เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงระยับดังสนั่นห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบกริบ แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสะท้อนบนใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าของภาณุ ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเยือกเย็นบัดนี้แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบราวกับกำลังอดกลั้นต่อความเดือดดาลที่แผดเผาอยู่ในอก
"สามปี... นายใช้เวลาสืบเรื่องของผู้หญิงคนเดียวตั้งสามปีเต็ม แต่ได้ข้อมูลมาแค่นี้เองเหรอวะ!"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ภาณุหันไปตวาดเลขาธิการส่วนตัวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า แฟ้มข้อมูลในมือคือสิ่งที่เขารอคอยด้วยความกระวนกระวายใจตลอดสัปดาห์ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่ากลับเป็นเพียงหมอกควันสีเทาที่ถูกจัดฉากไว้อย่างแนบเนียน
เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาดุดลราวกับราชสีห์บาดเจ็บ "ท่านประธานครับ... เอ้ย... ขอประทานโทษด้วยครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง... คือทางเราพยายามขุดคุ้ยทุกซอกทุกมุมแล้วค่ะ แต่ประวัติของของคุณพิมพ์มาดาในช่วงที่เธอหายตัวไปที่ต่างประเทศ ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนเกลี้ยงเกลา ราวกับมีมือที่ทรงอิทธิพลคอยปกปิดร่องรอยทุกอย่างเอาไว้ ไม่เหลือแม้แต่รอยเท้าเลยค่ะ"
"มือที่ทรงอิทธิพลเหรอ..." ภาณุทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอตอบกลับมาอย่างเยียบเย็นและสมเพชตัวเอง "หึ... คนที่ไม่มีแม้แต่เงินติดตัวในวันที่หอบกระเป๋าออกจากบ้านฉันไป จะไปเอาปัญญาที่ไหนมามีมือทรงอิทธิพลเบื้องหลัง ถ้าไม่ใช่เพราะมีใครบางคนจงใจช่วยเธอซ่อนตัวจากฉัน!"
ภาพวันวานย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจดวงที่ด้านชาของเขาอย่างไร้ความปรานี วันที่พิมพ์มาดายื่นใบหย่าให้เขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายความรัก วันนั้นเขาโง่เง่าเกินกว่าจะมองเห็นความเจ็บปวดที่เจียนตายของภรรยาตัวเอง เขาคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงน่าเบื่อที่เกาะเขากินไปวันๆ คิดว่าการหย่าคือการปลดปล่อยพันธนาการไร้สาระ แต่เขากลับไม่เคยรู้เลยว่า... หลังจากไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกลับเติบโตและผงาดขึ้นมาเป็นนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นระดับเอเชียได้อย่างไร
พิมพ์มาดาในวันนี้ไม่ใช่พิมพ์มาดาคนเดิมที่ยอมก้มหน้าให้เขาหยามหยันอีกต่อไปแล้ว เธอคือ 'เอ็มม่า พิมพ์มาดา' ประธานบริหารสาวผู้เยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว ผู้หญิงที่เดินเฉิดฉายอยู่บนพรมแดงด้วยชุด haute couture ราคาแพงลิบลิ่ว และใช้สายตาคมกริบมองเขาด้วยความว่างเปล่า ราวกับเขาเป็นแค่ฝุ่นละอองใต้รองเท้า
และนั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้หัวใจของภาณุร้อนรุ่มดั่งไฟสุมทรวง ยิ่งเธอยกกำแพงน้ำแข็งใส่เขามากเท่าไหร่ เขากยิ่งอยากพังทลายมันลงมากเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อหัวใจเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับเงาของเด็กชายฝาแฝดวัยสี่ขวบสองคนที่บังเอิญวิ่งตัดหน้าเขาในงานประมูลการกุศลเมื่อสัปดาห์ก่อน
เด็กชายหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูคู่แฝดที่ถอดแบบพิมพ์มาและเขามาอย่างละครึ่ง... รอยยิ้มนั้น จมูกโด่งรั้นนั่น หรือแม้กระทั่งแววตาซุกซนแต่ดื้อรั้น เป็นประกายชัดเจนว่าพวกแกคือสายเลือดของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย!
"สืบต่อ..." ภาณุสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขานั่งลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกใสบาน ใหญ่วิวของตึกระฟ้าในมหานครยามค่ำคืนช่างดูพร่ามัว "เอาให้ลึกกว่าเดิม คุ้ยให้ถึงรากถึงโคน ฉันต้องการรู้ว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา พิมพ์มาดาไปอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนชุบเลี้ยงเธอขึ้นมา และที่สำคัญที่สุด..."
ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะ ดวงตาคู่คมหรี่แคบลงอย่างอันตราย น้ำเสียงกดต่ำจนน่ากลัว
"เด็กสองคนนั้น... เป็นลูกของใครกันแน่"
เลขาหนุ่มรีบรับคำสั่งแล้วถอยกรูดออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ภาณุนั่งอยู่กับความมืดมิดและความจริงอันเจ็บปวดที่ค่อยๆ กัดกินวิญญาณทีละน้อย เขาหยิบกรอบรูปใบเล็กบนโต๊ะขึ้นมาดู ในนั้นคือภาพถ่ายเก่าๆ ของพิมพ์มาดากำลังส่งยิ้มหวานหยดให้กล้อง รอยยิ้มที่เขาเคยเมินเฉยและทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
นิ้วเรียวไล้ไปบนกระจกกรอบรูปอย่างทะนุถนอม หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่ผู้ชายใจหินอย่างเขาไม่เคยคิดว่าจะหลั่งไหลออกมาให้ใครเห็น กลับเอ่อล้นคลอหน่วยตาคม
"พิมพ์... คุณกำลังซ่อนอะไรจากผมกันแน่" ภาณุกระซิ,กับความว่างเปล่า เสียงของเขาสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก "ต่อให้คุณจะเกลียดผมจนแทบอยากจะฆ่าให้ตาย... แต่คุณไม่มีสิทธิ์พรากลูกไปจากผม พิมพ์มาดา!"
ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองอันเงียบสงบ พิมพ์มาดากำลังยืนจิบไวน์แดงรสเลิศริมระเบียงกระจกใส เธอกวาดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงเบื้องล่าง ชุดนอนผ้าไหมสีมุกขับเน้นผิวเนียนละเอียดให้ดูเปล่งประกาย รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกถึงความเหนือกว่าและเย็นชาเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา
เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งต้วมเตี้ยมเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายฝาแฝดที่เพิ่งตื่นนอน
"มัมมี่ครับ ทำไมยังไม่นอนอีกฮะ?" น้องไปร์ทเด็กชายคนพี่ ขยี้ตาปอยๆ เดินเข้ามาสวมกอดเอวบางของเธอไว้ พร้อมกับเงยหน้ามองมารดาด้วยดวงตากลมโตแป๋วแหวว
พิมพ์มาดาย่อตัวลงนั่งคุกเข่า วางแก้วไวน์ในมือลงบนโต๊ะเล็กข้างๆ ก่อนจะโอบกอดลูกชายทั้งสองคนเข้าสู่อ้อมอกอย่างรักใคร่ ดวงตาคู่สวยอ่อนแสงลงทันทีเมื่อมองหน้าลูกชาย "มัมมี่แค่นอนไม่หลับค่ะคนดี ทำไมเด็กดื้อถึงยังไม่นอนกันล่ะหึ"
"ก็ไปร์ทฝันร้ายนี่ฮะ ฝันว่ามีคุณลุงใจยักษ์หน้าตาบึ้งตึงคนนึง จะมาแย่งมัมมี่ไปจากพวกเรา" น้องโปรดแฝดน้องพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงงอนๆ พร้อมกับกอดอกทำแก้มป่อง เลียนแบบสีหน้าของใครบางคนได้อย่างน่าขัน
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดไรียงสาของลูกชาย รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างไปชั่วขณะ เธอกระชับอ้อมกอดลูกแฝดให้แน่นขึ้น พร้อมกับก้มลงจูบหน้าผากมนของทั้งคู่เพื่อลบเลือนความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าภาณุก đang บ้าคลั่งตามหาตัวเธอและลูกๆ ข่าวลือเรื่องที่ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่กำลังพลิกแผ่นดินตามล่าอดีตภรรยาแพร่สะพัดไปทั่ววงการไฮโซ แต่คิดเหรอว่าผู้หญิงที่เคยถูกเหยียบย่ำจนตายทั้งกลมอย่างเธอจะยอมก้มหัวให้เขาย่ำยีซ้ำสอง
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบื้องล่างท่ามกลางความเงียบงัน พิมพ์มาดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นค่ำคืนปานนี้ ใครกันที่เป็นคนมาเคาะประตูห้องชุดรักษาความปลอดภัยเข้มงวดแห่งนี้
เธอกำชับให้พี่เลี้ยงพาเด็กๆ เข้าห้องนอนไปก่อน ส่วนตัวเธอก้าวเดินด้วยฝีเท้าแผ่วเบาและมั่นคงไปยังประตูหน้า มือเรียวเอื้อมไปเปิดช่องมองตาแมวเพื่อดูว่าแขกยามวิกาลคือใคร
และทันทีที่ดวงตาคู่สวยมองผ่านเลนส์กระจก... ลมหายใจของพิมพ์มาดาก็สะดุดกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน
ที่หน้าประตูห้อง... ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มยับยู่ยี่ ภาณุกยืนนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและประกายความบ้าคลั่งกำลังจ้องมองตรงมาที่ตาแมวราวกับเขาสามารถมองทะลุผ่านประตูไม้หนานี้มาได้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะ ซึ่งเธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามันคืออะไร!
"เจอตัวแล้ว... พิมพ์มาดา"
เสียงกระซิบแหบพร่าผ่านบานประตูเข้ามา ราวกับกระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอโดยตรง ทำให้พิมพ์มาดาผงถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เมื่อตระหนักได้ว่า... เกมซ่อนหาอันยาวนานนี้ ได้สิ้นสุดลงแล้วจริงๆ!
----------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกและติดตามความเด็ดเดี่ยวของพิมพ์มาดากันมาจนถึงบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 15
ตามล่าหาความจริง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!