หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 21

ความโกรธเกรี้ยวและความสำนึกผิด

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กระจจกหน้ารถหรูรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันส่งเสียงกรีดร้องแข่งกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม หยดน้ำฝนที่สาดซัดกระแทกตัวถังรถเปรียบเสมือนจังหวะหัวใจที่เต้นรำด้วยความบ้าคลั่งของภาณุ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตาที่ผสมปนเปไปกับสายฝนที่เกาะพราวอยู่บนใบหน้าครั่นเนื้อครั่นตัว เขาสติแตกไปแล้ว... นับตั้งแต่ภาพของพิมพ์มาดาในชุดสูทสีขาวเข้ารูป ยืนเคียงข้างกับนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งผู้เป็นเจ้าของโปรเจกต์พันล้านตอกย้ำความจริงที่ว่า ผู้หญิงคนที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและมองข้ามหัวมาตลอดหลายปี ได้ก้าวเดินไปไกลจนเกินกว่าที่มือคู่นี้จะเอื้อมถึงแล้ว *เอี๊ยด—!* เสียงล้อรถเบรกกะทันหันจนยางบดถนนส่งเสียงแหลมสูงน่ากลัว ภาณุหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่พิมพ์มาดาใช้เป็นรังรักแห่งใหม่—รังรักที่ไม่มีเขาอยู่ในนั้น ขายาวก้าวลงจากรถโดยไม่สนใจแม้แต่จะหยิบร่ม สายฝนเม็ดโตกระหน่ำซัดเข้าใส่ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงจนเปียกปอนโชกโชน แต่ความหนาวยะเยือกภายนอกยังเทียบไม่ได้เลยกับความหน Iเหน็บในอกขวาที่กำลังแผดเผาเขาจนแทบคลั่ง รหัสผ่านประตูห้องถูกกดลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยมือที่สั่นเทา *“รหัสผ่านไม่ถูกต้อง... กรุณาลองใหม่อีกครั้ง”* เสียงระบบดิจิตอลเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่อัตราการเต้นของหัวใจภาณุกำลังพุ่งทะยานจนเกือบทะลุซี่โครง เขาใช้กำปั้นทุบลงไปบนบานประตูหนาหนักด้วยความคับแค้นใจ "พิมพ์! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและสั่งการใครต่อใครได้ดั่งใจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือราวกับคนใกล้ตาย "พิมพ์มาดา! คุณได้ยินผมไหม เปิดประตูคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!" ภายในห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูหรากว้างขวาง พิมพ์มาดากำลังยืนถือแก้วไวน์สีทับทิมนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าต่างบานกระจกใสสูงจรดเพดาน เธอมองลงมาเห็นร่างสูงที่เปียกปอนราวกับลูกสุนัขตกน้ำอยู่เบื้องล่างผ่านแสงไฟสลัว แววตาคู่สวยไร้ซึ่งความสงสารเวทนา มีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอยกจิบไวน์ช้าๆ รสชาติฝาดเฝื่อนบาดคอแต่กลับทำให้รู้สึกสะใจอย่างประหลาด ผู้ชายที่เคยปล่อยให้เธอนั่งรอคอยความว่างเปล่าบนโต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืดอย่างไร้ความหมาย ผู้ชายที่เคยบอกว่าการมีเธออยู่ร่วมบ้านเป็นแค่ภาระน่ารำคาญ... วันนี้ เขากำลังยืนร้องเรียกหาเธอราวกับคนเสียสติท่ามกลางสายฝน กรรมตามสนองเร็วกว่าที่คิดนะคะ คุณภานุ "คุณแม่คะ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ของ "น้องไปร์ท" ที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาซบลงที่ชายกระโปรงของเธอ ดวงตากลมโตฉายแววฉลาดเฉลียวมองตามสายตาของคุณแม่ไปยังเบื้องล่าง "ข้างนอกฝนตกหนักจังเลยครับ ทำไมลุงคนนั้นถึงไม่ยอมกางร่มล่ะครับ ตัวเปียกหมดแล้ว" พิมพ์มาดาย่อตัวลงโอบกอดลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนที่เดินตามกันมาติดๆ อย่าง "น้องโปรด" เธอลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกน้อยด้วยความทะนุถนอม รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนเรียวปากอิ่มต่างจากแววตาที่ยังคงเยียบเย็น "ปล่อยเขาไปเถอะค่ะลูก... คนบางคนเพิ่งเรียนรู้ว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดได้หลุดมือไปแล้ว เขาก็สมควรได้รับบทเรียนที่สาสมไม่ใช่หรือคะ" ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ ภาณุก็ยังคงทุบประตูเรียกชื่อเธอซ้ำๆ ราวกับคนบ้า "พิมพ์! ผมขอร้อง... เปิดประตูให้ผมเถอะ ผมสำนึกแล้ว ผมรู้แล้วว่าผมทำผิดต่อคุณมากแค่ไหน ได้โปรด... ลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่อย่าทำเหมือนผมไม่มีตัวตนแบบนี้เลย!" ความเงียบงันจากด้านในคือคำตอบที่เจ็บปวดที่สุด ทว่าในวินาทีที่ภาณุกำลังจะทรุดตัวลงคุกเข่าหมดแรงอยู่หน้าประตูนั้นเอง เสียงปลดล็อกดิจิตอลดึงสติของเขาให้กลับคืนมา *คลิก* บานประตูค่อยๆ ถูกแง้มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างระหงของพิมพ์มาดาในชุดนอนผ้าไหมสีมรกตยาวคลุมเข่า เส้นผมยาวสลวยปล่อยสยายไร้การปรุงแต่ง ทว่าเธอกลับดูทรงพลังและสูงส่งราวกับราชินีผู้กุมชะตาชีวิตของทุกคนไว้ในกำมือ ภาณุก้าวพรวดเข้าไปหมายจะคว้าตัวเธอมากอดแนบอกด้วยความโหยหา แต่สายตาคมกริบดุจมีดโกนที่มองตรงมาทำให้เขาต้องชะงักฝ่าเท้าค้างกลางอากาศ "อย่าบังAอาจมาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกคู่นั้นค่ะ คุณภานุ" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ "คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่ ดึกดื่นและสภาพดูไม่จืดแบบนี้... หวังว่าจะมาฟังคำแก้ตัวตื้นๆ หรือมาเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจจากอดีตภรรยาที่คุณเคยเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดีงั้นเหรอคะ?" ภาณุกัดฟันกรอด น้ำตาที่ปะปนกับหยดน้ำฝนไหลอาบแก้มสาก เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย หัวใจบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก "พิมพ์... ผมยอมรับทุกอย่าง ผมมันเลว ผมมันโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นค่าคนที่รักผมที่สุด แต่... แต่คุณจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ คุณตัดเยื่อใยผมได้ลงคอ ทั้งที่เราเคย..." "เคยอะไรคะ?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความสมเพชเวทนา "เคยแต่งงานกันโดยที่คุณไม่เคยให้เกียรติ เคยอยู่ร่วมบ้านกับสามีที่เอาแต่นอนกับผู้หญิงอื่นและกลับบ้านตีสองทุกวัน เคยร้องไห้จนเลือดตาแทบกระเด็นแต่คุณกลับบอกว่าฉันเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอคะ?!" คำพูดทุกคำพรั่งพรูออกมาดั่งคมมีดที่กรีดแทงซ้ำลงบนแผลเดิม ภาณุเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "พิมพ์... ผมขอโอกาส... ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัว ได้พิสูจน์ว่าผมรัก..." "คำว่ารักจากปากคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะคุณภานุ" พิมพ์มาดาตัดบทด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวไร้เยื่อใย เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูก "จำวันที่ฉันเซ็นใบหย่าให้คุณได้ไหมคะ? ฉันบอกแล้วว่าทางใครทางมัน และชาตินี้เราขาดกัน..." *ตุ้ม!* เสียงฟ้าผ่าคำรามดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสวรรค์กำลังพิพากษา ทว่าในจังหวะที่ภาณุกำลังจะเอ่ยปากอ้อนวอนต่อ ประตูห้องนอนด้านในก็เปิดผางออก พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายฝาแฝดวิ่งดุ๊กๆ ออกมาหาผู้เป็นแม่ "คุณแม่ครับ! น้องโปรดหิวน้ำจังเลย... เอ๊ะ? คุณลุงคนนั้นเข้ามาได้ยังไงครับ ทำไมตัวเปียกฝนเป็นลูกหมาตกน้ำเลยล่ะ?" เสียงใสๆ ของน้องโปรดหยุดชะงักลงเมื่อเด็กชายวิ่งมาถึงตัวพิมพ์มาดาและเงยหน้าขึ้นมองแขกแปลกหน้า ภาณุหันขวับไปมองตามเสียงนั้น ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อดวงตาสีเข้มกวาดสายตาสำรวจเด็กชายฝาแฝดวัยสี่ขวบที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาตอนเด็กราวกับส่องกระจก—ไม่ว่าจะเป็นสันจมูกโด่งรั้น โครงหน้าคมคาย หรือแม้แต่ไฝเม็ดเล็กๆ ที่หางตาข้างขวา โลกทั้งใบของภาณุดับวูบลงในพริบตาเดียว ขอพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%