กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวมัทฉะราคาแพงระยับระเหยขึ้นจากถ้วยเซรามิกเนื้อดีบนโต๊ะทำงานกระจกใส ทว่าบรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท ภาณุกิจกรุ๊ป กลับเย็นยะเยือกเสียจนแม้แต่เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ล่าสุดก็ยังต้องยอมแพ้
นิ้วเรียวแกร่งของภาณุกดคลึงขมับตัวเองอย่างแรงเพื่อขับไล่ความปวดร้าวที่เกาะกุมสมองมาหลายคืนติดต่อกัน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเอง บัดนี้กลับมีเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำพาดผ่าน ร่องรอยความอ่อนล้าจากการนอนไม่หลับฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาที่เคยไร้ที่ติ
ตลอดเวลาสี่ปีเต็ม... เขาใช้ชีวิตอยู่บนความหลงผิด คิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงแค่ดอกไม้ประดับบ้านที่ไร้ค่า เป็นภรรยาที่ได้มาอย่างไร้ความผูกพัน และเป็นคนที่เขามีสิทธิ์จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไรก็ได้ตามอำเภอใจ
กระทั่งวันที่เธอวางใบหย่าไว้บนโต๊ะ พร้อมกับแววตาคู่นั้น... แววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนตายด้าน แววตาที่ไม่เหลือเยื่อใยและเกลียดชังเขาถึงกระดูกดำ นั่นคือวินาทีแรกที่หัวใจของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่เริ่มแตกสลายเป็นผุยผง
"คุณภาณุคะ... เอกสารที่คุณสั่งให้ดิฉันไปตรวจสอบ ดำเนินการเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ร่างของเลขาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบ สีหน้าของเธอดูเคร่งเครียดและลังเลอย่างเห็นได้ชัด แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกวางลงตรงหน้าชายหนุ่มอย่างระมัดระวัง ราวกับมันคือกล่องระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าพวกเขาทุกเมื่อ
ภาณุกدเงยหน้าขึ้น สายตาคมปลาบจับจ้องไปที่แฟ้มเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกหน่วงแปลกๆ ในอก หัวใจของเขากำลังเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว... กลัวความจริงที่เขากำลังจะได้รู้ และกลัวว่ามันจะสายเกินไปที่จะแก้ไข
"เปิดดูสิคะ" ภาณุเอ่ยเสียงแหบพร่า ลำคอแห้งผากราวกับถูกกรวดทรายบาด
เลขาวยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตา ก่อนจะค่อยๆ เปิดแฟ้มเอกสารออก เผยให้เห็นกระดาษรายงานทางการแพทย์ปึกใหญ่ รวมถึงสำเนาประวัติการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว
"นี่คือ... ประวัติการรักษาของ คุณพิมพ์มาดา ค่ะ" เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเริ่มรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตามที่คุณภาณุสงสัย ดิฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบเวชระเบียนย้อนหลังอย่างละเอียด และ... และนี่คือผลลัพธ์ค่ะ"
ภาณุเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นแรกขึ้นมาปลายนิ้วของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ สายตาดุจเหยี่ยวไล่อ่านตัวหนังสือทีละบรรทัดอย่างตั้งใจ แต่ละคำที่ผ่านเข้ามาในครรลองสายตากลับกรีดแทงลงมาบนเนื้อตัวและหัวใจของเขาอย่างเลือดเย็น
*ชื่อผู้ป่วย: พิมพ์มาดา วัชรkul (ในขณะนั้น)*
*อาการสำคัญ: ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ระยะสุดท้าย*
*ประวัติการคลอด: ผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน ทารกแฝดชายสองคน*
ทารกแฝดชายสองคน...
คำสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้ หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าขุนเขาตกลงมาทับร่าง ภาณุรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมในวันที่ไม่มีแม้แต่ร่มกันแดด ลลมหายใจของเขาสะดุดกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
พิมพ์ท้อง... เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา! ในช่วงเวลาที่เขาคอยผลักไสไล่ส่ง ในช่วงเวลาที่เขาปล่อยให้ลลิตาเข้ามาเยาะเย้ยถากถางเธอถึงในบ้านเรือนหอ ในช่วงเวลาที่เขาใจร้ายใจดำกับเธอมากที่สุด... เธอกำลังอุ้มท้องสายเลือดของเขย่าขวัญถึงสองคน!
ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจราวกับมีใครเอาเข็มเป็นพันๆ เล่มมาเย็บวนซ้ำๆ จำได้แม่นยำว่าในคืนนั้น... คืนที่เขาเมามายและระบายอารมณ์ใส่เธออย่างป่าเถื่อนโดยไม่สนคำทัดทาน จำได้ว่าเธอร้องไห้อ้อนวอนขอร้องเขาด้วยน้ำตานองหน้าว่า *'คุณภาณุคะ อย่าทำแบบนี้... พิมพ์เจ็บ พิมพ์ขอร้อง...'* แต่เขากลับมองมันเป็นแค่ความสำส่อนและมารยาของผู้หญิงที่พยายามจะเรียกร้องความสนใจ!
*“เลว... ฉันมันเลวสิ้นดี!”*
ภาณุกำหมัดชกุลงบนโต๊ะทำงานกระจกจนเกิดเสียงดังสนั่น แก้วชาเซรามิกสั่นสะเทือนจนของเหลวสีเขียวกระฉอกออกมาเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ ความเจ็บปวดที่ฝ่ามือเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวรานในอกที่กำลังแผดเผาเขาจนมอดไหม้
"แล้ว... แล้วเด็กสองคนล่ะ?" ภาณุเงยหน้าขึ้นถามเลขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่ชายหนุ่มไม่เคยหลั่งออกมาให้ใครเห็นเลยตลอดชีวิต "เด็ก... ลูกของฉัน... ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?"
เลขาหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะยื่นกระดาษอีกแผ่นหนึ่งให้เขา "นี่คือ... บันทึกการจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลค่ะ คุณพิมพ์มาดาออกจากโรงพยาบาลหลังจากพักฟื้นเพียงสัปดาห์เดียว โดยปฏิเสธการช่วยเหลือใดๆ จากทางโรงพยาบาล และ... และ..."
"และอะไรวะ! พูดมาให้หมด!" ภาณุระเบิดอารมณ์ใส่ด้วยความเกรี้ยวกราดจนเลขาต้องสะดุ้งสุดตัว
"และในบันทึกระบุว่า... เธออุ้มเด็กแฝดทั้งสองคนออกไปด้วยตัวคนเดียวค่ะ ไม่มีญาติ ไม่มีพ่อเด็ก และ... เธอได้ทำการย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านของตระกูลภาณุกิจ พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลให้เด็กๆ เป็น 'วัชรkul' ทั้งหมดตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะ!"
เปรี้ยง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางห้องทำงานอีกครั้ง ภาณุทรุดกายลงนั่งกระแทกกับเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง แววตาที่เคยคมปลาบและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานบัดนี้ว่างเปล่าไร้จุดหมาย เขาสูญเสียทุกอย่าง... สูญเสียภรรยาที่รักเขาด้วยใจจริง และสูญเสียลูกชายฝาแฝดเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปโดยที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมีโอกาสได้อุ้มชู
ภาพของเด็กชายฝาแฝดวัยสี่ ขวบสองคนที่เขาเพิ่งบังเอิญเจอเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้—เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มที่ถอดแบบพิมพ์มาและเขามาอย่างละเมียดละไม รอยยิ้มซุกซนและแววตาดื้อรั้นคู่นั้น... ที่แท้แล้วคือลูกของเขานั่นเอง! ลูกแท้ๆ ที่เขาเคยโง่เขลาเบาปัญญาเดินผ่านไปโดยไม่เอะใจเลยสักนิด!
"คุณพิมพ์มาดา... เธอเกลียดฉันมากสินะ" ภาณุพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มสมเพชเวทนาตัวเอง หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาลงมากระทบหลังมือหนาอย่างเงียบงัน
ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีจอมปลอมที่เขาเคยรักษาไว้ ถูกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี
ในเมื่อเธอกลับมาในฐานะนักธุรกิจสาวผู้เพียบพร้อม เย็นชา และเด็ดเดี่ยว เพื่อทวงศักดิ์ศรีคืน... เขาก็พร้อมจะโยนทุกอย่างที่มีในชีวิตทิ้งไป เพื่อกราบกรานขอร้องให้เธอกลับมาอภัยโทษให้ผู้ชายสารเลวคนนี้
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของเขากำลังจมดิ่งสู่ก้นบึ้งแห่งความสำนึกผิด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบงัน
ภาณุขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาเอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือสื่อสารมากดรับสายด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดหวังจะไล่ตะเพิดปลายสาย แต่เสียงหวานหยาดเยิ้มที่ดังลอดออกมาจากลำโพง กลับทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา
*"คุณภาณุคะ... ดีใจจังที่คุณรับสาย ลลิตามีข่าวสำคัญเกี่ยวกับนังพิมพ์มาดามาบอกค่ะ... คุณรู้ไหมคะว่าตอนนี้ ลูกแฝดของนังนั่น... กำลังยืนอยู่กับใคร?"*
หัวใจของภาณุกระตุกวูบ สัญชาตญาณดิบเตือนภัยร้องลั่น ร่างสูงดีดตัวผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อนึกถึงอันตรายที่อาจจะคืบคลานเข้าไปหาดวงใจทั้งสองดวงของเขา
*"แกกำลังจะทำอะไรลลิตา!"* ภาณุตวาดลั่นใส่โทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงดุดันราวกับซาตานหลุดจากขุมนรก
*"ลลิตาก็แค่... อยากจะทำความรู้จักกับลูกเลี้ยงตัวน้อยของคุณให้มากขึ้นก็เท่านั้นเองค่ะ... น่ารักน่าชังเสียจริง เด็กอะไรหน้าตาเหมือนคุณถอดแบบออกมาไม่มีผิดเพี้ยนเลยนะคะคุณภาณุ..."* เสียงหัวเราะคิกคักอย่างน่ารังเกียจดังขึ้นจากปลายสาย ก่อนที่มันจะถูกตัดขาดหายไปอย่างไร้เยื่อใย
**********************************************
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 19
หลักฐานชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!