพิ่งได้รับรายงานด่วนจากสายข่าวที่สนามบิน พบว่า... เอ่อ... คือว่า...” เลขาอึกอักจนภาณุต้องขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด
“มีอะไรก็ว่ามา อย่าอ้ำอึ้ง!”
“มีคนเห็นคุณพิมพ์มาดาเมื่อสี่ปีที่แล้ว... ไม่ใช่สิครับ... มีคนเห็นเด็กผู้ชายฝาแฝดสองคน หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับท่านประธานเป๊ะๆ กำลังเดินลงจากเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมกับคุณพิมพ์มาดาครับท่าน!”
ร่างสูงของภาณุชะงักกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า สมองอื้ออึงจนประมวลผลไม่ทัน ลมหายใจสะดุดกึก ภาพเด็กผู้ชายฝาแฝดหน้าตาเหมือนเขาไม่ผิดเพี้ยนวิ่งวนเข้ามาในหัว
*ลูกแฝดงั้นหรือ?...*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 13
ปาร์ตี้ต้อนรับและการเผชิญหน้า
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!