เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนจังหวะสม่ำเสมอ ฟังดูคล้ายเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่การประหารชีวิตในสายตาของคนที่ยืนรออยู่ปลายทาง
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นยะเยือกของแอมเบอร์ลอยมาแตะจมูก ก่อนที่ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีไอยราจะก้าวผ่านกรอบประตูห้องประชุมใหญ่เข้ามา ท่วงท่าของเธอนั้นสง่างาม ดุดัน และเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเบ่งทับ แต่เกิดจากการสะสมซากปรักหักพังของความเจ็บปวดในอดีตจนกลายเป็นเกราะเพชร
พิมพ์มาดาหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุม สายตากวาดมองผู้ถือหุ้นทุกคนด้วยรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่สวยหยดแต่ไร้อุณหภูมิ ราวกับดอกไม้พิษที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง
และในวินาทีที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
โลกทั้งใบของภาณุก็คล้ายจะหยุดหมุน
"สวัสดีค่ะท่านประธาน... หวังว่าดิฉันคงไม่ได้มาสายเกินไปจนทำให้วาระสำคัญต้องสะดุดนะคะ"
เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือและเอ่ยคำอ้อนวอนเขาด้วยความรักเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับเรียบนิ่ง กังวาน และบาดลึกจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกกรีดด้วยใบมีดอาบน้ำผึ้ง
ภาณุตะลึงงันจนลืมวิธีหายใจ เขารู้ว่าพิมพ์มาดาเปลี่ยนไป... เขารู้จากรายงานสืบสวนบนโต๊ะทำงาน ว่าอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใยได้เติบโตขึ้นเป็นถึงผู้บริหารมือฉกาจเบื้องหลังกองทุนยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในบริษัทของเขา แต่การได้อ่านตัวอักษรบนกระดาษ กับการได้เผชิญหน้ากับตัวจริง—มันคือคนละเรื่องกันเลย
พิมพ์มาดาในวันนี้... งดงามจนน่ากลัว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเจ็บช้ำ บัดนี้เรียבוเฉยราวกับมองไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเสริมภาพลักษณ์หญิงแกร่ง ผิวเนียนละเอียดเปล่งประกายภายใต้แสงไฟในห้องประชุม ทว่าทุกอณูความเย่อหยิ่งและถือดีที่เขาเคยมี กลับถูกความเย็นชาของเธอบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
ชายหนุ่มอ้าปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ลำคอกลับแห้งผาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หัวใจที่ด้านชามานานนับปีเต้นกระหน่ำรุนแรงด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ—ทั้งโหยหา หวาดกลัว และละอายใจจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
"เชิญนั่งครับ... คุณพิมพ์มาดา" เสียงของเลขาธิการสั่นเล็กน้อยเมื่อผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามประธานบริษัท
พิมพ์มาดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างสงสัยในมารยาทที่เปลี่ยนไป เธอนั่งลงช้าๆ ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายรองเท้าส้นสูงสีดำขัดมันสะท้อนแสงไฟวับวาว ก่อนจะประสานมือเรียวยาวไว้บนตัก ดวงตาคู่คมจ้องตรงมาที่อดีสามี นัยน์ตาคู่นั้นว่างเปล่าจนภาณุรู้สึกราวกับตกลงไปในหลุมพรางที่เธอขุดรอไว้
"ขอบคุณค่ะ" เธอยิ้มมุมปาก "แต่คิดว่าตำแหน่งที่นั่งนี้น่าจะเหมาะสมกับวาระที่เรากำลังจะพูดถึงกันในวันนี้มากกว่านะคะ... เรื่องการควบกิจการและการปรับโครงสร้างผู้บริหารทั้งหมด"
ภาณุกำหมัดแน่นใต้โต๊ะจนเส้นเลือดปูดโปーン เขามองผู้หญิงตรงหน้า—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าต่อให้ไล่ตะเพิดออกไปจากชีวิต เธอก็คงไม่มีปัญญาเอาตัวรอดได้ด้วยซ้ำ แต่ในวันนี้ เธอกลับนั่งอยู่ตรงนี้ ในฐานะ 'เจ้าหนี้รายใหญ่' ที่สามารถชี้ชะตาความเป็นความตายของบริษัทที่เขาภาคภูมิใจได้ด้วยปลายนิ้ว
"พิมพ์..." ภาณุเค้นเสียงลอดไรฟัน เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ ลืมสิ้นซึ่งมาดประธานผู้เย่อหยิ่ง "เรา... มีเรื่องต้องคุยกันเป็นการส่วนตัว"
"ระหว่างเรา ไม่มีเรื่องส่วนตัวเหลืออยู่อีกแล้วค่ะท่านประธาน" พิมพ์มาดาตัดบททันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคม "มีเพียงเรื่องงาน และสัญญาทาสที่คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติเองกับมือเมื่อสามวันก่อน... เชิญเปิดวาระการประชุมได้เลยค่ะ ดิฉันไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับการรื้อฟื้นอดีตที่มันเน่าเฟะหรอกนะคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ผู้ถือหุ้นคนอื่นต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขณะที่ภาณุได้แต่นั่งแข็งทื่อ หัวใจถูกบีบอัดจนเจ็บแปลบไปหมด สายตาที่เธอมองมามันไม่ใช่ความโกรธเกลียด แต่มันคือสายตาที่มอง ‘อากาศธาตุ’—ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งสำนึกได้ว่าตนเองได้ทำลายเพชรเม็ดงามทิ้งไปอย่างไร้ค่า
ทว่า ในจังหวะที่การประชุมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างตึงเครียด ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันโดยเลขานุการหน้าตาตื่นตระหนก
"ท่านประธานคะ... ขอประทานโทษค่ะ พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญ... ไม่สิ คือเด็กผู้ชายสองคนยืนกรานว่าจะเข้ามาหาคุณพิมพ์มาดาให้ได้ค่ะ บอกว่าเป็น... ลูกชายของคุณพิมพ์มาดาและ... และ..." เลขานุการกลืนน้ำลายเอื๊อก หันไปมองหน้าประธานสลับกับแขกผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
พิมพ์มาดาชะงัก รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่เลือนหายไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
ก่อนที่ประตูจะเปิดกว้างขึ้นเผยให้เห็นร่างป้อมๆ ของเด็กชายฝาแฝดวัยสี่ขวบสองคนในชุดสูทเด็กตัวจิ๋ว หน้าตาท่าทางถอดแบบพิมพ์มาดามาไม่มีผิดเพี้ยน ยกเว้นดวงตาคู่คมและริมฝีปากหยักลึกที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากประธานหนุ่มผู้กำลังนั่งอึ้งงันรากงอกอยู่หัวโต๊ะ
เด็กชายทั้งสองคนกวาดสายตามองผู้ใหญ่ในห้องประชุมอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนที่เด็กแฝดคนน้องจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสแจ๋ว ท่ามกลางความเงียบกริบชวนอึดอัด
"คุณแม่ครับ... คุณตาบอกว่าถ้าประชุมเสร็จแล้ว ให้รีบพาพวกผมไปกินไอติม... แล้วก็... ผู้ชายหน้าที่เหมือนพวกผมคนนี้ ใช่ 'คุณพ่อใจร้าย' ที่คุณแม่เคยเล่าให้ฟังตอนก่อนนอนหรือเปล่าครับทำไมหน้าตาดูเอ๋อจังเลยล่ะครับ?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 10
รอยยิ้มเยือกเย็นของอดีตภรรยา
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!