หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 26

ใช้ลูกเป็นสะพานเชื่อม

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องรับรองระดับวีไอพี ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกของภาณุเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารรายงานประวัติการใช้ชีวิตของพิมพ์มาดาตลอดสามปีที่ผ่านมาบนโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับถูกมีดกรีดซ้ำๆ ที่หัวใจ ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้าน วันนี้กลับกลายเป็นนักธุรกิจหญิงแถวหน้าผู้ทรงอิทธิพล ยืนหยัดอย่างสง่างามโดยไม่มีเขาเคียงข้าง... และที่สำคัญที่สุด เธอกล้าดีอย่างไรถึงซ่อนแก้วตาดวงใจทั้งสองดวงไว้จากเขามานานขนาดนี้ ภาพใบหน้าของเด็กชายฝาแฝดวัยสี่ขวบที่ถอดแบบมาจากพิมพ์ทรงของเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมอง *น้องไปร์ท* และ *น้องโปรด*... ชื่อที่เขาเพิ่งล่วงรู้เมื่อไม่กี่วันก่อน เลือดในกายของภาณุเดือดพล่านด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโหยหา สำนึกผิด และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกความอยากเป็นเจ้าของครอบงำจนมืดบอด ในเมื่อวิธีเจรจาอย่างสุภาพชนมันใช้ไม่ได้ผล... เขาก็คงต้องเลือกใช้วิธีที่เด็ดขาดกว่านี้ โรงเรียนอนุบาลเอกชนชื่อดังย่านใจกลางเมืองคราคร่ำไปด้วยผู้ปกครองที่มารอรับบุตรหลานในช่วงยามเย็น ภาณุในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงที่มักจะปรากฏตัวอยู่ในหน้าธุรกิจของนิตยสารชื่อดัง วันนี้กลับยืนหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่ริมรั้วโรงเรียน พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับบรรยากาศรอบตัวมากที่สุด แม้ว่าออร่าความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจจะยังคงขับเน้นให้เขาดูโดดเด่นสะดุดตาก็ตาม เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นพร้อมกับประตูรั้วโรงเรียนที่เปิดกว้าง ฝูงเด็กตัวน้อยทยอยเดินออกมาเป็นแถว ภาณุกวาดสายตามองหาเป้าหมายด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกประหม่า ยิ่งกว่าการเจรจาธุรกิจหมื่นล้านเสียอีก "คุณปะป๊าขา... นั่นมันคุณลุงใจดีคนนั้นนี่นา!" เสียงใสแจ๋วของน้องไปร์ทดังขึ้นแทรกกลางความเงียบในความคิดของเขา เด็กชายตัวน้อยชี้มือป้อมๆ มาทางที่เขายืนอยู่ พลางดึงชายเสื้อพี่ชายฝาแฝดให้หันมามองตาม ภาณุชะงักไปเล็กน้อย ก่อนมุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่พยายามทำให้อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายเย็นชาอย่างเขาจะทำได้ เขาก้าวเท้าออกจากที่ซ่อน ช้าๆ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา "สวัสดีครับ ตัวแสบทั้งสอง" ภาณุก้มตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กแฝด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้เด็กชายทั้งคู่มองด้วยความสนใจ น้องโปรดกอดอกทำหน้ายุ่งเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากพิมพ์มาดาไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งความดื้อรั้นและท่าทีระแวดระวังภัย "คุณลุงเป็นใครครับ? คุณแม่สอนว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะคนแปลกหน้าที่หน้าตาเหมือนคุณปะป๊าในรูปถ่ายเก่าๆ ของคุณแม่ด้วย" คำพูดซื่อประสาเด็กทำเอาภาณุถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจเจ็บแปลบจนพูดไม่ออก รูปถ่ายเก่าๆ อย่างนั้นหรือ... พิมพ์มาดายังเก็บรูปเขาไว้ แม้กระทั่งในวันที่เธอเดินจากไปอย่างเยือกเย็นนะหรือ "เอ่อ... ลุงไม่ใช่คนแปลกหน้าหรอกครับ ลุงเป็น..." ภาณุกลืนก้อนสะอื้นลงคอ คำว่า 'พ่อ' จุกอยู่ที่ริมฝีปากแต่ไม่กล้าเอ่ยออกไปเต็มเสียง เขากลัว... กลัวความรังเกียจจากดวงตากลมโตคู่นั้น กลัวว่าเด็กๆ จะผลักไสเขาเหมือนอย่างที่อดีตภรรยาทำ "ถ้าไม่ใช่คนแปลกหน้า ทำไมต้องหลindหลังเสาด้วยล่ะครับ?" น้องไปร์ทเอียงคอถามด้วยความสงสัย ก่อนที่ดวงตาคู่ใสจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของชายหนุ่ม ภาณุรีบหยิบกล่องของเล่นหุ่นยนต์รุ่นล่าสุดที่เขาเพิ่งสั่งนำเข้าพิเศษจากต่างประเทศ รวมถึงถุงลูกอมนำเข้ารสชาติหวานละมุนที่เด็กๆ ชอบ ออกมาล่อตาล่อใจ "ลุงมีของมาฝากครับ... ถ้าเด็กๆ ยอมไปกินไอศกรีมกับลุงสักแป๊บเดียว ลุงมีหุ่นยนต์แปลงร่างตัวนี้ให้เลยนะ" ดวงตาของเด็กชายทั้งสองเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นตาตื่นใจตามประสาเด็กวัยสี่ขวบ ของเล่นชิ้นนี้คือสิ่งที่พวกเขาเคยเห็นในโฆษณาและอยากได้มานาน แต่วินัยที่พิมพ์มาดาพร่ำสอนอย่างเข้มงวดก็ทำให้เด็กแฝดลังเล "ไม่ได้หครับ... คุณแม่บอกว่าห้ามรับของจากคนแปลกหน้า ไม่อย่างนั้นคุณแม่จะตีมือลายเลย" น้องโปรดส่ายหัวดิก แม้ปากจะปฏิเสธ แต่สายตากลับละจากกล่องของเล่นในมือหนาไม่ได้เลย "ไปเถอะน่า... แค่แป๊บเดียวเอง เดี๋ยวลุงพาไปกินไอศกรีมช็อกโกแลตร้านโปรดด้วยนะ ไปร์ทอยากกินไม่ใช่หรือครับ?" ภาณุใช้ลูกไม้ตื้นๆ ที่ผู้ใหญ่ใช้หลอกเด็ก แต่มันกลับได้ผลเกินคาดยามเมื่อความอยากรู้อยากเห็นและความอยากได้ครอบงำจิตใจเด็กน้อย ในจังหวะที่มือป้อมๆ ของน้องไปร์ทกำลังจะเอื้อมไปแตะกล่องของเล่นในมือของภาณุนั้นเอง... "ถอยมือออกจากลูกฉันเดี๋ยวนี้ค่ะ, คุณภาณุ!" น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจรอบตัว ร่างเพรียวระหงในชุดสูททำงานเข้ารูปก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว แววตาของพิมพ์มาดาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ เธอปัดมือของเขาออกอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะดึงตัวลูกแฝดทั้งสองเข้าสู่อ้อมกอด ป้องกันราวกับแม่เสือหวงลูก ภาณุเซถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ เงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตภรรยาที่เวลานี้รัศมีแห่งความเย็นชาและเกลียดชังแผ่ซ่านจนรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "พิมพ์..." เขาครางเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว พยายามจะเอื้อมมือไปแตะแขนเธอ แต่กลับถูกสายตาดุจคมมีดตวัดมองจนต้องชะงักค้างกลางอากาศ "อย่ามาแตะต้องลูกฉัน!" พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนและมองเขาด้วยความรักเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเดียดฉันท์ "คุณหมดสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ใกล้พวกเขาด้วยซ้ำ ภาณุ! คุณคิดจะทำบ้าอะไร เอาของเล่นมาล่อเด็กเนี่ยนะ? คุณมันทุเรศสิ้นดี!" "พี่แค่อยากเจอหน้าลูก... พี่แค่อยากคุยกับลูกบ้าง ผิดมากหรือไงพิมพ์?" ภาณุเค้นเสียงถาม ความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าสมเพช "ใช่! ผิดมากค่ะ!" พิมพ์มาดากระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างไม่ไว้หน้า ท่ามกลางสายตาของผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่เริ่มหันมามอง "ในเมื่อตอนที่พวกเขายังอยู่ในท้อง ในวันที่ฉันเจ็บเจียนตาย คุณเคยสนใจไหมว่าพวกเขาคือลูกของคุณ? คุณเลือกผู้หญิงคนนั้น คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี แล้ววันนี้คุณหน้าด้านเอาอะไรมาอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อ!" เด็กแฝดที่ซบอยู่กับอกแม่ต่างพากันเงียบกริบด้วยความตกใจ พวกเขาไม่เคยเห็นคุณแม่โกรธเกรี้ยวขนาดนี้มาก่อน น้องไปร์ทซุกหน้าเข้ากับซอกคอของมารดาด้วยความกลัว ส่วนน้องโปรดมองหน้าพ่อแท้ๆ สลับกับแม่ด้วยแววตาสับสน "แม่จ๋า... คุณลุงคนนี้คือ..." น้องโปรดกระซิถามเสียงสั่น พิมพ์มาดาก้มลงมองลูกชายทั้งสองด้วยแววตาสั่นระริก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่กรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจของเขา "จำหน้านี้ไว้ให้ดีนะคะเด็กๆ..." พิมพ์มาดาเอמהด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ ให้ผู้ชายสารเลวตรงหน้าได้ยินทุกพยางค์ "นี่ไม่ใช่คุณลุงใจดี... แต่เขาคือ 'คนแปลกหน้า' ที่พวกหนูไม่มีวันจำเป็นต้องรู้จัก และ *คุณแม่* คนนี้ จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งลูกไปจากอกเด็ดขาด แม้แต่ผู้ชายที่เรียกว่า 'พ่อ' คนนี้ก็ตาม!" พูดจบ พิมพ์มาดาก็จูงมือลูกแฝดหันหลังเดินหนีไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปเป็นหิน ภาณุมองตามแผ่นหลังที่ตั้งตรงและเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว หัวใจของเขาดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวลึกแห่งความสิ้นหวัง ความพยายามที่จะใช้ลูกเป็นสะพานเชื่อมพังทลายไม่เป็นท่า แถมยังดึงความเกลียดชังจากเธอกลับมาคูณสอง แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะหันหลังกลับด้วยความพ่ายแพ้ สายตากลับเหลือบไปเห็นกระเป๋าเป้นักเรียนใบเล็กของน้องโปรดที่ทำตกไว้บนพื้นหญ้าใกล้กับเสาไฟ ภาณุก้มลงหยิบมันขึ้นมาตั้งใจจะวิ่งตามไปคืน แต่เมื่อรูดซิปเปิดออกเพื่อดูว่ามีชื่อเด็กเขียนไว้หรือไม่ สิ่งของชิ้นแรกที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นหญ้ากลับไม่ใช่สมุดการบ้านหรือกล่องดินสอ... แต่มันคือ "เอกสารผลตรวจ DNA" ฉบับจริง ที่ระบุชื่อของเขาและเด็กแฝดอย่างชัดเจน พร้อมกับรอยพับยับยู่ยี่ที่บ่งบอกว่ามันถูกเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า... และที่สำคัญที่สุด ที่มุมกระดาษแผ่นนั้น มีชื่อของ "ลลิตา" อดีตคู่หมั้นของเขา แนบมาพร้อมกับโน้ตเตือนภัยด้วยลายมือของใครบางคน! *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่นี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ)*
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%